ป่าดงดอย การท่องเที่ยว (ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 12/00673)

ขณะนี้มีผู้เข้าชมอยู่ 1 ท่าน
หน้าหลัก
ทัวร์ในประเทศ
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคกลาง
ภาคใต้
ภาคตะวันออก
เพื่อนบ้าน

   
.... รับทำกรุ๊ปเหมา ๘ ท่านขึ้นไป, ทัวร์หมู่คณะ, ทัวร์โรงงาน ฯลฯ ....
ข้อมูลท่องเที่ยว ๗๖ จังหวัด
สถานที่น่าพักทั่วไทย
สถานที่พัก เด่นๆ
สินค้าพื้นเมือง
วัฒนธรรมประเพณี
ปฏิทินการท่องเที่ยว
โลกใต้ทะเล
อุทยานแห่งชาติ
วนอุทยานแห่งชาติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เบอร์โทรศัพท์สำคัญๆ
บทความ จากไกด์
เกี่ยวกับ ป่าดงดอย
รายละเอียด โปรดคลิ๊ก

วิจิตรตระการแห่งขุนเขา

ดอยหลวงเชียงดาว
๔ พ.ค. ๔๘
 
พืชพรรณไม้บนดอยหลวงเชียงดาว

บริเวณดอยหลวงเชียงดาว มีช่วงหน้าแล้ง ยาวนานถึง 6 เดือน พืชพรรณธรรมชาติ โดยทั่วไป ควรจะเป็น ป่าผลัดใบแล้ง หรือที่เรียกว่า ป่าเต็งรัง เสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากการขาดแคลนน้ำ เป็นระยะเวลานาน ไม้จำพวก ยืนต้น จำต้องทิ้งใบ เพื่อ ลดปริมาณการคายน้ำ แต่การที่ดอยหลวง เชียงดาว ประกอบ ด้วยดอยสูง มียอดแหลม สลับ ซับซ้อน มีหุบ และอ่างสลุงที่ชุ่มชื้น และ ประกอบกับการที่มี หินปูน เป็นวัสดุต้นกำเนิดดิน จึงทำให้มี ป่า ประเภท อื่น หลายชนิดทั่วบริเวณ

ตามเส้นทางสายบ้านถ้ำ - บ้านนาเลา จะสังเกตเห็น สภาพป่าชนิดต่างๆ ตามระดับความสูงที่ต่างกันไป “ป่าเต็งรัง” ในระดับความสูง ราว ๔๐๐ - ๖๐๐ เมตร บริเวณที่เป็นกรวดมน และหินซิลท์เป็นวัสดุต้นกำเนิดดิน ซึ่งจะให้ดินเป็นลูกรังเสียเป็นส่วนใหญ่

ระดับความสูงราว ๖๐๐ - ๑,๐๐๐ เมตร บริเวณพื้นที่ในระดับความสูงดังกล่าว มักมีสภาพป่า หลายๆชนิด ขึ้นสลับกัน ตอนล่างเป็นพื้นที่ “ป่าเบญจพรรณ” สูงขึ้นไปอาจเป็น “ป่าสนเขา” หรือ “ป่าดิบเขา” ตามแต่สภาพ พื้นดินและ สภาพภูมิอากาศ

องค์ประกอบของป่าโดยทั่วไป คล้ายกันกับ ที่ได้กล่าวไว้แล้ว ในพื้นที่ป่าของ”แม่ตะมาน” แต่มีที่แปลก ออกไปคือ ป่าโปร่งบนลาดเขาชัน ของหินปูน จะพบโดยทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายในสันดอย ของดอยหลวง หินปูนซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ของดอยหลวงเชียงดาว ก่อให้เกิด ลักษณะ ลาดเขาชัน มีหน้าดินตื้น หรือเป็น พื้นที่ ที่เต็มไปด้วยโขดหิน ตะปุ่มตะป่ำ ทำให้พืชพันธุ์ ส่วนใหญ่ เป็นพันธุ์ไม้เล็กๆ ที่ขึ้นคลุมพื้นที่ ไม้ยืนต้น ที่เด่นชัด ก็คือ “ต้นปรง” และ ต้นจันผา

