ป่าดงดอย การท่องเที่ยว (ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 12/00673)

ขณะนี้มีผู้เข้าชมอยู่ 6 ท่าน
หน้าหลัก
ทัวร์ในประเทศ
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคกลาง
ภาคใต้
ภาคตะวันออก
เพื่อนบ้าน

   
.... รับทำกรุ๊ปเหมา ๘ ท่านขึ้นไป, ทัวร์หมู่คณะ, ทัวร์โรงงาน ฯลฯ ....
ข้อมูลท่องเที่ยว ๗๖ จังหวัด
สถานที่น่าพักทั่วไทย
สถานที่พัก เด่นๆ
สินค้าพื้นเมือง
วัฒนธรรมประเพณี
ปฏิทินการท่องเที่ยว
โลกใต้ทะเล
อุทยานแห่งชาติ
วนอุทยานแห่งชาติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เบอร์โทรศัพท์สำคัญๆ
บทความ จากไกด์
เกี่ยวกับ ป่าดงดอย
รายละเอียด โปรดคลิ๊ก


ป่าดงดอย ยินดีรับใช้ทุกท่าน คร๊าบ.
หากผมทำอะไรที่ผิดพลาด หรือยังมีข้อบกพร่องประการใด กรุณาติเตียนน้องคนนี้ ได้ทุกเวลาครับ

หวังว่า ป่าดงดอย จะได้มีโอกาสได้รับใช้ท่านอีก ในโอกาสถัดไป

ขอขอบพระคุณ
โป๊ะ ป่าดงดอย
๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๘
 



ตำบลบางจะเกร็ง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม
        เป็นสันดอนที่เกิดขั้นบริเวณปากแม่น้ำแม่กลองชายฝั่งทะเลของจังหวัดสมุทรสงคราม มีลักษณะเป็นสันดอนใหญ่ตลอดชายฝั่งทะเล อยู่ห่างจากชายฝั่งประมาณ ๕๐ เมตร ๒,๐๐๐ เมตรมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๒๒,๐๐๐ ไร่ จำนวนดอนที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีทั้งหมด ๗ ดอน แต่ละดอนแยกจากกันด้วยร่องน้ำเล็ก ๆ ลึกบ้าง ตื้นบ้างดอนที่มีหอยหลอดชุกชุมมากมีจำนวน ๕ ดอน ซึ่งเป็นดอนที่เกิดขึ้นนานแล้ว ความหนาแน่นของหอยหลอดบนพื้นที่ประมาณ ๑๕,๐๕๖.๒๕ ไร่ลักษณะพื้นที่ของดอนหอยหลอดเป็น ลักษณะดินปนทราย ชาวบ้านเรียกว่า "ทรายขี้เป็ด" ซึ่งอาจนำไปใช้ถมที่ได้ แต่ใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างไม่ได้หอยหลอดจะอยู่หนาแน่นบริเวณที่มีทรายประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป ความหนาแน่นของหอยหลอดขึ้นอยู่กับ สภาพแวดล้อมในแต่ละปีที่เปลี่ยนแปลงไป
 
ดอนหอยหลอด เมื่อเอ่ยชื่อว่า "ดอนหอยหลอด" นานนับเกือบสิบปี ที่ผมไม่ได้ไปเยี่ยมเยียน ดอนหอยหลอด แห่งนี้เลย ได้แต่เที่ยวท่องไป ณ ถิ่นแดนไกล คงได้แต่เพียง สาดส่องสายตา มองป้ายนำทางว่าดอนหอยหลอด เลี้ยวซ้ายเข้าไป ยามเมื่อนั่งด้านหน้าของยานพาหนะ ของนักท่องเที่ยว

ป้ายนำทางเข้าดอนหอยหลอด ซึ่งเดิมที ผมมักจะผ่านเลยไป และแล้ว สายๆ ของวันเสาร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๘ ผมก็มีโอกาสได้เลี้ยวซ้าย เข้ามาตามเส้นทาง มุ่งหน้าเข้าสู่ดอนหอยหลอด เสียที

สภาพถนนหนทางตลอดเส้นทาง ที่จะมุ่งหน้าสู่ดอนหอยหลอดนั้น สวยงามมาก สภาพถนนที่ราบเรียบ ประกอบกับเสาไฟที่มีหงษ์อยู่เบื้องบน ทำเอาผมอดนึกไปถึง ถนนอุทยานอักษะ แถวๆ พุทธมณฑล เสียมิได้เลย ตลอดสองข้างทาง สะอาดเรียบร้อยดีมาก มันช่างแตกต่างไปกับ ทางเข้าถนนเรียบทะเลบางขุนเทียน อย่างสิ้นเชิง
 
