|
 |
๔ พ.ค. ๔๘ |
 |
|
|
ป่าดอยหลวงเชียงดาว เป็นป่าเขา สูงชันมาก ในสมัยก่อนชาวบ้าน
ท้องถิ่น ไม่กล้าที่จะขึ้นไปเที่ยว เพราะเชื่อกันว่าเป็นป่า ที่ลึกลับ ซับซ้อน
ผู้ที่ขึ้นไปแล้วจะกลับลงมาไม่ได้ แต่เดิมป่าดอยเชียงดาว อุดมสมบูรณ์ไป ด้วยป่าดงดิบ
มีสัตว์ป่านานาชนิด อาศัยอยู่ ชุกชุมมาก ต่อมามีชาวเขา เผ่าต่างๆ โดยเฉพาะ
ม้งหรือแม้ว ขึ้นไปอาศัย อยู่และถางป่าลง เพื่อปลูกฝิ่นเป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นอันตราย
ต่อป่าไม้ สัตว์ป่า และสภาพป่า ตลอด จนสิ่งแวดล้อม เป็นอย่างมาก ครอบคลุมพื้นที่ป่าบางส่วนในท้องที่
ต.เชียงดาว ต.เเม่นะ ต.เมืองคอง ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว และ บางส่วน ในท้องที่
ต.เมืองแหง กิ่ง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ภูมิประเทศ
ของป่าดอยหลวงเชียงดาว ประกอบไปด้วย ป่าเทือกเขาสูงชัน สลับซับซ้อน
ยอดเขา ที่สูงที่สุดคือ ยอดดอยหลวง เชียงดาว สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ
๒,๒๗๕ เมตร นับว่าเป็นยอดเขาสูง อันดับสามของประเทศ โดยสภาพทั่วๆไป เป็นภูเขา
หินปูน จึงประกอบ ไปด้วย หุบเขาและ โพรงถ้ำ มีถ้ำใหญ่ ที่สวยงามคือถ้ำเชียงดาว
เทือกเขาใหญ่ๆ ที่สำคัญ นอกจากดอยหลวง เชียงดาว แล้ว ก็มียอดดอยนาง ดอยนางแตะ
ดอยผาแดง ดอยโป่ง ดอยแม่สันกลาง ดอยกิ่วลม ดอยปี ดอยสันคมพร้า ฯลฯ สภาพป่าบนยอดเขา
จะเป็นป่าดงดิบ และป่าเบญจพรรณ อันเป็นต้นน้ำ ลำธาร ในอดีตมีสัตว์ป่านานาชนิด
รวมถึงสัตว์ป่าที่หายาก และใกล้ที่จะสูญพันธุ์ อาทิ กวางผา หรือ แพะภูเขา เลียงผา
จุดเด่นที่น่าสนใจ เนื่องจากดอยหลวงเชียงดาว
มียอดเขาสูงเป็นที่สามของประเทศ ตั้งอยู่ทางด้าน ทิศตะวันตกของตัวตลาด และที่ตั้งของ
ที่ว่าการอำเภอเชียงดาว ในระยะที่ไม่ไกลนัก ประมาณ ๕ กิโลเมตร ยอดเขา จึงมีความโดดเด่น
สูงสง่า ตั้งทะมึนสูงกว่ายอดเขา ลูกอื่นๆ มีสีน้ำเงิน เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี
สามารถมองเห็นได้ เด่นชัด จากเส้น ทาง รถยนต์ที่วิ่งตัด ผ่าน ตัวตลาดของ อำเภอเชียงดาว
เอกลักษณ์พิเศษที่น่าสะดุดตา สะดุดใจก็คือ เมฆหมอกที่ปกคลุมยอดเขาสูงสุดอยู่เสมอ
ตลอดเวลา เพื่อเผชิญกับภูมิประเทศ อันงดงาม ของแสงอาทิตย์ และ ปุยเมฆหมอก ในตอนเย็นและพลบค่ำ
และ รอสัมผัสกับความหนาวเย็น ของระลอกคลื่น ของกระแสลม ที่หนาวเหน็บ อันเฉียบขาดในตอนดึก
และ เฝ้าดูทะเลหมอก สุดลูกหูลูกตา อันตื่นตา ตื่นใจ ในตอนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
ดอยหลวงแห่งเชียงดาว ความสูงล้ำค่าเป็นระดับที่
๓ ของยอดเขาสูงสุดในแผ่นดินไทย ยังจะยืนทะมึน ท่ามกลาง ความ หนาวเหน็บ และผ่านความอุ่นร้อนของโลกต่อไป