การถากถาง ทำไร่เลื่อนลอย ที่ทำให้พื้นที่ป่าเสียสภาพไป บริเวณดังกล่าว จะปรากฏมีหญ้าคาขึ้นเต็ม ที่กลายเป็น “ทุ่งหญ้า” ให้เห็นหลาย พื้นที่ แต่เดิม ป่าดอยหลวงเชียงดาว มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ต่อเนื่องกับ พื้นที่ ป่าลุ่มน้ำปาย เขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อเนื่องเลย ไปถึงพื้นที่ป่า ของพม่า เหนือขึ้นไปอีก ป่าที่สมบูรณ์กว้างขวาง ปานนั้น จึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มากมาย หลากหลายชนิด ที่สำคัญๆก็คือ แรด กระซู่ ช้างป่า แต่ การถากถาง ทำไร่เลื่อนลอย การทำลายพื้นที่ป่า และการทำลายล้างโดยสัตว์มนุษย์ ด้วยอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้ สัตว์ หลายชนิดเช่น กวางป่า วัวแดง ที่เคยมีอยู่อย่างชุกชุม ในป่าบริเวณนี้ได้สูญหาย ไปหมดสิ้น แต่ก็เชื่อว่า ยังมี สัตว์สงวน ชนิดหนึ่งคือ กวางผา ในบริเวณป่า แห่งดอยหลวง เชียงดาว

พื้นที่ของโครงการพัฒนา ป่าไม้ที่สูงดอยป่าเกี๊ยะ (ขุนแม่ตะมาน) นั้นครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ ราว 100 ตารางกิโลเมตร หรือราว ๖๒,๕๐๐ ไร่ ประกอบด้วยเทือกดอยมากมาย ดอยป่าเกี๊ยะ ดอยกิ่วลม ดอยขุนแม่แมะ ดอยผาแดง ดอยสามหมื่น และดอยขุนแม่ตะมาน ยอดสูงสุด ในพื้นที่ อยู่ที่ดอย ขุนแม่แมะ ๑,๗๖๖ เมตร จากระดับน้ำ ทะเล ปานกลาง พื้นที่ ๖๒,๕๐๐ ไร่ ในความรับผิดชอบของแม่ตะมานนี้ ปกคลุมด้วยป่า หลากหลายชนิด

ป่าผลัดใบแล้งหรือป่าเต็งรัง คลุมพื้นที่ในระดับความสูงราว ๔๐๐ - ๖๐๐ เมตร มีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ นานาชนิด เหียง พลวง เต็ง รัง ตะแกบเลือด ยอป่า โมก มีหญ้าเป็นไม้พื้นล่าง เสียเป็นส่วน ใหญ่ ไม้ยืนต้นในป่าเต็งรัง จะเปลี่ยนสีผลัดใบ ในหน้าแล้ง ราวเดือน มีนาคม ป่าจะมีสีสันงดงาม

ป่าเบญจพรรณผลัดใบ ในพื้นที่ตั้งแต่ ระดับ ๖๐๐ เมตร ไปจนถึง ๑,๐๐๐ เมตร มีไม้สัก เป็นไม้สำคัญ ที่ขึ้นในพื้นที่ตอนล่าง สูงขึ้นไป จะเป็น ไม้ยาง ยมหิน ตีนนก มะค่าโมง แดง แซมด้วยไผ่เป็นไม้พื้นล่าง ไม้รวก ซางดอย ไผ่หนาม เป็นป่าที่ให้สีสันในยามแล้งเช่นกัน


ป่าดิบเขา บนยอดดอยสูงที่มีไม้หนาแน่น มีความชื้นสูง พันธุ์ไม้เป็นพวก ไม้ก่อต่างๆ อบเชย และไก๋

ป่าสนเขา ในระดับความสูงจาก ๘๐๐ เมตรขึ้นไปจนถึง ๑,๒๐๐ เมตร ส่วนมาก จะเป็นสนสองใบ บางครั้ง จะพบว่าขึ้น ปนอยู่ในป่าเต็งรัง บางแห่งจะขึ้นเป็นกลุ่มยาวเหยียด ไปตามแนวสันดอย จะพบได้แถวบ้าน แม้วป่า เกี๊ยะ (บ้านผาแตก)

เขตพื้นที่รับผิดชอบ ของแม่ตะมาน นี้ มีผู้คนอาศัย ทั้งคนเมืองและชาวเขา ทั้งสิ้น ๑๘ หมู่บ้าน บ้านป่าเมี่ยง แม่ตะมานปางใน - ปางนอก บ้านม้งป่าเกี๊ยะ บ้านมูเซอป่าไหล บ้านมูเซอห้วยตาด ดังนั้นการหักล้าง ถากถาง ป่าเพื่อทำกิน จึงมีค่อนข้างมาก ปลูกเมี่ยง มัน ท้อ ข้าว ข้าวโพด และ ฝิ่น สภาพป่าที่ถูกทำลาย จึงมีให้เห็น ปรากฏอย่างกระจัดกระจาย ป่าที่เคยอุ้มซับน้ำสู่ห้วยแม่เมิน แม่ตะมาน แม่กอก ห้วยผาแดง ห้วยสถาน ห้วยม่วน ฟ้าผ่า และสายน้ำเล็กๆ นับร้อยที่ไหล รวมลงสู่น้ำแม่แตง ห้วยแม่ก๊ะ แม่แมะ แม่ทรายขาว ห้วยเฮี๊ยะ ห้วยตาด ที่ไหลรวมลงสู่แม่น้ำปิง จึงหมดสภาพ ไปทีละน้อย ทีละน้อย ดอยป่าเกี๊ยะ และเทือกดอยข้างเคียง เป็นสันปันน้ำ ที่รวมสายน้ำเล็กๆ มากมายให้ไหลรวม ลงสู่ลำน้ำแม่ปิง ทางฝั่งตะวันออก และสู่ลำน้ำแม่แตงทางตะวันตก สายน้ำ เหล่านี้หล่อเลี้ยงชีวิต มากมาย บนแผ่นดิน ลานนาไทย แล้วไหลรวมลงเป็นแควหนึ่ง ของเจ้าพระยา ยังมาซึ่ง ความ อุดมสมบูรณ์บนที่ราบ อันกว้างใหญ่ไพศาล ตอนกลางของไทย ซึ่งนับวันมีแต่จะถูกริดรอน

ความพยายามของแม่ตะมาน คือ การพัฒนาเกษตรกรรมถาวร แก่ชาวไทยภูเขา งานส่งเสริม พืช ทดแทนฝิ่น มิได้มี ความสำคัญแต่ เฉพาะพื้นที่รับผิดชอบ ของแม่ตะมานเองเท่านั้น แต่แม่ตะมาน เป็นความพยายาม ที่จะปักหลักการทำกิน ของชาวไทย ภูเขาส่วนหนึ่ง ให้ติดอยู่กับ ผืนแผ่นดิน แห่งนั้น อันจะหมายถึงความปลอดภัย จากการทำลายป่าต้นน้ำอื่นๆ อีกมากมาย ความพยายาม ของแม่ตะมาน จึงมิใช่แต่เพียงจะยืด ลมหายใจ ของ สายน้ำแม่แตง หรือน้ำแม่ปิง เท่านั้น แต่หมายรวมถึง ความพยายาม ที่จะยื ด ลมหายใจ ของสายน้ำเจ้าพระยา ด้วย


