อุดรธานี เป็นจังหวัดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางการ
คมนาคม และการท่องเที่ยวทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
โดยเฉพาะภาพของการ เป็นดินแดนแห่งวัดป่า ประตูสู่ประเทศลาว
ดินแดนอินโดจีน และยังเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมเก่าแก่
แห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติ
และมีหัตถกรรมผ้าขิดที่มีชื่อเสียงอีกด้วย จังหวัดอุดรธานีมีเนื้อที่ประมาณ
11,730 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ 2
กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองอุดรธานี อำเภอหนองวัวซอ อำเภอหนองหาน
อำเภอบ้านผือ อำเภอบ้านดุง อำเภอกุมภวาปี อำเภอโนนสะอาด
อำเภอเพ็ญ อำเภอน้ำโสม อำเภอกุดจับ อำเภอศรีธาตุ อำเภอวังสามหมอ
อำเภอทุ่งฝน อำเภอสร้างคอม อำเภอไชยวาน อำเภอหนองแสง อำเภอนายูง
อำเภอพิบูลย์รักษ์ กิ่งอำเภอกู่แก้ว และกิ่งอำเภอประจักษ์ศิลปาคม
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดหนองคาย
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น และกาฬสินธุ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสกลนคร
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดเลย และหนองบัวลำภู
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข
1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงสระบุรี บริเวณกิโลเมตรที่ 107 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข
2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น ถึงอุดรธานี รวมระยะทางประมาณ
564 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง มีบริการรถโดยสารทั้งรถธรรมดา
และรถปรับอากาศวิ่งระหว่าง กรุงเทพฯ-อุดรธานีทุกวัน รถออกจากสถานีขนส่
งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร (หมอชิต 2) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2936-2852-66 และที่สถานีขนส่งอุดรธานี
โทร. 0 4222 1489 www.transport.co.th
รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถไฟวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-อุดรธานี
ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง
การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2 223
7010, 0 2223 7020 www.railway.co.th
เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด
(มหาชน) ให้บริการเครื่องบินระหว่าง กรุงเทพฯ - อุดรธานี
ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1566, 0
2280 0060, 0 2282 0070, 0 2282 0080, 0 2628 2000 www.thaiairways.com
ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอ
และกิ่งอำเภอต่าง ๆ
อำเภอกุดจับ 24 กิโลเมตร
อำเภอหนองหาน 35 กิโลเมตร
อำเภอหนองแสง 35 กิโลเมตร
อำเภอหนองวัวซอ 39 กิโลเมตร
อำเภอกุมภวาปี 43 กิโลเมตร
อำเภอเพ็ญ 43 กิโลเมตร
อำเภอพิบูลย์รักษ์ 50 กิโลเมตร
อำเภอโนนสะอาด 53 กิโลเมตร
อำเภอบ้านผือ 55 กิโลเมตร
อำเภอไชยวาน 62 กิโลเมตร
อำเภอทุ่งฝน 65 กิโลเมตร
อำเภอสร้างคอม 68 กิโลเมตร
อำเภอศรีธาตุ 72 กิโลเมตร
อำเภอบ้านดุง 84 กิโลเมตร
อำเภอวังสามหมอ 96 กิโลเมตร
อำเภอน้ำโสม 110 กิโลเมตร
อำเภอนายูง 129 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอกู่แก้ว 61 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอประจักษ์ศิลปาคม 36 กิโลเมตร
