ชาวเลมี ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ
คือ กลุ่มมอเก็น ,มอเกล็น กับ กลุ่มอูรักลาโว้ย
กลุ่มมอเก็นยังแบ่งเป็นกลุ่มย่อย ๆ ๒ กลุ่มตามถิ่นที่อยู่
คือ มอเก็นปูลาที่ลอยเรืออยู่ตามเกาะมะริด(Mergui
Archipelago) และชายฝั่งในประเทศพม่า ลงมาถึงบริเวณเกาะในจังหวัดระนอง
หมู่เกาะสุรินทร์และหมู่เกาะสิมิลัน ในจังหวัดพังงา
และ มอเก็นตามับซึ่งอาศัยอยู่ตาม เกาะพระทอง
อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ตลอดจนแถบชายฝั่งของอำเภอตะกั่วป่า
อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา และอำเภอถลาง
จังหวัดภูเก็ต พวกมอเกล็นอาศัยอยู่บริเวณแหลมหลา
จังหวัดภูเก็ต ท้ายเหมือง และตะกั่วป่า
จ.พังงา ส่วนกลุ่มอูรักลาโว้ย เร่ร่อนอยู่บริเวณเกาะสิเหร่
หาดราไวย์ แหลมหลา บ้านเหนือ บ้านสะปำ จังหวัดภูเก็ต
นักวิชาการบางคนเชื่อว่าชาวเลเป็ฯชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมของมลายู
ก่อนที่ชาวมลายูจะเข้ามาอาศัยเสียอีก ชาวมลายูเรียกชาวเลว่า
โอรัง ละอุต (Orang Luat) แปลว่า คนทะเล
ชาวเลจะรวมกลุ่มและเดินทางไปในเรือพร้อมด้วยสมาชิก
๑๐-๔๐ คน ภายในกลุ่มจะมีผู้ชำนาญในการเดินเรือ
และทำหน้าที่คล้ายหัวหน้ากลุ่ม ชาวเล
จะย้ายถิ่นแบบชั่วคราวเพื่อไปหาอาหารตามที่ต่าง
ๆ แถบชายฝั่งหรือปากแม่น้ำ โดยจะย้ายไปตามการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล
โดยเฉพาะฤดูมรสุม นอกจากนี้ ชาวเลอาจจะต้องมีการย้ายถิ่นเพราะภัยจากธรรมชาติ
การถูกรุกราน จากกลุ่มอื่น เมื่อสมาชิกคนใดคนหนึ่งตายหรือหนีโรคระบาดอย่างใด
อย่างหนึ่ง บ้านของชาวเลคือเรือ มีความยาวประมาณ
๒๐-๒๕ ฟุต แต่บางพวกอาจสร้างบ้านชั่วคราวบนฝั่ง
ทำจากใบปาล์ม หรือมะพร้าว ยกพื้นสูง ไม่มีระเบียงมีนอกชาน
ชาวเลไม่ปลูกเรือนขวางดวงอาทิตย์ (ประเทือง
๒๕๓๙, น.๒๓-๒๔) ปัจจุบัน ชาวเลเริ่มรู้จักสร้างบ้านเรือนเลียนแบบคนพื้นเมือง
ถาวร และเคลื่อนย้ายได้ยากขึ้น
ระบบครอบครัวของชาวเล เป็นครอบครัวขนาดเล็กจนถึงปานกลาง
เพราะต้องร่อนเร่ย้ายถิ่นเพื่อหาอาหารตามที่ต่าง
ๆ ชาวเลถือฝ่ายมารดาเป็นใหญ่
พวกเขาถือว่ามีลูกสาวจะมีค่าเหมือนได้ทอง
เพราะเมื่อแต่งงานแล้วลูกเขยจะมาอยู่กับภรรยา
บิดามารดาของผู้หญิงจะได้แรงงานมาช่วย หน้าที่ของผู้ชาย
ได้แก่ ออกทะเลไปหาปลา ตักน้ำ หาฟืนหุงอาหาร
ซักผ้า ขณะที่ผู้หญิงสบายกว่า ผู้หญิงชาวเลจะรวมตัวกันริมชายหาด
นั่งบ้าง นอนบ้าง (ประเทือง ๒๕๓๙, น.๒๘)
ปัจจุบันครอบครัวชาวเลเริ่มใช้นามสกุลตามกำหนดของราชการ
นามสกุลที่สำคัญ ได้แก่ ทะเลลึก ช้างน้ำ
ประมงกิจ นาวารักษ์ หาญทะเล เป็นต้น (ประเทือง
2539 น.๓๐-๓๒)
ระบบเศรษฐกิจของชาวเล ยังชีพด้วยการหาอาหารตามทะเลน้ำตื้น
เช่น จับปลา ดักปลา และหาเก็บพืชผลที่ขึ้นเองตามชายฝั่ง
อาหารหลักคือข้าว โดยได้มาจากการแลกเปลี่ยน
ชาวเลจะใช้ปลา เปลือกหอย ปะการัง ไปแลกข้าวกับชาวบ้าน
(ประเทือง ๒๕๓๙, น.๓๓ และ Lebar and others
1964, p.264) อาหารอื่นๆ ได้แก่ หัวกลอย
มะพร้าว เผือก มันเทศ กล้วย นำมาต้ม ย่าง
เผากินยามขัดสน ปัจจุบันชาวเลรับจ้างนายทุนงมสิ่งของในทะเล
เช่น เปลือกหอยแปลก ๆ แทงกุ้ง ปลา หอย เป็นต้น |