อีกนานนัก มีแต่ชีวิตผู้คนที่ดำรงชีพอยู่ บนแผ่นดิน ของ ดอยหลวงเชียงดาวเท่านั้น
ต้องล้มหายตายจาก ไปจากรุ่น หนึ่ง ไปสู่รุ่นต่อๆไป อีกหลายร้อยหลายพันรุ่น
ความพยายาม ที่จะพิทักษ์รักษา ความเป็นดอยหลวงเชียงดาว เอาไว้ ก็จะมีผู้สืบทอดเจตนา
ไม่มี ขาดตอน โดยง่าย อีกสักกี่ร้อยกี่พันคน ยังไม่อาจรู้ ผู้คนที่มุ่งหน้า
ไปแสวงหาความหมาย ให้กับชีวิต ที่ดอยหลวงเชียงดาว ก็ยังคง มุ่งหน้าต่อๆ ไปเหมือน
ไม่มีวันสิ้นสุด จำนวนผู้คนซึ่งดาหน้าเข้าหา ดอยหลวงเชียงดาว ก็จะมากขึ้นเป็นทวีคูณ
เพื่อสรุปสุดท้ายได้ว่า ดอยหลวงก็คือดอยหลวง ดอยหลวงแห่งนี้ ก็ยังคงหยัดยืน
โดยอาการเงียบสงบ |
สภาพทางธรณีวิทยาของดอยหลวงเชียงดาว |
| ทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่ - ฝาง พาเราจากแอ่งเชียงใหม่(CHIENG
MAI BASIN ) สู่แอ่งเชียงดาว ( CHIENG DAO BASIN )ไปแอ่งฝาง( FANG BASIN )
แอ่งต่างๆเหล่านี้ รองรับตะกอนของดิน ทราย กรวด หิน และ ซากสิ่งมีชีวิต ที่สายน้ำพัดพามา
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลำน้ำแม่ปิง สองล้านปีที่ผ่านมา ตะกอนเหล่านี้ทับถมบน ที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง
อันกว้างขวาง เป็นตะกอนชั้นบน ที่ยังไม่แข็งตัว หรืออาจจะมีบางส่วน ที่เริ่มแข็งตัวบ้างแล้ว
ตะกอนเหล่านี้เรียกกันว่าตะกอนยุค ควอเตอร์นารี่ (QUATERNARY ) เราจะพบส่วนหนึ่งได้
ในแอ่งเชียงดาว บนที่ราบลุ่มน้ำ แม่ปิง บริเวณอำเภอเชียงดาว สองฟากฝั่งลำน้ำแม่ปิง
ทางทิศตะวันออก ของ ดอยหลวงเชียงดาว นั่นเอง แอ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นผลจาก การเคลื่อนตัว
ของเปลือกโลกครั้งใหญ่ ครั้งหลังสุดราว ๘๐ ล้านปี ในยุค เทอร์เชียรี่ ภายหลังจากการเคลื่อนตัวครั้งนั้น
สงบลง ก็เกิดการยกตัวของแผ่นดิน เป็นภูเขา เป็นแอ่งที่ราบหุบเขา เป็นที่รองรับตะกอน
ทับถมของดินทราย กรวด หิน และซากสิ่งมีชีวิตเช่นกัน ตะกอนเหล่านั้นถูกแปรสภาพ
ทั้งทางกาย ภาพและเคมี เป็นหินชั้น ชนิด หินดินดาน พบในบริเวณเชิงดอยหลวงเชียงดาว
ด้านตะวันออก หรือ อาจพบอยู่ใต้ชั้นตะกอน ควอเตอร์นารี่ บนที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง
หรือที่ราบเชียงดาว บริเวณโดยรอบ ดอยหลวงเชียงดาว ด้านอื่นๆ นอกเหนือจาก ด้านตะวันออก
มีสภาพเป็นเนินดอย ที่มี ระดับต่ำกว่า ดอยหลวง บริเวณเหล่านี้ประกอบ ด้วย หินอัคนี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหินแกรนิต ที่ที่จะพบ ได้ส่วนใหญ่ อยู่บริเวณด้านใต้เลยไปถึง
ทาง ตะวันตก มีอายุราว ๑๘๐ ล้านปี ยุคไตรแอสสิก หินอัคนีชนิดนี้ เป็นหินอัคนีที่เกิดจาก
หินละลายภายใน ที่ดันตัวขึ้นมา ตามรอยเลื่อน รอยแยก แล้ว เย็นตัวลงใต้เปลือกโลก
หินอัคนี ที่พบอีกชนิดหนึ่ง เป็นหินอัคนีด่าง ที่เกิดจากการ ระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำ
ซึ่งจากซากบรรพชีวิน ที่พบในหินชั้น ยุคเดียวกัน ทำให้คะเนได้ว่า บริเวณ ดอยหลวงฯ
โดยรอบนั้น แต่เดิมในบรรพกาล เป็นทะเลน้ำตื้น หินชั้นยุค คาร์บอนนิเฟอรัส (ราว
๓๕๐ ล้านปี) อันประกอบ ด้วยหินดินดาน และหินเชิร์ท ที่แทรกสลับกันอยู่ มีปรากฏให้เห็น
รอบดอยหลวงเชียงดาว และ ทางตอนเหนือ ช่วงต่อกับดอยนาง มีหินอัคนีด่าง หรือหินภูเขาไฟ
ปะปนอยู่เป็นหย่อมๆ โครงสร้าง ทางธรณีวิทยา เป็นปัจจัย อย่างหนึ่ง ในการกำหนดพืชพันธุ์
เพราะเหตุว่า หินนั้นเป็น วัตถุต้นกำเนิดดิน จากที่ราบของ ตะกอน ควอเตอร์นารี่
อันเป็นที่ราบลุ่มน้ำอันเหมาะ แก่การกสิกรรม สู่ที่ราบขั้นบันได ของตะกอน เทอร์เชียรี่
อันเป็นที่ที่เหมาะสม แก่พืช ไร่ และสวน ถึงสัณฐานของเทือกเขา แกรนิต ที่มีลักษณะเป็นโดม
อันเป็นแหล่งกำเนิด ของสายธาร ที่กระจายเป็น รัศมีโดยรอบ และ ป่าอันอุดมสมบูรณ์
ทั้งหมดนี้ เป็นผลงานของ ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ |
| |
| ดอยหลวงเชียงดาว ประกอบขึ้นด้วยหินปูนยุคเพอร์เมี่ยน กำหนดอายุโดยซากบรรพชีวิน
ที่เรียกกันว่า คดข้าวสาร ราว ๒๕๐ ล้านปี หินปูนดังกล่าว เป็นหินปูนสีเทา
- ขาว ซึ่งจะให้ลักษณะหน้าผาชัน และงดงาม ลาดเขา โดยทั่วไปมีความลาดชัน สูง
ราว ๓๐-๖๕ องศา และบางแห่ง จะปรากฏ หน้าผาสูงชัน ทั้งนี้เนื่องมาจาก เปลือกโลก
ที่มีการเคลื่อนไหว มาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รอยเลื่อนส่วนใหญ่เป็นแนวตรง มีทิศทาง
ในแนว ตะวันออกเฉียงเหนือ - ตะวันตกเฉียงใต้ หรือ แนวตะวันตก เฉียงเหนือ -
ตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้แผ่นดินบางแห่ง ยกตัวสูงขึ้น บางแห่ง ทรุดตัว ต่ำลง
สลับกันไป ดอยหลวงเชียงดาวนั้น โดดเด่นกว่า สันดอย ทั้งหลาย ที่อยู่ข้างเคียง
สันดอย หลวงฯ มีลักษณะแหลมคม เป็นแนวยาว ต่อเนื่องกัน จนเกือบจะครบวงรีในแนว
ตะวันตก - ตะวันออก ปิดล้อม หุบเขาแคบๆ ซึ่งอยู่ตรงกลางมากมาย สันดอยหลวงเชียงดาว
ด้านตะวันตก ถูกตัดขาด โดยรอยเลื่อนของ เปลือก โลก ในแนว ตะวันออกเฉียงเหนือ
- ตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิดช่องเขา ที่มีลักษณะเอียงลาด ตามแนวน้ำฝน ที่ตก
ลงมา ทำปฏิกิริยากับชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิด กรดคาร์บอนิค ซึ่งจะกัดกร่อนหินปูนให้ละลาย
ไปตามน้ำ พร้อม ทั้งชะหน้าดิน ไปด้วย สันดอยบน ดอยหลวง จึงมีลักษณะ ตะปุ่มตะป่ำแหลมคม
บางแห่งจะสึกกร่อน จนปรากฏเป็น ยอดแหลม รูปกรวยโดดเด่น เช่นที่ปรากฏเป็นยอดสูงสุด
เป็นต้น หุบเขา แคบๆที่เกิดขึ้น ระหว่างสันดอย บน ดอยหลวง เชียงดาว นั้น วางตัวในแนวตะวันตก
- ตะวันออก เช่นเดียวกับสันดอย จะปรากฏหลุมลึก ที่เรียกว่า อ่างสลุง อยู่ทั่วไป
อ่างสลุงที่ใหญ่ที่สุดนั้น กว้างราว ๒๐๐ เมตร ยาวราว ๗๕๐ เมตร อยู่ค่อนไปทางตะวันตก
ด้านเหนือของอ่างสลุง ดังกล่าว มีรอยเลื่อนของเปลือกโลก ในแนวตะวันตก เฉียงเหนือ
- ตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดสันดอยรูปอานม้า ที่เรียกกันตามคำเมือง ว่า กิ่ว
และมียอดดอย ลักษณะเป็นกรวยคว่ำ ยอดมน ที่สูงเด่น ดอยหลวงเชียงดาว ไม่ว่าจะเป็นมุมมอง
ในเทือกดอยหลวงฯเอง หรือจะไกลออกไปเป็นรัศมีโดยรอบ โดดเด่น ตระหง่าน ดอยหลวงเชียงดาว
ผลจากการหักตัวของชั้นหิน การเลื่อนเคลื่อนตัว ของเปลือกโลก อันเนื่องมาจากการ
อัดตัวของหินดินดาน และหินอัคนี ที่ปรากฏอยู่โดยรอบ อัดให้ดอยหลวงเชียงดาว
แทงยอด ตระหง่าน ยืนผงาด ลม ฝน และ บรรยากาศบนพื้นโลก ตัดเสริม เติมแต่ง จนเขียวเข้มเสียดฟ้า
สีคราม เด่น สง่า และงดงาม ดอยหลวงเชียงดาว ปฎิมากรรมที่พระผู้เป็นเจ้าบรรจงสร้าง
ดอยหลวง เชียงดาว เป็นแหล่งต้นน้ำหลายสาย ห้วยแม่เหยือง ห้วยแม่ปลาเชา ไหลลงทางทิศตะวันตก
สู่ลำน้ำแม่แตง ห้วยนาเลา ห้วยแม่ก๊ะ ไหลลงทางทิศ ตะวันออก ผ่านที่ราบเชียงดาว
สู่ลำน้ำแม่ปิง ดอยหลวง เชียงดาว เป็นดอยหินปูน ซึ่งมักจะมีระบบ ระบายน้ำเฉพาะ
เนื่องจาก น้ำฝนที่ตกลงมา จะไหลซึมผ่านลงสู่ใต้ดิน พร้อมๆกับละลายหินปูน ลงไปด้วย
ทำให้เกิดหลุมบ่อ ที่เรียกว่า อ่างสลุง มากมาย ระบบระบายน้ำแบบนี้ มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า
ระบบระบายน้ำภายใน ซึ่งเราจะไม่พบ สายน้ำ ลำธาร ในบริเวณนี้เลย ส่วนใหญ่จะพบแต่
น้ำซับ น้ำซึม ลำห้วยต่างๆ ข้างต้น รับน้ำจากระดับน้ำใต้ดิน ของดอยหลวงเชียงดาว
ซึ่งไหลซึม ผ่านลุ่มน้ำภายใน ๒ แหล่งใหญ่ๆ คือจากอ่างสลุง ส่วนกลางของดอยหลวงฯ
ประกอบด้วย หลุมใหญ่น้อยกว่า ๓๐ หลุม ระดับความสูง เฉลี่ยก้นหลุม สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ราว ๑,๔๐๐ - ๑,๕๐๐ เมตร อีกแหล่งหนึ่งคือ จากอ่างสลุง ด้านทิศตะวันตก ระดับความสูง
เฉลี่ย ของก้นหุบราว ๙๕๐ เมตร จาก ระดับน้ำทะเล ปานกลาง ทั้งสองแห่ง มีพื้นที่รับน้ำพอๆกัน
คือราว ๗ ตารางกิโลเมตร น้ำฝนจะซึมผ่านหน้าดิน และ ชั้นดินและชั้นหิน ลงสู่ระดับน้ำใต้ดิน
แล้วไหลออกสู่ ลุ่มน้ำห้วยนาเลาทางเหนือ ลุ่มน้ำห้วยแม่เหยือง และ ห้วยแม่ปลาเซา
ทางตะวันตก และ สู่ลุ่มน้ำห้วยแม่ก๊ะ ทางด้านใต้ |
| |
| อ่านต่อหน้าถัดไป |
บริการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ๘ ท่านขึ้นไป
ทั่วประเทศไทย ในราคาสมเหตุผล ไม่ต้องรอคอยตามกำหนดเวลา
ต้องการไปยังสถานที่แห่งใด โปรดกรุณาสอบถามได้ทันที ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ
|
|
|
 |
|
 |
|