ระยะทางจากจังหวัดอุดรธานีไปยังจังหวัดใกล้เคียง
หนองบัวลำภู 46 กิโลเมตร
หนองคาย 51 กิโลเมตร
ขอนแก่น 115 กิโลเมตร
เลย 152 กิโลเมตร
สกลนคร 159 กิโลเมตร
กาฬสินธุ์ 192 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังมีรถโดยสารประจำทางเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียงคือ
จังหวัดหนองคาย เลย ขอนแก่น หนองบัวลำภู สกลนคร นครพนม
อุบลราชธานี พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย ระยอง เป็นต้น
ซึ่งจะออกทุก ๆ 30-40 นาที
แหล่งท่องเที่ยว
อนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ ศิลปาคม
ตั้งอยู่กลางเมืองอุดรธานี พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรม
หลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ประสูติเมื่อ ปีพุทธศักราช 2399
ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ (เรียกว่า มณฑลอุดร ในสมัยต่อมา)
ระหว่าง พ.ศ. 112 - 118 ทรงเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเมืองอุดรขึ้น
เมื่อ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ทรงจัดวางระเบียบราชการ ปกครองบ้านเมือง
และรับราชการในหน้าที่สำคัญ ๆ ที่อำนวยประโยชน์แก่ราษฎร
อนุสาวรีย์พระองค์ท่านนับเป็นเกียรติ ประวัติสูงสุดของชาวจังหวัดอุดร
สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม อยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี
หนองประจักษ์เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีมาตั้งแต่ก่อนตั้งเมืองอุดรธานี
เดิมเรียกว่า "หนองนาเกลือ" ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมือง
ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "หนองประจักษ์" เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่
พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี
ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 เทศบาลเมืองอุดรธานี ได้ทำการปรับปรุง
หนองประจักษ์ขึ้นใหม่ เพื่อถวายเป็นราชสักการะแก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ
โดยบริเวณตัวเกาะกลางน้ำได้จัด ทำสวนหย่อมปลูกไม้ดอกไม้ประดับ
หลายชนิด และทำสะพานเชื่อมระหว่างเกาะมีน้ำพุ หอนาฬิกา
และสวนเด็กเล่น แต่ละวันจะมีประชาชนเข้าไปพักผ่อน และออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก
วัดโพธิสมภรณ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลหมากแข้ง
เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ ปลายรัชกาลที่ 5 โดยมหาอำมาตย์ตรี
พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร (โพธิ เนติโพธิ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร
ได้ชักชวนราษฎรในหมู่บ้าน หมากแข้งสร้างวัด ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า
วัดใหม่ ต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงประทานนามว่า
"วัดโพธิสมภรณ์" ให้เป็นอนุสรณ์แก่พระยา ศรีสุริยราชวรานุวัตร
ผู้สร้างวัดนี้
วัดมัชฌิมาวาส ตั้งอยู่ที่ตำบลหมากแข้ง
ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดเดิม หรือวัดเก่า ในวิหาร เล็ก
ๆ ภายในวัดมีพระพุทธรูปหินสีขาว ปางนาคปรกประดิษฐานอยู่
ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อนาค" เป็นที่เคารพสักการะของชาวอุดรธานี
