สุราษฎร์ธานี เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ชนพื้นเมือง ได้แก่ พวกเซมัง และมลายูดั้งเดิมซึ่งอาศัยอยู่
ในเขตลุ่มน้ำหลวง (แม่น้ำตาปี) และบริเวณอ่าวบ้านดอนก่อนที่ชาวอินเดีย
จะอพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่ง และเผยแพร่วัฒนธรรม ดังปรากฏหลักฐานในชุมชนโบราณที่
อำเภอท่าชนะ อำเภอไชยา เป็นต้น
ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 13 มีหลักฐานปรากฏว่าเมืองนี้ได้รวมกับอาณาจักรศรีวิชัย
เมื่ออาณาจักรนี้เสื่อมลง จึงแยกออกเป็น 3 เมือง คือ เมืองไชยา
เมืองท่าทอง และเมืองคีรีรัฐ ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช
ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดฯ ให้ย้ายเมืองท่าทองมาตั้งที่บ้านดอน และยกฐานะเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ
พระราชทานนามว่าเมือง "กาญจนดิษฐ์" ครั้นเมื่อมีการปกครองแบบมณฑล
ได้รวมเมืองทั้งสามเป็นเมืองเดียวกันเรียกว่า เมืองไชยา
ต่อมา พ.ศ. 2458 รัชกาลที่ 6 โปรดฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองไชยา
มาเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี แปลว่า เมืองแห่งคนดี
สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด ของภาคใต้
ห่างจากกรุงเทพฯ 685 กิโลเมตร มีพื้นที่ 12,891 ตารางกิโลเมตร
ครอบคลุมพื้นที่ป่าดิบชื้นที่อุดมด้วย ความหลากหลายของพืชพรรณและสัตว์ป่า
และยังมีหมู่เกาะที่มีชื่อเสียง น้ำทะเลใส หาดทรายขาว
อาทิ เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า และเกาะนางยวน ซึ่งแต่ละเกาะมีความหลากหลาย ของธรรมชาติแตกต่างกันไป
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง
ทิศใต้ ติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดกระบี่
ทิศตะวันออก ติดต่ออ่าวไทย และจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันตก ติดต่อจังหวัดพังงา และจังหวัดระนอง
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ
(ทางหลวงหมายเลข 35) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยผ่านจังหวัดเพชรบุรี
ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร แล้วเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 41 จนถึงสุราษฎร์ธานี
รวมระยะทาง 685 กิโลเมตร
รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีบริการเดินรถทุกวัน
ระยะทาง 650 กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องไปลงที่สถานีรถไฟอำเภอพุนพิน
ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วต่อรถประจำทางหรือแท็กซี่เข้าตัวจังหวัด
ระยะทาง 13 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย
โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี
อำเภอพุนพิน โทร. 0 7731 1213 www.railway.co.th
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด
เปิดบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน
ใช้เวลาเดินทาง 11 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี
รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 2434 5557-8 (รถธรรมดา) และ 0
2435 1199, 0 2435 1200 (รถปรับอากาศ) www.transport.co.th
หรือบริษัทเอกชน โสภณทัวร์ โทร. 0 2435 5023 กรุงสยาม
โทร. 0 2435 5024 นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสารปรับอากาศ
กรุงเทพฯ-เกาะสมุย อีกด้วย
เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด
(มหาชน) มีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานีทุกวัน
ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียด โทร.
