| |
        
รับทำกรุ๊ปเหมา ๘ ท่านขึ้นไป, ทัวร์หมู่คณะ, ทัวร์โรงงาน
ฯลฯ |
|
ขณะนี้มีผู้เข้าชมอยู่ 4
ท่าน |
|
 |
๒๙
ก.ย. ๕๐ |
 |
| |
|
ภูสอยดาว เป็นเทือกเขาที่อยู่ระหว่าง
จ.พิษณุโลก และ จ.อุตรดิตถ์ และยังเป็นเส้นกันพรมแดนระหว่างประเทศไทย
ลาว มียอดสูงสุดจากระดับน้ำทะเลถึง ๒,๑๐๒ เมตร ธรรมชาติอันสวยงาม
ประกอบไปด้วย ทุ่งหญ้า และสวนสนธรรมชาติ นับพันไร่ ลานสนบนภูสอยดาวด้วยความสูง
๑,๘๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล ในช่วงฤดูฝน หรือในช่วงปลายฝนต่อหนาว
จะมีดอกไม้ดินมากมายหลายชนิด ผลิดอกอวดโฉมสวยงามโดยเฉพาะดอกหงอนนาค
ที่มีอยู่มากมายบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง สัมผัสกับน้ำตกลานสนหรือน้ำตกสายทิพย์
ทั้ง ๘ ชั้น สวยงามมาก สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน เชิญค้นหาความบริสุทธิ์ของธรรมชาติป่าภูสวยดาวเป็นรางวัลชีวิต |
| ๒๐.๐๐ น. |
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่
อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก แวะรับประทานอาหารระหว่างทาง
(๑) |
|
|
| ๐๖.๐๐ น. |
อรุณสวัสดิ์ที่ตลาดชาติตระการ ทำธุรกิจส่วนตัว ซื้ออาหารสอเพิ่มเติม
จากนั้นเดินทางต่อสู่อุทยานฯภูสอยดาว ผ่านหมู่บ้านร่มเกล้า
อดีตที่คนไทยเคยเจ็ดปวดกับเหตุการณ์สมรภูมิบ้านร่มเกล้า
บริเวณเนิน ๑๔๒๘ เดินทางถึงอุทยานฯ ภูสอยดาว ทานอาหารเช้า(๒)
เตรียมตัวจักการกับสัมภาระลงเป้ ก่อนออกเดินทาง พักผ่อนสักครู่พอหายเหนื่อยจากการเดินทาง
จากนั้นเราจะเริ่มเดินเท้าขึ้นพิชิตภูสอยดาว ด้วยเส้นทางลาดชันลัดเลาะไปตามสันเขา
ผ่านเนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน เนินป่ากอ, เนินเสือโคร่ง,
เนินมรณะ สภาพป่าสองข้างเป็นป่าเบญจพรรณ ระหว่างทางจะพบเห็นดอกไม้ป่าและเห็ดป่าสวยงามมากมาย
|
| ๑๒.๐๐ น. |
แวะรับประทานอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ
สไตล์คนเดินป่า (๓) ที่บริเวณเนินเสือโคร่ง หลังอาหารเดินทางต่อพิชิตเนินมรณะ
เป็นเนินสุดท้ายก่อนจะถึงลานสน ระยะทางประมาณ ๖.๕
กม. ใช้เวลาประมาณ ๔-๖ ชม. ผ่านปล่องนางนาค ขึ้นสู่ลานสน
ตรงจุดนี้มีจุดชมวิวที่สวยงามมาก สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบตัว
ลมเย็น เคล้าสามหมอก ลอยมากระทบใบหน้า สดชื่นหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
ออกเดินทางสู่ลานสน |
| ๑๕.๐๐ น. |
เดินทางถึงบริเวณที่ตั้งแค้มป์ ยามเย็น เดินไปริมหน้าผาชมพระอาทิตย์ตกกลับเหลี่ยมเขา
ก่อนทานอาหารเย็นท่านกลางธรรมชาติ ข้างไออุ่นจากกองไฟ
|
| ๑๗.๐๐ น. |