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมได้โปรดเกล้าฯ
ให้สร้างวัดขึ้นที่วัดร้างโนนหมากแข้ง และให้ชื่อว่า "วัดมัชฌิมาวาส"
ศาลเจ้าปู่-ย่า ตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟใกล้ตลาดหนองบัว
ถนนนิตโย เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่ใหญ่โต และสวยงาม มีสวนหย่อมริมหนองบัว
บริเวณโดยรอบมีศาลาชมวิวกลางน้ำ 2 หลัง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การท่องเที่ยว
และพักผ่อน และในศาลเจ้าปู่-ย่าแห่งนี้ ยังมีมังกรทองยาวถึง
99 เมตร ซึ่งใช้แสดงในงานทุ่งศรีเมืองในช่วงเดือน ธันวาคมของทุกปี
สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์ ตั้งอยู่ที่ซอยกมลวัฒนา
ถนนรอบอุดร-หนองสำโรง จากตัวเมืองใช้เส้นทางหมายเลข 2
(อุดรธานี-หนองคาย) ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เลยแยกถนนเลี่ยงเมืองไปเล็กน้อย
ทางซ้ายมือจะมีทางแยกเข้าหนองสำโรงประมาณ 500 เมตร และเห็นป้ายบอกทาง
เข้าสวนกล้วยไม้ทางด้านซ้ายมือ สวนกล้วยไม้หอมอุดรซันไฌน์
เป็นสวนกล้วยไม้ที่ผลิตกล้วยไม้กลิ่นหอมพันธุ์ ใหม่ของไทยซึ่งใช้
เวลาในการค้นคว้า และผสมพันธุ์ระหว่างแวนด้า (Vanda) โจเซฟฟินแวนเบอร์โร
(Josephine Van Berrow) ได้รับการจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ที่สมาคมกล้วยไม้โลก
ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2531 ชื่อพันธุ์ Udon Sunshine Orchid
หรือพันธุ์นางสาวอุดรซันไฌน์ ซึ่งมีการนำไปสกัดทำน้ำหอม
ในชื่อเดียวกันไปจำหน่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 4224 2475
วัดป่าบ้านตาด ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านตาด
เดินทางออกจากตัวเมืองไปตาม ทางหลวงหมายเลข 2 เส้นอุดรธานี-ขอนแก่น
ถึงบริเวณสี่แยกบ้านคงเค็ง แล้วแยกขวาเข้าไปอีกประมาณ
9 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัดที่อยู่เลย จากชุมชนบ้านตาดไม่ไกลเท่าใดนัก
สภาพโดยทั่วไปของวัดนี้มีลักษณะ เป็นพื้นที่ป่าบนโคก มีพื้นที่ทั้งหมดราว
163 ไร่ ล้อมรอบด้วยกำแพง นอกจากมีจุดประสงค์ที่ จะให้แสดงเขตแน่นอนของวัดแล้วยัง
ป้องกันอันตรายให้กับสัตว์ป่าที่อาศัย อยู่ในพื้นที่ป่าของวัดอีกด้วยเพราะ
ในบริเวณวัดมีสัตว์ป่าชุกชุมมาก ทั้งไก่ฟ้า ไก่ป่า นก
กระรอก กระแต หมูป่า วัดป่าบ้านตาดเป็นที่พำนัก ของพระอาจารย์มหาบัว
ญาณสัมปันโน พระอาจารย์วิปัสสนาสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต
ท่านเป็นพระที่มีปฏิปทา เป็นที่เคารพศรัทธาเลื่อมใส ของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป
และวัดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปปฏิบัติธรรม
วัดทิพยรัฐนิมิตร (วัดป่าบ้านจิก) ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกระหว่างถนนนเรศวร
กับถนนทหาร ตำบลหมากแข้ง เป็นวัดป่าอีกวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่
ในเขตอำเภอเมือง ภายในวัดร่มรื่น มีเจดีย์องค์ใหญ่ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
และรูปเหมือนหลวงปู่ถิร จิตธมโม เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน
พร้อมเครื่องอัฐบริขาร เจดีย์นี้มีสัณฐานคล้าย ทะนานที่ใช้ตวง
พระบรมสารีริกธาตุแต่ครั้งพุทธกาล สร้างแล้วเสร็จ พ.ศ.
