|
|
 |
๒
เม.ย. ๔๘ |
 |
| |
 |
| |
รองเท้านารีขาวสตูล Paphiopedilum niveum (Rchb. f.
) Pfitz.
พบตามธรรมาชาติบนพื้นผิวภูเขาหินปูนในภาคใต้ของประเทศไทย
เลยเข้าไปถึงในดินแดน ประเทศมาเลเซีย ตามบันทึก ประวัติพันธุ์ไม้ของมาเลเซียกล่าวไว้ว่า
พบเป็นจำนวนมากในบริเวณหมู่เกาะลังกาวี ส่วนในประเทศซึ่งพบแถบภูเขาหินปูนในภาคใต้
มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ซึ่งผู้มีประสบการณ์ย่อมบอกได้ คงกล่าวอย่างคร่าวๆ
ว่า มีลักษณะสูงชัน ได้รับไอน้ำทะเลเล็กน้อย
ทั้งที่อยู่ บนเกาะและบนผืนแผ่นดินใหญ่ จะพบกล้วยไม้รองเท้านารีชนิดนี้ขึ้นอยู่ตามซอกหิน
ซึ่งมีอัตราการผุพังจากการ ถูกชะล้างโดยน้ำฝนค่อนข้างสูง
ในร่มเงาของชะง่อนหินและพุ่มไม้เตี้ยๆ ที่ค่อนข้างหนาทึบ
และเป็นที่น่าสังเกตว่า จุดที่พบกล้วยไม้ ขึ้นอยู่นั้นนอกจากอยู่ในซอกซึ่งกระแสฝนไม่อาจสัมผัสโดยตรงได้แล้ว
บางจุดจะเป็นที่ลาดชันร่วม ๙๐ องศา ในเขตประเทศไทย ได้เคยพบอยู่บนภูเขาแถบจังวหวัดตรัง
เช่น ที่อำเภอ ห้อยยอด และมีแนวพื้นที่พบได้ เชื่อมโยงลงไปถึงจังหวัดสตูล
และบริเวณ หมู่เกาะตะรุเตา
ดอกมีสีขาว มีจุดสีม่วงน้ำตาลละเอียดมาก กระจายอยู่ในบริเวณใกล้โคนกลีบ
หรือใกล้ใจกลางของดอก ความหนาแน่นของ จุดค่อนข้างบาง เคยพบต้นซึ่งมีดอกสีขาวบริสุทธิ์ด้วย
แต่ค่อนข้างหายากใบมีลาย ระหว่างสีเขียวแก่กับสีเขียวอ่อน
ใต้ท้องใบสีม่วง คล้ำ ดอกมีขนาดกว้างระหว่าง ๔-๕ ซม. รูปลักษณะมองจากด้านหน้าค่อนข้างกลม
เนื่องจากสัณฐานกลีบกว้าง ก้านช่อดอก ตั้งยาวประมาณ ๑๐-๑๒
ซม. ปลายช่ออาจมีดอกได้ถึง ๒ ดอก หากปลูกไว้เป็นกอใหญ่ สักหน่อยอาจให้ดอกคราวเดียวกันได้
ระหว่าง ๔-๕ ช่อหรืออาจมากกว่านี้ ในแต่ละปีสามารถให้ดอกติดต่อกันได้ไม่ต่ำกว่า
๘ เดือนหากปลูกไว้ในปริมาณพอสมควร
เป็นรองเท้านารีชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถนำมาปลุกและให้ดอกได้ผลดีในภาคกลาง
ลงไปถึงภาคใต้ของประเทศไทย ผู้เขียน ได้ทดลอง ผสมพันธุ์ข้ามชนิดกับชนิดอื่นๆ
บางชนิดซึ่งมีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย และได้เห็นดอกลูกผสมแล้ว
อนึ่งเป็นรองเท้านารีชนิดหนึ่ง ซึ่งมีผู้นำมาปลูกลงกระบะ
ซึ่งทำในลักษณะเป็นโต๊ะ โดยที่ปลูกไว้หลายต้นจนกระทั้งแตกเป็น
กอใหญ่ เมล็ดจากต้นเดิม ซึ่งเกิดตามธรรมชาติได้กระจายและงอกเป็นต้นเล็กๆ
ปรากฎทั่วไปบนผิวพื้นเครื่องปลูกใกล้ๆ ต้นแม่ และปล่อยให้เจริญเติบโตขึ้นมาจนมีดอกด้วย |
|
|
|
 |
|
 |
|