ดอนหอยหลอดร้านจำหน่ายสินค้า อาหารทะเลทั้งสด และแห้ง ตั้งวางกันตามสองข้างทาง เมื่อผ่านหน้า ศาลกรมหลวงชุมพรฯ

แต่เนื่องจากเป็นถนนที่แคบมาก มีแค่เพียง ๒ ช่องทางเท่านั้น รถยนต์ส่วนใหญ่จึงไม่สามารถ ที่จะจอดรถลงไปซื้ออาหารทะเลได้ นอกเสียจาก ท่านผู้อ่านที่เคารพ จะเลี้ยวขวา เข้าไปในร้านอาหาร ร้านใด ร้านหนึ่ง ที่ซึ่งเมื่อขับรถยนต์เลยไป ครู่เดียว ท่านก็จะได้พบเห็น พนักงานหนุ่มๆ มายืนอยู่หน้าร้าน คอยโบกรถ เชิญชวนให้ท่าน ได้ตัดสินใจเข้าไปรับประทานอาหาร ในร้านนั้นๆ
 
คุณตา ดอนหอยหลอดแต่เนื่องจาก น้องปุ้มเขาได้นัดกับเหล่าบรรดา เจ้านาย พี่ๆ เพื่อนร่วมงานหลายคน กันเอาไว้ยังร้าน คุณตา โดยร้านคุณตาแห่งนี้ ท่านผู้อ่านที่เคารพ ต้องขับรถยนต์เลยไปอีกเพียงครู่เดียว ก็จะพบร้านอาหารอีกหลายๆ ร้าน ที่ตั้งกันอยู่แบบห่างๆ มีที่จอดรถกว้างขวาง ท่านผู้อ่านที่เคารพ สามารถนั่งรับประทานอาหาร กันได้จนถึงประมาณ ๒๐.๐๐ น. หรืออาจจะเกินกว่านั้น เพราะว่าร้านอาหารส่วนใหญ่ จะปิดให้บริการกันไม่เกิน ไปกว่าเวลานี้คุณตา ดอนหอยหลอด

 
ดอนหอยหลอดและนี้เป็นภาพบรรยากาศภายในร้าน เบาะรองนั่ง มีให้ท่านทุกที่นั่ง ไม่ต้องเกรงเลยว่า ตาตุ่มของท่านจะด้านชา

ลมเย็นๆ โกรกโชยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ลมนั้นจะเข้ามาจากทางทะเล พัดเข้าสู่ชายฝั่ง หนุ่ม-สาวท่านใดที่นั่งอยู่ต้นลม อย่าเผลอปล่อยแก๊สออกมาล่ะ ไม่งั้นวงแตกแน่ดอนหอยหลอด

ทางคณะ ที่ร่วมเดินทาง กันไปในครั้งนี้ มีผู้ใหญ่อยู่ประมาณ ๗ ท่าน และเด็กอีก ๑ คน สั่งอาหารทะเล มารับประทานกัน จนอิ่มหน่ำกันทั่วหน้า รวมกับค่าเครื่องดื่ม ท่านผู้อ่านที่เคารพ อาจจะไม่เชื่อ ก็ได้ว่า ราคานั้นไม่ถึง ๒,๐๐๐ บาท เท่านั้นเอง
 
ศาลกรมหลวงชุมพรฯสี่โมงเย็นกว่าๆ ผมกับน้องปุ้ม ก็ออกเดินทางจากร้านคุณตา เลี้ยวซ้ายย้อนกลับทางเดิม ได้นำรถยนต์เข้าไปจอดไว้ยัง ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ขึ้นไปจุดธุป จุดเทียน บูชาท่าน โดยขอให้ ประเทศไทยยังอยู่ สืบต่อไปชั่วลูก ชั่วหลาน อย่าได้มีเหตุการณ์แบ่งแยกดินแดน ที่กำลังเกิดขึ้นกันอยู่ในปัจจุบันนี้