2544 ทุก ๆ ปี ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับวันเกิดหลวงปู่จะมีการทอดกฐิน
และการทำบุญฉลองอายุหลวงปู่
หมู่บ้านนาข่า และศูนย์หัตถกรรมบ้านเม่น
อยู่ในเขตอำเภอเมือง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 16 กิโลเมตร
ตามเส้นทางสายอุดรธานี-หนองคาย (ทางหลวงหมายเลข 2) หมู่บ้านอยู่ทางขวามือ
ตรงข้ามโรงเรียนชุมชนนาข่า เป็นหมู่บ้านที่มีการทอผ้าขิด
และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้าขิดในราคาย่อมเยา การเดินทาง
มีรถโดยสาร ประจำทางสายอุดรธานี-นาข่า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถ
ขึ้นได้ที่หน้าสถาบันราชภัฎอุดรธานี และตลาดรังษิณา
อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง อยู่บนทางหลวงแผ่นดิน
สายอุดรธานี-หนองบัวลำภู ตรงกิโลเมตรที่ 15 แล้วแยกเข้าไปประมาณ
10 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อการเกษตร และการประมง
อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
พื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ 20,000 ไร่ เป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร
การประมง การจ่ายน้ำเพื่อการผลิตประปา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศ
ที่สวยงามเหมาะสำหรับการ ล่องแพ ตกปลา นั่งเรือชมทิวทัศน์โดยรอบได้
และภายในอ่างเก็บน้ำ มีพระตำหนักที่ประทับของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ซึ่งพระองค์ท่านเคยเสด็จประทับเกือบทุกปี
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาภูพาน
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,430 ไร่ ในเขตบ้านติ้ว ตำบลเมืองพาน
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยะทางประมาณ 67 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข
2 เส้นอุดรธานี-หนองคาย ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 13 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข
2021 ไปทางอำเภอบ้านผือ ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร แยกขวาประมาณ
500 เมตร และตรงไปตามเส้นทางหมายเลข 2348 อีกประมาณ 12
กิโลเมตร มีแยกขวาเป็นทางเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทนี้เป็นที่ตั้ง ของสถานที่ซึ่งแสดงถึง อารยธรรมของมนุษย์
และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศ ซึ่งมีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นหินทราย ที่ถูกขัดเกลาจากขบวนการกัดกร่อน ทางธรรมชาติทำให้เกิดเป็นโขด หินน้อยใหญ่รูปร่างต่าง
ๆ กัน ปรากฏเป็นหลักฐาน เกี่ยวกับชีวิตผู้คนในอดีตที่น่าสนใจ หลายแห่ง
อาทิ พระพุทธบาทบัวบก ตั้งอยู่บริเวณทาง แยกซ้ายมือก่อนถึงที่ทำการ อุทยานฯสร้างขึ้นระหว่าง
พ.ศ. 2463-2477 คำว่า "บัวบก" เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นตามป่า
มีหัว และใบคล้ายใบบัว ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า ผักหนอก
บัวบกนี้คงจะมีอยู่มากในบริเวณที่พบรอยพระพุทธบาท จึงเรียกรอยพระพุทธบาทนี้ว่า
"พระพุทธบาทบัวบก" หรือคำว่าบัวบกอาจจะมาจากคำว่า
บ่บก ซึ่งหมายถึง ไม่แห้งแล้ง รอยพระพุทธบาทมีลักษณะเป็นแอ่งลึกประมาณ
60 เซนติเมตร ลงไปในพื้นหินยาว 1.93 เมตร กว้าง 90 เซนติเมตร
เดิมมีการก่อมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทไว้ ต่อมาประมาณปี พ.ศ.
