เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ซับลังกา
จังหวัดลพบุรี |
| |
| |
| |
| ข้อมูลทั่วไป |
| เดิมเป็นเนื้อที่ป่าตอนบนของป่าสงวนแห่งชาติป่าซับลังกา ซึ่งประกาศเป็นป่าสงวนเมื่อปี
พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมาในปี ๒๕๒๗-๒๕๒๘จังหวัดลพบุรีร่วมกับกรมป่าไม้เห็นควรอนุรักษ์ป่าผืนนี้ซึ่งเป็นป่าแหล่งสุดท้ายของจังหวัด
และเป็นต้นน้ำลำสนธิไว้ในรูปของป่าถาวร โดยอพยพราษฎรที่บุกรุกเข้าไปอยู่ก่อนออกมาอยู่ในที่จัดให้ไว้ในรูปโครงการหมู่บ้านป่าไม้ซับลังกา
ซึ่งอยู่ใต้หมู่บ้านวังเชื่อม ส่วนที่อยู่เหนือห้วยวังเชื่อมขึ้นไปได้ดำเนินการจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา
พร้อมกับทำการปลูกป่าเพื่ออนุรักษ์ต้นน้ำในพื้นที่ที่เป็นป่าเสื่อมโทรม และได้ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อปี
๒๕๒๙ เนื้อที่ประมาณ ๙๖,๘๗๕ ไร่ |
| |
| ลักษณะภูมิประเทศ |
| ประกอบด้วยเทือกเขายาวจากเหนือมาใต้ขนาบไว้สองข้าง ตรงกลางเป็นที่ราบแคบโดยมีลำสนธิไหลผ่ากลางจากเหนือไปใต้ขนานกับเทือกเขาทั้งสอง
เทือกเขาทางทิศตะวันออก คือ เขาพังเหย ซึ่งเป็นแนวเขตติดต่อกับจังหวัดชัยภูมิ
และเทือกเขาฝั่งทางด้านชัยภูมินั้นเปลี่ยนสภาพเป็นที่ราบสูงอีสาน ส่วนเทือกเขาทางตะวันตกนั้นประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อนเป็นแนวเขตอยู่ติดกับอำเภอวิเชียรบุรี
และอำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เขาที่สำคัญคือ เขาลวด ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่หลับภัยของสัตว์ป่าเป็นอย่างดี
เทือกเขาทั้งสองห่างกันเพียง ๕-๖ กม. เหมาะที่จะกั้นเป็นซาฟารีหรือสวนสัตว์เปิดขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า
๔๐,๐๐๐ ไร่ |
| |
| ลักษณะภูมิอากาศ |
| ฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฝนตกชุกพอประมาณ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี
๑,๑๐๐-๑,๒๐๐ มม. อากาศหนาวในฤดูหนาว ลมพัดแรงจัดเกือบตลอดเวลา เพราะอยู่ในที่ราบที่ขนาบด้วยเทือกเขาสองข้างทาง
ตอนบนจะหนาวกว่าเพราะเป็นที่ราบสูง ฤดูร้อนอากาศร้อนจัด พื้นที่ตอนล่างเกิดไฟป่าบ่อยครั้ง
เนื่องจากเป็นป่าเบญจพรรณมีทุ่งหญ้าสลับกับป่าไผ่รวก |
| |
| พืชพรรณและสัตว์ป่า |
บนเทือกเขาพังเหยเป็นป่าเต็งรังกับป่าเบญจพรรณ นอกจากไม้เต็งรังแล้วมีประดู่
มะค่า แดง และไม้ไผ่รวกขึ้นอยู่ทั่วไป ระดับความสูงปานกลางประมาณ ๘๐๐ เมตร
และตีนเขาเป็นป่าเบญจพรรณกับป่าดงดิบ โดยเฉพาะที่ราบริมห้วยจะเป็นป่าดงดิบ
ไม้ที่มีค่ามีพวก ประดู่ มะค่า แดง ตะแบก สมพง และไม้ยาง ไม้พื้นล่างมีไม้ไผ่ป่า
หวาย บอน และพวกว่านต่าง ๆ เทือกเขาทางตะวันตกติดกับจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นป่าดงดิบ
ป่าเบญจพรรณพบอยู่ตอนบนที่สูงกว่า ไม้ที่สำคัญ ๆ นอกจากที่กล่าวแล้วมีพวกไม้ยาง
และตะแบก และมะค่าโมง ขึ้นอยู่มาก นอกจากนี้ตอนที่ราบระหว่างสองเทือกเขาตอนบนยังมีป่ายางเหลืออยู่
พบต้นยางขนาดใหญ่เหลืออยู่มากพอสมควร ทางตอนล่างของเขตฯ เป็นทุ่งหญ้าที่เกิดจากการบุกรุกแผ้วถางป่าของชาวบ้านแต่เดิม
สัตว์ป่า
สัตว์ป่าสงวน ที่พบคือ เลียงผา
สัตว์ป่าคุ้มครองที่พบได้แก่มี พญากระรอก ลิง ลิงลม บ่าง เสือไฟ เม่น อีเห็น
นกกระทาดง นกกระรางหัวขวาน นกกะลิง นกเขาเขียว นกตะขาบ นกกะปูด นกบั้งรอก
เก้ง กระจง ไก่ป่า หมูป่า งูจงอาง อึ่ง กบ ปลาตระกูลปลาตะเพียน พบมีอยู่ในลำห้วยทั่วไป
|
| |
| แหล่งท่องเที่ยว |
น้ำตกสามสาย อยู่ทางตอนเหนือต้นน้ำลำสนธิ เป็นลำสนธิที่หายไปในดินแล้วโผล่ออกมาอีกทางด้านหนึ่งของซอกเขา
น้ำตกผาผึ้ง อยู่ทางด้านเขาลวก ความสูงระดับเขาที่ไต่ขึ้นไปปานกลาง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก
อยู่ห่างจากสำนักงานประมาณ ๑๐ กิโลเมตร บนน้ำตกจะเป็นถ้ำและเทือกเขาจันทน์ผา
สวยงาม
มีถ้ำต่างๆมากมายเหมาะแก่การปีนป่าย นอกจากนี้ ตามแนวเทือกเขาพังเหยตอนบน
ๆ จะพบก้อนหินขนาดใหญ่ ๆ กองอยู่เป็นกลุ่ม มีอยู่ทั่วไป และในเดือนกรกฎาคม
จะพบดอกกระเจียว เป็นทุ่งออกดอกบานสะพรั่นบนยอดเทือกเขาพังเหย และป่าละเมาะทั่วไป
|
|
| |
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
| ไม่มีความสะดวกมากนัก เพราะเน้นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ช่วยเหลือตนเอง นอนเต๊นท์เป็นหลัก มีอาคาร ศาลา และห้องสุขา อำนวยความสะดวกพอสมควร
กิจกรรมที่น่าสนใจ กระจายในรอบปีคือ " เดินป่า ปีนเขา เข้าถ้ำ ย่ำน้ำตก
ล่องแพ แลดอกกระเจียว เที่ยวสุดแผ่นดิน ปีนหินงาม " |
|
| |
| ที่พัก-บริการ |
|
| |
| ที่ติดต่อและการเดินทาง |
มีทางรถยนต์จากอำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ถึงสำนักงานใช้ได้ตลอดฤดูกาล
ระยะทางประมาณ ๓๗ กิโลเมตร เป็นถนนลูกรังอัดแน่น ชั้น ๑
๑. บขส.หมอชิต๒ - บขส.ลำนารายณ์ นั่งรถปรับอากาศชั้น๑ หรือ ๒หรือรถ ธรรมดา
สายกทม. - หล่มสัก ซื้อตั๋วลงลำนารายณ์ ระยะทางประมาณ ๑๙๗ กิโลเมตร หรือสายกทม.-ชัยภูมิ
ผ่านลำนารายณ์ลงที่ตลาดหนองรี อำเภอลำสนธิ
๒. บขส.ลำนารายณ์ - สี่แยกไฟแดงตลาดลำนารายณ์ หรือที่จอดรถสองแถว สายลำนารายณ์-บ้านวังเชื่อม
มีสามล้มเครื่องจอดรถที่ บขส.
๓. นั่งรถสองแถวสายลำนารายณ์-บ้านวังเชื่อม ผ่านตลาดหนองรี อำเภอลำสนธิ
ไปสำนักงานเขตฯ ซับลังกา ระยะทางประมราณ ๗๖ กิโลเมตร |
|
| |
| เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ตำบลลำนารายณ์
อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ๑๕๑๙๐ |
| |
| ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
โทรศัพท์ : ๐-๒๕๖๒-๐๗๖๐ |
| |
| จัดทำโดย : |
นักศึกษาฝึกงาน จากมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด (ระหว่างเดือน
เม.ย. - พ.ค. ๔๘) |
| |
- นายภูวดลย์ แก้วบุตรดี
- นายเลิงศักดิ์ ชาวนาผือ
|
|