พืชกึ่งอัลไพน์

ดอกไม้ในอ้อมกอด ดอยหลวงเชียงดาว

นักภูมิศาสตร์ชุดแรกๆที่เข้ามาสำรวจ ดอยเชียงดาวนั้น นอกจากจะต้องแบกเสบียง และสัมภาระ นานา ติดตัวมาด้วยแล้ว ยังต้องแบก กล้องรังวัดมาด้วย เพื่อเล็งหายอดดอยหลวงเชียงดาว ที่สูงกว่ายอดดอยอื่นๆ เพียงไม่กี่ สิบเมตร การที่ยอดดอยแต่ละยอด มีความสูงใกล้เคียงกันมาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ความสูงจริงๆของยอดดอยหลวง เชียงดาว จะไม่ปรากฏในแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐ ของกรม แผนที่ทหาร และชื่อดอยหลวง เชียงดาว กลับปรากฏอยู่ถึง ๒ ยอด ในตำแหน่งที่ไม่ใช่ยอดสูงสุด ดังนั้นการค้นหา ยอดดอยหลวง เชียงดาวในแผนที่ จึงจำเป็นต้องนับเส้น ความสูง ไล่ไปทีละ เส้น จึงจะพบตำแหน่ง และความสูงที่แท้จริง การพยายามมองหา ยอดดอยหลวง เชียงดาว ในขณะเดินทางตามเส้นทางเดินเท้า ยิ่งเป็นเรื่องยากกว่า เพราะมียอดดอยหลายยอดที่สูงไล่เลี่ยกัน กำบังอยู่ จนกว่า จะเดินไปถึงเส้นทางช่วงสุดท้าย บริเวณขอบอ่างสลุง นั่นแหละ จึงจะสามารถมองเห็น ยอด ดอยหลวงเชียงดาวได้

สังคมพืชอัลไพน์ หมายถึงสังคมพืชที่เป็นพืชล้มลุก ไม่มีไม้ยืนต้นขึ้นปะปน อยู่เหนือแนวเขตป่าไม้ บนพื้นที่ภูเขาสูง ส่วนสังคมพืช ทุนดรา หมายถึง สังคมพืชที่เป็นพืชล้มลุก ไม่มีไม้ยืนต้นขึ้นปะปนอยู่ พบบริเวณ เหนือเส้นละติจูด หรือเส้นรุ้ง ๖๐ องศาเหนือ และใต้เส้นละติจูด หรือเส้นรุ้ง ๖๐ องศาใต้ บริเวณดังกล่าว เป็นเขต หนาว ของโลก หรือเรียกว่าเขตทุนดรา คำว่า “ทุนดรา” แปลว่า ที่ราบ ซึ่งปราศจากต้นไม้ใหญ่ แต่พืชทั้งสองเขตนี้ มีต้นกำเนิดเดียวกัน และมีความสัมพันธ์กัน อย่างใกล้ชิด ช่วงปลายยุคเทอร์เชียรี เมื่ออากาศเย็นขยายขอบเขต จากขั้วโลกลงมา ทำให้ ”พืชน้ำแข็ง” กระจายพันธุ์อย่างช้าๆ มาตามอากาศที่หนาวเย็น จนเข้าไปแทนที่ พืชที่ขึ้น อยู่เดิมในเขตอบอุ่น พืชน้ำแข็งเหล่านี้คือ บรรพบุรุษ ของพืชอัลไพน์ และ พืชทุนดราในปัจจุบัน ในเวลาต่อมา ภูมิอากาศของโลก เปลี่ยนแปลง ไป จากหนาวเป็นร้อน และร้อนเป็นหนาว สลับไปสลับมา จวบจนพ้นยุคน้ำแข็ง ภูมิอากาศของโลกจึงได้อบอุ่นขึ้น ทำให้พืชน้ำแข็งที่เคยขึ้นติดต่อกัน ได้ขาดตอนออกจากกัน ส่วนหนึ่งถูกจำกัด เขต อยู่ใน ละติจูดสูง ซึ่งวิวัฒนาการมาเป็น พืชทุนดรา ในปัจจุบัน อีกส่วนหนึ่งถูกจำกัดอยู่ตามพื้นที่ บนภูเขาสูง ที่มีอากาศหนาวเย็น เหมือนกับถูกตัด ขาดให้อยู่ โดดเดี่ยวบนเกาะ กลายเป็น พืชอัลไพน์ ที่กระจัดกระจาย อยู่ตาม ยอดเขาสูงในเขตอบอุ่น การอยู่โดดเดี่ยวนี้เอง ที่ทำให้พืช อัลไพน์ มีวิวัฒนาการ แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ มีเพียงบางบริเวณ ที่ได้รับผลกระทบ จากการถูกโดดเดี่ยว เพียงเล็กน้อย เช่น เทือกเขาหิมาลัย เนื่อง จากมีอาณาเขต ภูเขาติดต่อกัน เป็นบริเวณกว้าง เราสามารถพบสังคมพืชอัลไพน์ได้ในเขตร้อน บริเวณความสูง ๓,๕๐๐ เมตร ขึ้นไป ของ คินาบาลู ประเทศมาเลเซีย หรือแม้แต่พบเห็นหิมะบริเวณเส้นศูนย์สูตร บริเวณยอดเขาที่มีระดับความสูงเกิน ๕,๐๐๐ เมตร ในเขตอิเรียนจายา ของ เกาะนิวกินี ประเทศอินโดนีเซีย

ตัวอย่างเหล่านี้เป็นผลมาจากอิทธิพลของ ความสูงภูเขา ที่สัมพันธ์กับที่ตั้งตามแนวเส้นละติจูด เมื่อความสูงของภูเขาเพิ่มขึ้น ความ หนาแน่นของอากาศ จะน้อยลง และ อุณหภูมิจะลดต่ำลง ทำให้อากาศเย็นลง ในเขตร้อน หากความสูงของภูเขาเพิ่มขึ้น ๑๘๐ เมตร อุณหภูมิจะลด ลง ๑ องศาเซลเซียส จนเมื่อความสูงถึงระดับ ๕,๐๐๐ เมตรโดยเฉลี่ย อุณหภูมิของอากาศจะลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง เกิดเป็นแนวน้ำแข็งถาวร (SNOW LINE)

บริเวณที่มีความชื้นสูง ได้แก่ ในระดับความสูงเฉลี่ย ๑,๐๐๐ - ๓,๐๐๐ เมตร เนื่องจากมีเมฆปกคลุม อยู่เสมอ ถ้าความสูงเพิ่มขึ้นไป มาก กว่านี้ ปริมาณฝนจะลดลง ไปทีละน้อย เมื่อถึงระดับความสูงเฉลี่ย ๔,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ เมตร เป็นความสูงที่เกินระดับเมฆชั้นต่ำ ทำให้ได้รับแสงสว่าง จาก ดวงอาทิตย์มาก ในเวลากลางวัน และ มีความ แตกต่าง ของอุณหภูมิช่วงกลางวันและกลางคืนสูง สังคมพืชบนภูเขา จึงมีลักษณะแตกต่างกัน ตามความสูง ที่เพิ่มขึ้น โดยแบ่งออกเป็น


เขตสังคมพืชระดับล่าง (Basal Zone) และ เขตสังคมพืชภูเขา(Mountain Zone)

ทั้งสองเขตนี้เป็นสังคมพืชที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุม เป็นป่าไม้ประเภทต่างๆ เช่น ป่าผลัดใบ ป่าไม่ผลัดใบ ฯลฯ ในระดับสูงที่สุด ของเขตสังคมพืช ภูเขาจะเป็นป่าดิบเขา โดยมีจุดสูงสุดอยู่ที่ แนวเขตป่าไม้(Timber Line) เป็นจุด สูงสุดที่สังคมไม้ยืนต้นจะเติบโตอยู่ได้

เขตสังคมพืชกึ่งอัลไพน์(Subalpine Zone) จะอยู่เหนือแนวเขตป่าไม้มีไม้พุ่มภูเขา (Shrubs) ขึ้นร่วมกับพืชล้มลุก ไม้พุ่มภูเขาที่พบได้แก่ พืชสกุล โรโดเดนดรอน

เขตสังคมพืชอัลไพน์ (Alpine Zone ) จะอยู่เหนือกว่าระดับกึ่งอัลไพน์ มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าภูเขา พืชที่ขึ้นอยู่ได้ มีแต่เพียงพืชล้มลุก

ระดับหิมะและธารน้ำแข็ง ( Snow Horizon ) อยู่เหนือจากระดับอัลไพน์ขึ้นไป จะเป็นแนวน้ำแข็งถาวร (Snow Line) มีหิมะและธารน้ำแข็ง ปกคลุม ตลอดปี

ในบริเวณอื่นของโลก สังคมพืชจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อแนวเส้นละติจูดสูงขึ้น ระดับความสูงของ แนวเขตป่าไม้และแนวน้ำแข็ง ถาวร จะลดลง ในเขตอบอุ่นเช่นที่สวิตเซอร์แลนด์ (๔๗ องศาเหนือ) แนวเขตป่าไม้ จะอยู่ที่ระดับความสูง ๒,๐๐๐ เมตร และแนวน้ำแข็งถาวร จะอยู่ที่ระดับ ความสูง ๔,๐๐๐ เมตร แต่ที่สวีเดน(๖๐ องศา เหนือ) แนวเขตป่าไม้จะลดลงมาอยู่ที่ระดับความสูง ๑,๐๐๐ เมตร และแนวน้ำแข็ง ถาวรจะอยู่ที่ระดับความสูง ๒,๕๐๐ เมตรเท่านั้น

ภาคเหนือของไทย อยู่ในแนวเส้นละติจูดประมาณ ๑๗ องศาเหนือขึ้นไป จะพบพืชเขตอบอุ่น กระจายพันธุ์ และ เติบโต อยู่ในเขตป่าดิบเขา ยอดเขาที่สูงที่สุดของไทย ๓ อันดับแรก คือ ดอยอินทนนท์ (๒,๕๖๕ เมตร) ดอยผ้าห่มปก(๒,๒๘๕ เมตร) และ ดอยเชียงดาว(๒,๒๒๕ เมตร) จึงน่าจะอยู่ในแนว เขต ป่าไม้ ของสังคมพืชป่าดิบเขา ทั้งหมด แ ละโอกาสที่จะพบสังคมพืชอัลไพน์ในภาคเหนือได้ จะต้องเป็นยอดเขา ที่มีความสูงประมาณ ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ เมตรขึ้นไป แต่สังคมพืชยอดดอยเชียงดาว กลับเป็นข้อยกเว้น เพราะมีลักษณะ ที่แตกต่างออกไปจากที่อื่นๆ นั่นคือบริเวณยอดดอย ที่มีความสูง เกิน ๑,๙๐๐ เมตรขึ้นไป กลับมีพืชล้มลุกขึ้นสลับกับ ไม้พุ่มเตี้ยเ เหนือ แนวเขตป่าไม้ คล้ายๆกับสังคมพืชกึ่งอัลไพน์(sub - alpine) ดอยเชียงดาว มีองค์ ประกอบ อื่น ที่ช่วยให้สังคมพืชกึ่งอัลไพน์ ดำรง อยู่ ได้ เช่น สภาพพื้นที่เป็นหินปูน ในบริเวณยอดเขา มีดินอยู่น้อย และอากาศแปรปรวนตลอดปี ปัจจัยเหล่านี้เป็น ปราการธรรมชาติ ที่คอย ป้องกัน ไม่ให้ สังคมพืชป่าดิบเขา เติบโตขยายอาณาเขต ขึ้นมาสู่ยอดเขาได้ นอกจากนั้น ความสูงในระดับ ที่มีเมฆปกคลุม ทำให้ได้ รับความชุ่มชื้น อยู่เสมอความสูงชันของพื้นที่ ทำให้ชั่วโมง ในการรับแสง แดด ลดน้อยลง และมีร่มเงาของภูเขา คอยปกป้อง ความร้อน จากแสงแดด ในหน้าแล้ง ดังนั้นดอยเชียงดาว จึงเป็น เสมือน บ้าน สำหรับพรรณพืชเขตอบอุ่น ที่กระจายพันธุ์มาจากที่ต่างๆ ทั้งจากหิมาลัย ตะวันออก จากตอนใต้ของจีน และจากมณฑลยูนนาน การกระจายพันธุ์มาบรรจบกัน และสิ้นสุดที่ดอยเชียงดาวแห่งนี้ ในแนวเส้นละติจูดเดียวกัน ในพื้นที่อื่นของไทยหรือใต้ลงไป จะไม่พบพืชเหล่านี้อีกเลย

การกระจายพันธุ์น่าจะเกิดขึ้น ในครั้งที่ป่าไม้ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ ผืนป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ยังคง เชื่อมกับจีนตอนใต้ และเชื่อมต่อมา ถึงผืนป่าในเมืองไทย เหมือนผ้าห่มสีเขียวขนาดมหึมา ปกคลุมทั้งภูมิภาค เมล็ดพืชเดินทางมากับลมและน้ำ หรือติดตัว มากับสัตว์ ต่างๆ จากยอดเขา สู่ที่ราบ และจากที่ราบสู่ยอดเขา อีกลูก หนึ่งไปเรื่อยๆ ที่ใดที่มี สิ่งแวดล้อมเหมาะสม เมล็ดพันธุ์ก็จะเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ เดินทาง ต่อไปอีก ในเวลา ต่อมา จำนวนประชากรของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น จำเป็นต้องบุกรุกป่าที่ราบ เพื่อตั้งถิ่นฐาน และทำการ เกษตร ผ้าห่ม สีเขียวจึงเริ่มเป็นรูโหว่ จากรูเล็กๆ หลายๆรู จนเว้าแหว่งขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดป่าที่ราบต่ำ ซึ่งเป็นเสมือนสะพาน ในการ เชื่อมต่อ ก็ถูกทำลายลง ทำให้พืชเหล่านี้ถูกโดดเดี่ยว พืชบางชนิด ที่สามารถปรับสภาพ ตัวเอง ให้เข้ากับสภาพ แวดล้อม ของดอยเชียงดาวได้ดี ก็ กลายพันธุ์ กลายเป็นพืชเฉพาะถิ่น ซึ่งจะไม่พบในที่อื่นใด เลย นอกจาก ดอยเชียงดาว

นอกจากนี้ นักภูมิศาสตร์ยังมีข้อสันนิษฐานว่า การกระจายพันธุ์พืชจากเทือกเขาหิมาลัย เกิดขึ้นอย่าง กว้างขวาง ในยุคน้ำแข็งซึ่งเกิด เป็นช่วง หลายครั้งหลายหน ระหว่าง ๑ แสน ถึง ๑๐,๐๐๐ ปีที่ผ่านมา ระดับน้ำทะเล ลดต่ำ ลงกว่าปัจจุบันมาก เพราะน้ำในมหาสมุทร จับเป็นก้อน ปริมาตรกว้างใหญ่ยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ในปัจจุบัน แผ่นน้ำแข็งครอบคลุมไปทั่วเขตอบอุ่น เมื่อระดับน้ำทะเลลด แผ่นดินบางส่วนก็โผล่พ้นน้ำ ในสมัย นั้นอ่าวไทย จึงเป็นดินแห้ง สามารถเดินไปได้จนถึงเกาะสุมาตรา เกาะชวา และเกาะบอร์เนียว ป่าพื้นล่างช่วงนั้นเชื่อมต่อถึงกัน ทำให้พืชสกุล โรโดเดนดรอน จากเทือกเขาหิมาลัยจึงได้แพร่กระจาย มาสู่ คินาบาลู บนเกาะบอร์เนียว

 
หน้าถัดไป


 
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
 
บริการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ๘ ท่านขึ้นไป ทั่วประเทศไทย ในราคาสมเหตุผล ไม่ต้องรอคอยตามกำหนดเวลา
ต้องการไปยังสถานที่แห่งใด โปรดกรุณาสอบถามได้ทันที ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
 

      ป่าดงดอย การท่องเที่ยว เลขที่ 6 ซอยรามอินทรา127 ถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
โทรศัพท์ / โทรสาร 0-2918-7736 มือถือ 087-000-2829
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12/00673
www.pahdongdoy.com  e-mail : webmaster@pahdongdoy.com หรือ pdd2003_1@hotmail.com