ผมได้อ่านหนังสือ อสท ฉบับล่าสุด เดือนมิถุนายน ๒๕๔๘ มีบทความของคุณ อภินันท์ บัวหภักดี ที่บอกเล่าเรื่องราวของ "Low Season อันดามัน ไปพายคายักเที่ยวป่าโกงกาง" ได้กล่าวถึงผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ในภาคใต้ ของประเทศไทยเรา ว่าใครที่มีสายป่านยาว ก็พอจะอยู่รอด ประคับประคองชีวิตและธุรกิจได้ เหตุการณ์อันสืบเนื่องมาจาก ศาลกรมหลวงชุมพรฯสถานการณ์ก่อการร้ายใน ๓ จังหวัดภาคใต้ และอีก ๒๐ กว่าวันต่อมา มหันตภัยร้ายแรงยิ่งกว่า คือ คลื่นยักษ์สึนามิก็โถมถล่มเข้าใส่ พอสักสองสามเดือนผ่านไปการฟื้นตัวกำลังจะเข้ารูป ข่าวแผ่นดินไหวต้องอพยพคนกันกลางดึก ก็ตามมาอีก ติดตามด้วยข่าววางระเบิดสนามบินหาดใหญ่ และซ้ำสุดท้าย คือข่าวลือเรื่องวางระเบิดสนามบินภูเก็ต จึงเป็นอันแทบจบสิ้นสำหรับภาคธุรกิจท่องเที่ยวของชาวอันดามัน

ตัวของกระผมเอง อยากจะวิงวอนท่านผู้อ่านที่เคารพรัก โปรดพากันหันมาเที่ยวเมืองไทยกันซักนิดเถอะครับ ถ้ายังมีใจคิดที่จะช่วยผู้ประสบภัยในคลื่นยักษ์กันอยู่ เพราะผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว แม้ว่าจะไม่บาดเจ็บล้มตาย แต่ก็อาจตายได้ในอนาคต เพราะไม่มีจะกิน หนี้สินล้นพ้นตัว

(ข้อความบางส่วนนำมาจาก อนุสาร อสท ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๘)
ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ
 
ดอนหอยหลอด
 
ดอนหอยหลอด
หอยหลอดหอยหลอด ซึ่งถูกชาวบ้านพาไปหากันตั้งแต่เช้า ถูกนำมาวางจำหน่าย ให้แก่นักท่องเที่ยว ที่เดินผ่านไปผ่านมา ได้เลือกซื้อหากัน บริเวณด้านหลังของ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ในราคาถุงละ ๕๐ บาท น้ำหนักประมาณ ๕๐๐ กรัม พวกเราไม่พลาดกันอยู่แล้ว ช่วยกันอุดหนุน คนละถุง สองถุง ก่อนที่จะพากันเดินไปยังศาลา เพื่อไปลงเรือหางยาว มุ่งหน้าออกสู่ท้องทะเล เบื้องหน้าของพวกเรานั่นเอง
 
ดอนหอยหลอด
ดอนหอยหลอด
ดอนหอยหลอดอัตราค่าโดยสารเรือหางยาว ของชาวบ้าน อยู่ที่อัตราท่านละ ไป ๑๐ บาท กลับอีก ๑๐ บาท

คงมีผู้อ่านที่เคารพบางท่าน อาจจะยัง งงๆ อยู่ ทำไมล่ะถึงไม่เขียนไปว่า ไป-กลับ ท่านละ ๒๐ บาท คำตอบมันเป็นอย่างนี้ครับ ในช่วงของการนั่งเรือไปนั้น เรานั่งเรือคนหนึ่งไป ก็เสียค่าบริการ ๑๐ บาท ส่วนเวลาจะกลับนั้น ไม่รู้ว่าท่านผู้อ่านที่เคารพ จะได้กลับกับเรือลำไหน ดังนั้น จึงต้องเสียค่าบริการเป็นเที่ยวๆ ไป ครับ
ดอนหอยหลอด
 
ดอนหอยหลอด
ดอนหอยหลอดในระหว่างที่นั่งเรือหางยาว มุ่งหน้าออกสู่ท้องทะเล อยู่นั้น น้องปุ้ม สาวสวยที่ในหัวสมอง เต็มไปด้วยความอยากรู้ จึงได้ตะโกนสอบถามกับ เจ้าของเรือหางยาว และได้รับคำตอบมากมาย โดยทางตัวผมเอง จะเป็นผู้อาสาบอกกล่าว ให้ท่านผู้อ่านที่เคารพรัก ได้รับทราบกัน
ดอนหอยหลอดชาวบ้านจะสามารถ พากันไปหาเก็บหอยหลอด ได้ประมาณปีละ ๖ เดือน คือในช่วงตั้งแต่เดือน มีนาคม ไปสิ้นสุดเอาตอนเดือน สิงหาคม ของทุกปี เพราะน้ำทะเลจะลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่น และสามารถมองเห็นสันดอนโผล่ขึ้นมา