2465 พระอาจารย์ศรีทัตย์ สุวรรณมาโจ ได้รื้อมณฑปเก่าออกแล้วสร้าง พระธาตุเจดีย์ขึ้นใหม่
และยังสร้างรอยพระพุทธบาทจำลอง วางทับรอยพระพุทธบาทเดิมไว้
ภายในพระธาตุเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตัวองค์เจดีย์เป็นทรงบัวเหลี่ยม คล้ายองค์พระธาตุพนม
มีงานนมัสการพระพุทธบาทบัวบกในวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน
3 ของทุกปี พระพุทธบาทหลังเต่า ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระพุทธบาทบัวบก
มีลักษณะเป็นรอยพระบาทสลักลึกลง ไปในพื้นหิน ลึกประมาณ
25 เซนติเมตร ใจกลางพระบาทสลักเป็นรูปดอกบัว กลีบแหลมนูนขึ้นมา อย่างเห็นได้ชัด
และเนื่องจากพระพุทธบาทแห่งนี้อยู่ใกล้ กับเพิงหินธรรมชาติรูปร่างคล้ายเต่า
จึงได้ชื่อว่า "พระพุทธบาทหลังเต่า"
ถ้ำ และเพิงหินต่างๆ ตั้งกระจายอยู่ทั่วไปในบริเวณอุทยานฯ
นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ ในระยะทางไม่ไกลนัก ได้แก่
ถ้ำลายมือ ถ้ำโนนสาวเอ้ ถ้ำคน ถ้ำวัวแดง (ซึ่งถ้ำเหล่านี้สันนิษฐานว่าอาจ
จะเป็นที่พำนักของมนุษย์สมัยหิน และมนุษย์เหล่านั้นได้เขียนรูปต่าง
ๆ ไว้ เช่น รูปคน รูปมือ รูปสัตว์ และรูปรายเรขาคณิต)
นอกจากนั้นยังมีลานหินที่สวยงาม คือ ลานหินโนนสาวเอ้ ธรรมชาติได้สร้างเพิงหินต่าง
ๆ ไว้ ทำให้มนุษย์รุ่นหลัง ๆ ได้จินตนาการผูกเป็นเรื่องตำนานพื้นบ้าน
คือ เรื่อง "นางอุสา-ท้าวบารส" เพิงหินที่สวยงามเหล่านี้
ได้แก่ คอกม้าท้าวบารส หอนางอุสา บ่อน้ำนางอุสา นอกจากนั้นยังพบชิ้นส่วนหลักเสมา
และหินทรายจำหลัก พระพุทธรูปศิลปะสมัยทวาราวดี ที่เพิงหินวัดพ่อตา
และเพิงหินวัดลูกเขย ภายในบริเวณอุทยานฯ ทางด้านขวามือเป็นที่ตั้ง
ของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด
และข้อมูลของอุทยานฯรวมทั้งแผนที่ และเส้นทางเพื่อความสะดวกในการเที่ยวชม
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เปิดบริการเวลา 08.00-16.30
น. อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ
30 บาท
พระพุทธบาทบัวบาน ตั้งอยู่บนเนินเขา
ในเขตตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธบาทจำลองอันเก่าแก่
และมีการขุดค้นพบใบเสมาที่ทำด้วยหิน เป็นจำนวนมากใบเสมาเหล่านี้
สลักเป็นรูปบุคคล ศิลปะทวาราวดี
วนอุทยานนายูงน้ำโสม มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ
น้ำตกยูงทอง ตั้งอยู่ที่บ้านสว่าง หมู่ 2 ตำบลนายูง เป็นน้ำตกตั้งอยู่บนสันเขาภูพาน
และภูย่าอูมีลำน้ำไหลผ่านโขดหินสลับซับซ้อน สวยงามท่ามกลางความเขียวขจี
ของแมกไม้นานาพรรณ น้ำตกยูงทองเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มี 3
ชั้น อยู่ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 103 กิโลเมตร
การเดินทาง จากตัวเมืองอุดรธานี ผ่านเข้าอำเภอบ้านผือ
และอำเภอน้ำโสม เมื่อถึงอำเภอน้ำโสมจะมีทางแยก จากหมู่บ้านน้ำซึมต่อไปอีกประมาณ
17 กิโลเมตร ก็จะถึงทางแยกไปวนอุทยานฯ ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางของ
รพช. ตลอดสาย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ตั้งอยู่ที่บ้านเชียง
ตำบลบ้านเชียง เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ สำคัญทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ของประเทศไทย และภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจ
ขุดค้นแหล่งโบราณคดีที่บ้านเชียง ระหว่างปี พ.ศ. 2517-2518
จากการศึกษาหลักฐาน ต่าง ๆ ที่พบทำให้บ้านเชียงเป็นแหล่ง
โบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีอายุราว 1822-4600
โดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้จดทะเบียนให้แหล่งโบราณคดี
บ้านเชียงเป็นมรดกโลก ทางประวัติศาสตร์ เมื่อเดือนธันวาคม
2535 ณ เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย ภายในพิพิธภัณฑฯ แบ่งออกเป็น
2 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ตั้งอยู่ทางด้านขวาของทางเข้า อยู่ในบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน
เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดที่เป็นแหล่ง โบราณคดีแห่งแรกในประเทศไทย
เป็นนิทรรศการถาวร ซึ่งแสดงขั้นตอน การขุดค้นทางโบราณคดีที่ยังคง
ลักษณะของศิลปวัตถุที่พบตามชั้นดิน เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาถึง
การขุดค้นทางโบราณคดี และโบราณวัตถุ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาชนะเผาที่ฝังรวมกับศพ
ส่วนที่ 2 ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายของทางเข้า เป็นอาคารที่จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราว
และวัฒนธรรมของบ้านเชียงในอดีต ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ที่
แสดงถึงเทคโนโลยีในสมัยโบราณ รวมทั้งโบราณวัตถุ และนิทรรศการบ้านเชียงที่เคยจัดแสดง
ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
นอกจากนั้น ภายในบริเวณอาคารส่วนที่ 2 ยังมีห้องนิทรรศการ
ห้องบรรยาย ฉายภาพยนตร์ ภาพนิ่ง และการให้บริการการศึกษาต่าง
ๆ การเดินทาง ไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง นั้นสะดวกมาก
เนื่องจากอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข
22 เส้นอุดรธานี-สกลนคร ตรงกิโลเมตรที่ 50 ก็จะถึงปากทางเข้าบ้านปูลู
จะเห็นป้ายบอกทางไปพิพิธภัณฑ์ทางด้านซ้ายมือ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข
2225 อีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยว
ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี
41320 โทร. 0 4220 8340-41
คำชะโนด ตั้งอยู่ที่ตำบลวังทอง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้าน
บริเวณใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือ ได้มีผู้กล่าวว่า สถานที่แห่งนี้เป็นปากเมืองบาดาล
ที่มีตำนานเกี่ยวกับพระยานาค ตามความเชื่อของชาวอีสาน
และชาวลาวบริเวณนี้ ซึ่งในปัจจุบันบริเวณดังกล่าว มีต้นชะโนดขึ้นปกคลุมหนาแน่น
เป็นจำนวนมาก ต้นชะโนดมีลักษณะคล้ายกับต้นตาล และต้นมะพร้าวรวมกัน
ภายในสถานที่แห่งนี้มีศาลเจ้า และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้
การเดินทาง จากตัวเมืองอุดรธานีเป็นระยะทางประมาณ 93 กิโลเมตร
โดยใช้เส้นทางสายอุดรธานี-สกลนคร แล้วเลี้ยวซ้ายที่บ้านหนอง
เม็กถึงอำเภอบ้านดุง 84 กิโลเมตร และอีก 9 กิโลเมตรจึงถึงอำเภอคำชะโนด
พระธาตุดอนแก้ว หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
พระมหาธาตุเจดีย์ ตั้งอยู่ที่บ้านดอนแก้ว ประดิษฐานอยู่กลางวัดมหาธาตุเจดีย์
ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยม
คล้ายพระธาตุพนม สูงประมาณ 18 วาเศษ องค์พระธาตุมีลักษณะการสร้าง
2 ชั้น แต่ละชั้นมีรูปแกะสลักเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ
นรก-สวรรค์ การก่อสร้างพระธาตุเป็นหินทราย รูปทรงสี่เหลี่ยม
ยาวประมาณ 1 ศอก รอบนอกฉาบด้วยปูน สันนิษฐานว่าวัดพระธาตุดอนแก้ว
ใบเสมา และเสาหินสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 12-13
วนอุทยานน้ำตกธารงาม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าขุนห้วยสามทาก