หลังอาหารค่ำ (๔) เชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย หรือจะนั่งคุยกันรอบกองไฟ
เพื่อจะได้รู้จักกันมากขึ้น |
|
|
| ๐๗.๐๐ น. |
อรุณสวัสดิ์ หลังจากความมืดจางหาย
ความหนาวเย็นของอากาศและละอองของเมฆหมอก ปลุกพวกเราให้ตื้นขึ้นอย่างสดชื้น
อาหารเช้าและกาแฟร้อนรอเราอยู่ (๕) หลังอาหารเช้า
เราจะออกเดินแบบสบายๆ ชมสภาพทุ่งหญ้าและป่าเขาสนเขาโดยรอบ
ระหว่างทางชมธรรมชาติของดอกไม้ป่านานาชนิด ที่มีอยู่มากมาย
เดินสัดเลาะไปตามพรมแดนไทย-ลาว ผ่านหลักเขตแดน
และจุดโทรศัพท์ ที่มีอยู่เพียงจุดเดียว เดินลัดเลาะลงสู่น้ำตกมอส
พักรับประทานอาหารเที่ยง บริเวณจุดชมวิว (๖) หลังจากนั้นเราจะเดินทางไปชมน้ำตกสายทิพย์
ทั้ง ๘ ชั้น บริเวณน้ำตกมีก้อนหินใหญ่น้อย ปกคลุมไปด้วยมอสส์และตะใคร่น้ำจนเขียวชอุ่ม
ทำให้น้ำตกสายทิพย์สวยงามยิ่งขึ้น ดั่งภาพฝัน แสงทองลำสุดท้ายกำลังจะลับขอบฟ้า
รับประทานอาหารค่ำ (๗) กองไฟน้อย บทเพลงจากพงไพร ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อน |
|
|
| ๐๗.๐๐ น. |
รับอรุณวันใหม่ด้วยความสดชื่น ท่ามกลางสายหมอก ทุ่งดอกไม้และแสงแดดอ่อนๆ
ยามเช้า รับประทานอาหารเช้า (๘) แล้วเก็บสัมภาระ เดินทางกลับตามเส้นทางเติม
อำลาภูสอยดาว ไม่นานนักก็จะถึงน้ำตกภูสอยดาว อาบน้ำอาบท่าชำระล้างร่างกาย
รับประทานอาหารกลางวันที่นั้น (๙) จากนั้นเดินทางกลับกรุงเทพ
ระหว่างทางถ้ามีเวลาพอ เราจะแวะนมัสการหลวงพ่อพระพุทธชินราช
และรับประทานอาหารเย็นบริเวณริมแม่น้ำ (๑๐) ถึงกรุงเทพฯ
ก่อนสี่ทุ่ม |
|
ค่ารถตลอดการเดินทาง (รถตู้ปรับอากาศทรงสูง), อาหาร ๑๐ มื้อ,
อาหารว่างและเครื่องดื่ม, ค่าธรรมเนียม อุทยานฯ, ค่าธรรมเนียมสถานที่,
ค่าอุปกรณ์เครื่องนอน, ค่าเจ้าหน้าที่นำทาง, ค่าลูกหาบแบกอุปกรณ์ส่วนกลาง,
ค่าลูกหาบของใช้ส่วนตัว, ค่ามัคคุเทศก์อำนวยความสะดวก
และค่าประกันชีวิต ๒๐๐,๐๐๐ บาท/คน |

- โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสม โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ทั้งนี้ จะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เดินทาง และความปลอดภัยเป็นสำคัญ
|
 |
- การยกเลิกการเดินทางล่วงหน้ามากกว่า ๒๕ วัน ไม่คิดค่าใช้จ่ายและคืนเงินทั้งหมด
- การยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า ๑๕ วันก่อนเดินทางคิดค่าใช้จ่าย
๕๐% ของเงินมัดจำ
- การยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า ๑๐ วัน ไม่คืนค่าใช้จ่ายทั้งเพราะได้มีการเหมาจ่ายและมัดจำต่อตัวแทนใน
ในแต่ละพื้นที่ไปล่วงหน้าแล้ว
|
| |
|
|
|
|
 |
|
 |
|
| |
 |
|
|