ซึ่ง ชาวบ้าน ๑ คน สามารถหาหอยหลอด ตั้งแต่เช้าจนเย็น ได้กันคนละประมาณ ๕ กิโลกรัม และนำจำหน่ายได้กิโลกรัมละ ๘๐ บาท โดยรวมแล้ว ใน ๑ วันชาวบ้านจะมีรายได้ประมาณคนละ ๔๐๐ บาท
ดอนหอยหลอดคุณลุงเจ้าของเรือผู้ใจดี ที่สวมเสื้อกั้กเบอร์ ๒๐ เดินถือขันที่บรรจุปูนขาวอยู่ภายใน นำพาทางคณะทำท่าแปลกๆ ที่ไม่เคยทำกันมาก่อนเลย นั่นคือ เดินสอดส่ายสายตามอง พื้นโคลนเบื้องล่าง หารูหอยหลอด ซึ่งคนเมืองธรรมดาอย่างเราๆ ไม่สามารถที่จะจำแนกออกเลยว่า เป็นรูของสัตว์ชนิดใด

เมื่อลุงสังเกตเห็นรูของหอยหลอดแล้ว ลุงแกจะนั่งยองๆ ลงไป กำมือข้างใด ข้างหนึ่ง โดยใช้นิ้วเพียง ๒ นิ้วเท่านั้นคือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง กระุทุ้งไปยังพื้นโคลนนั้น เพื่อให้หอยหลอดเกิดความตกใจ มีความเคลื่อนไหวในรูนั้น จากนั้น ลุงแกก็จะนำไม้ที่เสียบไว้ในขันปูนขาว เสียบลงไปในรูนั้น เพียงชั่วอึดใจเดียว เจ้าหอยหลอด ก็โผล่หัวออกมาให้ทางคณะได้เห็น แต่ต้องหยิบเจ้าหอยหลอดนั้นอย่างรวดเร็วน่ะครับ ไม่เช่นนั้นเจ้าหอยหลอด ก็จะมุดลงกลับรูของมันตามเดิม
ดอนหอยหลอด ดอนหอยหลอด
ดอนหอยหลอดทางคณะได้เดินหาหอยหลอดกันไป แป๊บเดียว น้ำทะเลก็ขึ้นไล่ตามหลังมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องย้ายที่หาหอยหลอด กันไปเรื่อยๆ

สำหรับ หอยหลอดที่ทางคณะ ได้หากันมาได้ ประมาณ ๔-๕ ตัวนั้น ก็ถูกปล่อยลงคืน กลับสู่บ้านของมัน ตามเดิม
หอยปากเป็ด
หอยปากเป็ด เป็นหอยอีกชนิดหนึ่ง ที่ลุงแกได้ใช้นิ้วชุดลงไป ในพื้นโคลน เอาขึ้นมาให้ทางคณะ ไ้ด้เห็นกัน


หอยปากเป็ด
 
ดอนหอยหลอด
ดอนหอยหลอด
 
พี่รุ่ง เจ้าของเรือหางยาว ที่ทางคณะได้ใช้บริการทั้งไปและกลับ อาจจะเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มสุดท้ายของวันนี้ก็ว่าได้ พี่รุ่งจึงจอดเรือเพื่อรอรับ ทางคณะกลับคืนสู่ฝั่งแผ่นดิน

แต่สิ่งที่ทางตัวผมและน้องปุ้ม เกิดความประทับใจในจิตใจของพี่รุ่ง คือว่า ในระหว่างที่ทางคณะนั่งเรือหางยาวกลับนั้น น้องปุ้มสาวแห่งความสงสัยคนเดิม สังเกตเห็นว่า ทำไม พี่รุ่งถึงต้องขับเรืออ้อมไปอีกทางหนึ่ง เพราะว่าฝั่ง เราก็เห็นกันอยู่ทางด้านซ้ายมือ ทำไมไม่ตัดตรงเข้าหาฝั่งเลยล่ะ ทั้งๆ ที่ช่วงเวลานี้ราคาค่าน้ำมันก็ถีบตัวสูงขึ้น แพงเอามากๆ

ในทันใดนั้น เสียงแหลมๆ ใสๆ ของน้องปุ้ม ก็เอ่ยถามไปกับพี่รุ่ง คำตอบที่สุดแสนประทับใจ ก็ตอบสวนกลับคืนมาว่า "ผมไม่อยากให้พวกคุณๆ ทั้งหลาย ต้องเปียกน้ำทะเลกันครับ" ถ้าผมขืนแล่นเรือตัดตรงเข้าหาฝั่งเลย น้ำทะเลมันจะกระเซน ทำให้คุณๆ เปียกปอนกันไปทั้งลำเรือ

นี้ไงครับ คือสิ่งสำคัญของการให้บริการ มันเป็นการที่ผู้ทำธุรกิจบริการพร้อมเสมอที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้กับผู้มาใช้บริการทุกท่าน ถึงแม้ว่าจะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายลงไปอีกเล็กๆ น้อยๆ จิตใจของผู้ให้บริการ ก็พร้อมที่จะเสียเพิ่ม เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของการให้บริการในครั้งนั้นๆ
 
ดอนหอยหลอดในระหว่างที่ทางคณะ เดินทางกลัีบมาถึงฝั่ง ผมเหลือบมองไปเห็น ครอบครัวหนึ่งเข้า คุณพ่อกำลังพาลูกสาวทั้ง ๒ คน หิ้วกระป๋อง เดินดุ้มๆ มองๆ พื้นโคลน สาระวนอยู่กับการเก็บหอย ผมอดที่จะอมยิ้มเสียมิได้ ชื่นชมในตัวของคุณพ่อ คนนั้น ที่พาลูกๆ ออกมาหาประสบการณ์ และจินตนาการ โดยไม่เกรงว่าลูกสาวทั้ง ๒ ของตน จะสกปรกเปลื้อนโคลน เชื้อโรคจะชอนไช เข้าสู่ร่างกาย

ผมว่าทำอย่างนี้ดีมากๆ เลยครับ เป็นการสร้างภูมิต้านทาน ให้กับเด็กน้อยทั้ง ๒ โดยไม่รู้ตัว

ผู้อ่านที่เคารพบางท่าน คงจะเคยสังเกตเห็นว่า เด็กตามชนบทส่วนใหญ่ ทำไมไม่ค่อยเจ็บป่วยกันบ้างเลย แตกต่างไปจากเด็กเมือง ที่วันๆ พากันอยู่แต่ในห้องปรับอากาศ แถมเวลานอนก็นอนกันในห้องปรับอากาศ ห้องไหนที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศนอนกันไม่ได้เลย จะมาเล่นดิน เล่นทราย คุณพ่อคุณแม่บางท่านที่รักลูก เสมือนไข่ในหิน ก็ไม่ยอมให้ลูกต้องมาเกลือกกลิ้งให้เนื้อตัวมันสกปรก ก็เป็นการสมควรแล้วล่ะครับ ที่เด็กบางส่วน จะเป็นโรคภูมิแพ้ ๓ วันดี ๔ วันไข้

สุดท้ายนี้ ตัวของกระผม ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านที่เคารพ ที่ได้สละเวลา ชมภาพและอ่านเรื่องราวตามไปด้วย หากผิดพลาดประการใด หรือได้สร้างความไม่พึงพอใจแก่ท่าน กระผมต้องกราบขอประทานอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


ข้อมูลเพิ่มเติม
หอยหลอดหอยหลอดเป็นสัตว์น้ำทะเลชนิดหนึ่ง มีชื่อสามัญว่า Rozor clam และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Solen Strictus Gould 1861จัดเป็นหอยสองฝาที่มีตัวอาศัยอยู่ในฝาที่ประกบทั้งสองข้าง มีลักษณะคล้ายหลอดกาแฟ กลมยาวประมาณ ๗-๘ เซนติเมตร สีน้ำตาลอ่อน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑เซนติเมตร เป็น ขนาดของหอยที่โตเต็มที่ มีสภาพความเป็นอยู่โดยการฝังตัวตั้งเป็นแนวดิ่งอยู่ใต้พื้นทราย ยามน้ำแห้ง ซึ่งเป็นช่วงโอกาสที่ชาวประมง จะทำการจับหอยหลอดได้หอยจะเปิดฝาอยู่เรี่ยพื้น และยึดตัวยื่นออกมาจับแพลงตอนเป็นอาหาร หรือการเคลื่อนตัวออกไปหาพื้นที่อยู่ใหม่
 