ขุนห้วยกองสี ตำบลหนองแสง มีพื้นที่ทั่งหมดประมาณ 78,125
ไร่ ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2527 ลักษณะสภาพพื้นที่ของวนอุทยานฯ
เป็นภูเขาสูงชัน และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลง
สู่ห้วยสามทาก-ห้วยน้ำฆ้องตลอดปี จุดเด่นที่น่าสนใจภายในวนอุทยานฯ
มีหน้าผา ถ้ำที่สวยงาม และมีลานหิน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า
"แหล" เป็นแหลขนาดใหญ่ เนื้อที่กว้างขวาง มีก้อนหินใหญ่ตั้งวางเรียงราย
และซ้อนกันอยู่ และที่จุดนี้สามารถมองเห็น วิวทัศน์ที่อยู่เบื้องล่างได้
พรรณไม้ที่พบเห็นได้แก่ ประดู่ นนทรี ยาง กระบะตะเคียนทอง
ตะเคียงเงิน และสัตว์ป่าที่พบได้แก่ หมู่ป่า กระจง ค่าง
อีเห็น
สถานที่พัก วนอุทยานน้ำตกธารงาม ไม่มีบ้านพักบริการสำหรับนักท่องเที่ยว
หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์ จะเดินทางไปพักแรม หรือทัศนศึกษา
จะต้องนำเต็นท์ไปเอง และควรติดต่อขออนุญาตก่อนล่วงหน้าได้ที่
หัวหน้าวนอุทยานน้ำตกธารงาม หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายจัดการวนอุทยาน ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 719
การเดินทาง ไปวนอุทยานน้ำตกธารงามอยู่ห่าง จากอำเภอหนองแสงประมาณ
6 กิโลเมตร สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้ 3 เส้นทาง
ได้แก่
เส้นทางแรก จากอุดรธานี-บ้านเหล่า-โคกลาด-อำเภอหนองแสง
ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร
เส้นทางที่สอง จากอุดรธานีไป บ้านคำกลิ้ง-บ้านตาด-อำเภอหนองแสง
ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
เส้นที่สาม จากอุดรธานี-ห้วยเกิ้ง อำเภอหนองแสง ระยะทางประมาณ
60 กิโลเมตร
วนอุทยานวังสามหมอ อยู่ในเขตพื้นที่ของตำบลหนองกุ้งทับม้า
ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบะยาว-ป่าหัวนาคำ-ป่าหนองกุ้งทับม้า-ป่านายูง
และป่าหนองหญ้าไซ วนอุทยานฯ อยู่ห่างจากที่ว่าการ อำเภอวังสามหมอประมาณ
20 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากอำเภอเมือง อุดรธานีประมาณ
120 กิโลเมตร ประกาศเป็นวนอุทยานฯ เมื่อวันที่ 19 มกราคม
2527 มีเนื้อที่ประมาณ 18,750 ไร่ ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบโดยทั่วไปเป็นป่าแดง
หรือป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ขนาดเล็ก และขนาดกลางขึ้น ได้แก่ไม้ยาง
ไม้ตะเคียนทอง มีลำห้วย เกาะ แก่ง และโขดหินที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี
สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ บ่าง อีเห็น ชะมด นกเปล้า เป็นต้น
สถานที่พัก ทางวนอุทยานวังสามหมอก ไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว
หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์ที่ จะเดินทางไปพักแรม หรือทัศนศึกษา
จะต้องนำเต็นท์ไปเอง และควรติดต่อขออนุญาตก่อนล่วงหน้า
ได้ที่ หัวหน้าวนอุทยานวังสามหมอ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่
ฝ่ายจัดการวนอุทยาน ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากร
ธรรมชาติ กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 4292-3
ต่อ 719 การเดินทาง ไปวนอุทยานวังสามหมอ เริ่มจากอำเภอกุมภวาปี-อำเภอศรีธาตุ
จังหวัดอุดรธานี ระหว่างทางอำเภอวังสามหมอ ไปอำเภอนิคมน้ำอูม-อำเภอวาริชภูมิ
จังหวัดสกลนคร ระหว่างตำบลหนองกุงทับม้า จะมีทางแยกขวามือไปวนอุทยานวังสามหมอ
ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร |