เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
แม่ตื่น
จังหวัดตาก |
| |
| |
| |
| ข้อมูลทั่วไป |
| เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่นแต่เดิมเป็นป่าเตรียมการสงวนเป็นป่าสงวนแห่งชาติ
จากการไปตรวจราชการ ของนายอุดม หิรัญพฤกษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งป่าไม้จังหวัดเชียงใหม่
ได้รายงานเสนอความเห็นไปยังกรมป่าไม้ ว่าสภาพป่าบริเวณเขตติดต่อระหว่างอำเภออมก๋อย
จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีความชุ่มชื่นมากมีสัตว์ป่าชุกชุม
สมควรประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ต่อไป กรมป่าไม้โดยกองอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงได้ทำการสำรวจตรวจสอบเบื้องต้น
แล้วดำเนินการตามขั้นตอนเรื่อยมา จนกระทั้งมีประกาศพระราชกฤษฏีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าแม่ตื่น
ในท้องที่ตำบลยางเปียง ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย ตำบลมืดกา อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่
และตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา ตำบลแม่ตื่น ตำบลสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ ครอบคลุมพื้นที่ ประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐
ไร่ โดยประกาศในราชกิจานุเบกษาฉบับพิเศษ หน้า ๑-๔ เล่ม ๙๕ ตอนที่ ๘๐ วันที่
๑๐ สิงหาคม ๒๕๒๑ เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น จังหวัดเชียงใหม่
และตาก ตามพระราชกฤษฏีกา พ.ศ. ๒๕๒๑ มีเนื้อที่กว้างขวางมาก สภาพภูมิประเทศ
เป็นเทือกเขาสลับซ้อนซ้อน การคมไม่สะดวก ยากแก่การติดต่อประสานงาน ฉะนั้นเพื่อให้งานจัดการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
และสัตว์ป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และได้ผลอย่างเต็มที่ จึงแบ่งเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าแม่ตื่นเดิมออกเป็น
๒ ส่วน คือบริเวณที่ดินด้านทิศเหนือ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย และบริเวณที่ดินด้านทิศใต้
เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ในปัจจุบันตามพระราชกฤษฏีกา พ.ศ. ๒๕๒๖ ประกาศในราชกิจจานุเบกฉบับพิเศษ
หน้า ๒๐ เล่ม ๑๐๐ ตอนที่ ๑๓๕ วันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๖ |
| |
| ลักษณะภูมิประเทศ |
| ส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสูงชัน สลับซับซ้อน เป็นป่าเขาที่ครอบคลุมพื้นที่ต้นน้ำลำธาร
มีลำห้วยใหญ่น้อยสายต่าง ๆ จำนวนมากไหลลงสูงน้ำแม่ตื่น แล้วไหลออกบรรจบแม่น้ำปิง
ลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลตามลำดับ ภาพโดยรวมของพื้นที่มีลักษณะเป็นแนวเขา
โดยล้อมพื้นที่ไว้ ๓ ด้านคล้ายรูปยูตะแคง โดยหันหัวไปทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำเขึ่อนภูมิพล
และมีน้ำแม่ตื่นพาดผ่านกลางพื้นที่ในแนว เหนือ - ใต้ แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน
ด้านทิศตะวันตกเฉลียงใต้ของพื้นที่มีเทือกเขาสูงจากตอนกลางออกมา เป็นเทือกเขาที่มีหน้าผาหินบนสันเขาลักษณะเดียวกับดอยม่อนจอง
จังหวัดเชียงใหม่ ยอดเขาที่สูงที่สุดในพื้นที่อยู่บนเทือกเขานี้ สูง ๑,๖๖๔
เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง |
| |
| ลักษณะภูมิอากาศ |
สภาพภูมิอากาศแบ่งเป็น ๓ ฤดู คือ
๑. ฤดูร้อน ระหว่างเดือน มีนาคม - พฤษภาคม
๒. ฤดูหนาว ตุลาคม - กุมภาพันธ์
๓. ฤดูฝน พฤษภาคม - ตุลาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีประมาณ ๑,๙๒๖ ลบ.มม. |
| |
| พืชพรรณและสัตว์ป่า |
| เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง
และความชื้นต่างระดับกันทำให้มีสภาพป่าที่แตกต่างกัน หลายประเภท พันธุ์ไม้ที่สำคัญ
ได้แก่ สัก เต็ง รัง ก่อ มะห้า เมี่ยง ขนุนป่า ไม้ไผ่ ประดู่ ตีนนก ตะแบก มะกอก
สนสองใบ สนสามใบ พลวง พยอม ทรัพยากรสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น
ยังมีความอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าที่อพยพมายังพื้นที่ที่กักเก็บน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล
ขุนห้วยส่วนมากมีความชุ่มชื้น มีพื้นป่าหลากหลายที่เป็นอาหารสัตว์ สัตว์ป่าที่มีเป็นจำนวนมาก
ได้แก่ ลิง ค่าง บ่าง ชะนี อีเห็น ไก่ป่า เก้ง และจำพวกนกชนิดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์
ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนได้แก่ กวางผา เลียงผา และเก้งหม้อ |
| |
| แหล่งท่องเที่ยว |
| การล่องแพชมธรรมชาติสองฝั่งน้ำแม่ตื่น นั่งเรือชมหน้าผาหินบริเวณสองฝั่งแม่น้ำปิงจนถึงเชื่อภูมิพล
และบนดอยสอยมาลัย ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงสุด สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าดิบเขาและอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล
ตลอดจนอากาศจะหนาวเย็นตลอดทั้งปี |
| เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น เป็นโครงการป่าอนุรักษ์โครงการหนึ่ง
ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับป่าอนุรักษ์ทั้งทางด้านทิศเหนือ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย
และทิศตะวันออก คือ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ก่อให้เกิดเขตป่าอนุรักษ์ ที่มีพื้นที่กว้างขวาง
ซึ่งเป็นผลดีต่อทรัพยากรสัตว์ป่าและป่าไม้ เป็นแหล่งหยุดพักของนกที่อพยพมาจากทางตอนเหนือของประเทศ
|
|
| |
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
บ้านพักบริเวณที่ทำการเขตฯ ๑ หลัง พักได้ ๑๐ คน แพที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยริน
พักได้ ๑๕ คน
|
|
| |
| ที่พัก-บริการ |
|
| |
| ที่ติดต่อและการเดินทาง |
| การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น จังหวัดตาก
วิธีที่สะดวก คือการเดินทางโดยรถยนต์ แยกจากถนนพหลโยธินที่อำเภอบ้านตาก
จังหวัดตาก ไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๕ สายบ้านตาก - แม่ระมาก ประมาณ ๕๒
กิโลเมตร ก่อนจะถึงหน่วยพิทักษ์ป่ากองจะมีทางแยกขวาไปตามถนนลูกรัง ประมาณ
๑๒ กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการเขตฯ |
|
| |
| |
| |
| ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
โทรศัพท์ : ๐-๒๕๖๒-๐๗๖๐ |
| |
| จัดทำโดย : |
นักศึกษาฝึกงาน จากมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด (ระหว่างเดือน
เม.ย. - พ.ค. ๔๘) |
| |
- นายภูวดลย์ แก้วบุตรดี
- นายเลิงศักดิ์ ชาวนาผือ
|
|