ดอนหอยหลอด
       เนื่องจากดอนหอยหลอดมีหอยหลอดชุกชุมมาก และมีทัศนียภาพที่สวยงาม แปลก และมีเอกลักษณ์ ยามปกติเวลาน้ำขึ้นน้ำทะเลจะท่วม ดอนจะจมหายไปในน้ำ ไม่มีร่องรอยของดอนหอยหลอดอยู่เลย แต่พอน้ำลงจะปรากฏพื้นที่ดอนหอยหลอดค่อย ๆ โผล่ขึ้นทีละน้อย เป็นพื้นที่กล้างไกลหลายร้อยไร่ จึงทำให้ดอนหอยหลอด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง สิ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว คือ หอยหลอด กล่าวกันว่า เป็นแหล่งที่มีหอยหลอดชุกชุมมากที่สุดแห่งเดียวในประเทศไทย หรือแห่งเดียวในโลก นักท่องเที่ยวนิยมลงไปจับหอยหลอดกันอย่างสนุกสนาน วิธีจับก็ใช้มือกดบงบนพื้นทราย จะปรากฏฟองอากาศ และเห็นรูปรากฏเอาไม้จิ้มปูนขาวแหย่ลงไป หอยหลอดจะโผล่ขึ้นมาให้จับ ต้องรีบเก็บใส่ภาชนะไว้ มิฉะนั้นจะมุดดินหนีอยู่ลึกลงไปกว่าเดิมอีก
       ไม่ควรสาดปูนขาวลงบนสันดอน เพราะจะทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตายหมด ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะท่องเที่ยวดอนหอยหลอด คือ ประมาณเดือนมีนาคม - พฤษภาคม เพราะน้ำทะเลจะลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่น และสามารถมองเห็นสันดอนโผล่ขึ้นมา นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือบริเวณศาลาอาภร (ใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรเขตตอุดมศักดิ์) เพื่อนั่งเรือไปชมดอนหอยหลอด นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเวลาน้ำขึ้น - น้ำลง ได้ที่ อบต. บางจะเกร็งโทร 034-723749
       หลายคนเข้าใจว่า "หอยหลอด" มีเพียงที่ดอนหอยหลอดที่เดียวในโลก แต่ความจริงแล้วยังมีหอยหลอดในบริเวณอื่นอีก เช่น จ.สมุทรปราการ และ จ.ตราด และในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย แต่มีในปริมาณน้อย ไม่มากพอที่จะจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ทำให้คณะรัฐมนตรี มีมติให้ดอนหอยหลอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๔๓
 
การเดินทาง
  • รถยนต์
  1. ไปยังหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม ๒) ก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ ๖๒ มีป้ายซ้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอด ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร
  2. ไปยังหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม ๒) ประมาณกิโลเมตรที่ ๖๔ ก่อนข้ามสะพานพุทธเลิศหล้านภาลัย เชิงสะพานมีป้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอด ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร
  • รถโดยสาร สามารถเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกตลอดทั้งวัน จากตัวตลาดในอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ไป ยังบ้านฉู่ฉี่ ดอนหอยหลอด
  • เรือ การเดินทางไปยังดอนหอยหลอดนอก จากมีเรือขนาดต่าง ๆ บริการที่ท่าริมน้ำแม่กลอง ถ้าเป็นหมู่คณะใหญ่ประมาณ ๔๐ คนขึ้นไป ติดต่อสอบถามล่วงหน้า ที่โรงเลื่อยจักรซุ่นฮวดเฮง คุณพรทิพย์ แสงวณิชโทร. 034-711466, 034-712558, 034-712451, 01-3785858 (มีบริการสั่งอาหารไปทานบนเรือ) หรือ ติดต่อที่ห้องขายตั๋วเรือข้ามฟากริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม
 
ที่มา
  • อนุสาร อสท ปีที่ ๔๕ ฉบับที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๔๘
  • Maeklongtoday
 
 

      ป่าดงดอย การท่องเที่ยว เลขที่ 6 ซอยรามอินทรา127 ถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
โทรศัพท์ / โทรสาร 0-2918-7736 มือถือ 087-000-2829
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12/00673
www.pahdongdoy.com  e-mail : webmaster@pahdongdoy.com หรือ pdd2003_1@hotmail.com