1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000 สำนักงาน สุราษฎร์ธานี
โทร. 0 7727 2610, 0 7727 3710 ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี
โทร 0 7725 3500 ต่อ 262 www.thaiairways.com นอกจากนี้
บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ
กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10
นาที สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2265 5555 หรือ เกาะสมุย
โทร. 0 7742 2512-8 www.bangkokairways.com
การเดินทางจากสุราษฎร์ธานีไปจังหวัดใกล้เคียง
รถโดยสารประจำทาง จากสุราษฎร์ธานีมีรถโดยสารปรับอากาศไปจังหวัดระนอง
ชุมพร นครศรีธรรมราช หาดใหญ่ กระบี่ ภูเก็ต และรถโดยสารธรรมดาไปจังหวัดต่างๆ
ทุกจังหวัดทางภาคใต้ รายละเอียดติดต่อที่สถานีขนส่ง ถนนสุราษฎร์ธานี
- พุนพิน โทร. 0 7720 0032-3
รถไฟ จากสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อำเภอพุนพิน มีรถไฟไปจังหวัดนราธิวาส
ตรัง นครศรีธรรมราช ยะลา ไชยา ชุมพร หัวหิน รายละเอียดติดต่อ
โทร. 0 7731 1213
ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอต่าง
ๆ
อำเภอกาญจนดิษฐ์ 18 กิโลเมตร
อำเภอดอนสัก 61 กิโลเมตร
อำเภอเกาะพะงัน 100 กิโลเมตร
อำเภอบ้านตาขุน 71 กิโลเมตร
อำเภอเกาะสมุย 84 กิโลเมตร
อำเภอบ้านนาเดิม 50 กิโลเมตร
อำเภอคีรีรัฐนิคม 55 กิโลเมตร
อำเภอบ้านนาสาร 41 กิโลเมตร
อำเภอเคียนซา 61 กิโลเมตร
อำเภอพนม 80 กิโลเมตร
อำเภอชัยบุรี 112 กิโลเมตร
อำเภอพุนพิน 12 กิโลเมตร
อำเภอไชยา 68 กิโลเมตร
อำเภอพระแสง 68 กิโลเมตร
อำเภอท่าฉาง 37 กิโลเมตร
อำเภอวิภาวดี 70 กิโลเมตร
อำเภอท่าชนะ 78 กิโลเมตร
อำเภอเวียงสระ 68 กิโลเมตร
ระยะทางจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปจังหวัดใกล้เคียง
ชุมพร 117 กิโลเมตร
ระนอง 219 กิโลเมตร
นครศรีธรรมราช 356 กิโลเมตร
พังงา 196 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยว
สถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร
ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-บ้านนาสาร
จากถนนใหญ่มีทางแยกด้านซ้ายมือ สู่ที่ทำการอีก 1.5 กิโลเมตร
สถานีพัฒนาฯ มีเนื้อที่ 2,906 ไร่ สูงจากระดับน้ำทะเล
210 เมตร ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.2508 โดยใช้ชื่อวนอุทยานเขาท่าเพชร
ต่อมากองอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ ประกาศจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษา
ธรรมชาติและสัตว์ป่า เมื่อ พ.ศ.2519 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น
สถานีพัฒนาและส่งเสริมการ อนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร
ภายในสถานีพัฒนาฯ เป็นป่าแบบป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ มีไม้ตะเคียนทราย
ไม้คอแลน กระบก หวายแดง รอบบริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่มากมาย
และยังสามารถพบสัตว์ที่อาศัยอยู่ในสถานี อาทิ กระจง หมูป่า
นกปรอด นกกระจิบกินปลี นกกระจิบเล็ก บนยอดเขาสามารถชมทิวทัศน์
รอบตัวเมืองสุราษฎร์ได้โดยรอบ และเป็นที่ตั้งของ พระธาตุศรีสุราษฎร์ในพระบรมราชูปถัมภ์
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2500 นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของชาวบ้านดอน
ต่อมาพระธาตุชำรุดมีรอยร้าวที่ฐาน พระธาตุจึงถูกรื้อแล้วสร้างขึ้นใหม่
เป็นทรงสูงเรียวลักษณะคล้ายลำเทียน นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
ภายในสถานีพัฒนาฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ 800 เมตร
มีป้ายสื่อความหมาย สามารถเดินศึกษาธรรมชาติด้วยตนเอง
นอกจากนั้นยังมีที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ต้องนำเต็นท์มาเอง
โดยทำหนังสือถึงหัวหน้าสถานีพัฒนา และส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร
ตู้ ป.ณ. 29 อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84000
ปากน้ำตาปี ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางกุ้ง
ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 7 กิโลเมตร ตามเส้นทาง
สุราษฎร์ธานี-ปากน้ำ การเดินทาง จากตัวเมืองมีคิวรถตุ๊กตุ๊ก
อยู่เยื้องกับห้างจุฬาสรรพสินค้า ถนนบ้านดอน ปากน้ำตาปีมีร้านจำหน่ายของทะเล
ร้านอาหารทะเลอยู่หลายร้าน สามารถรับประทานพร้อมชมทิวทัศน์บรรยากาศ
ธรรมชาติของทะเลอ่าวบ้านดอนได้ด้วย
สวนโมกขพลาราม อยู่บริเวณเขาพุทธทอง
ริมทางหลวงหมายเลข 41 บริเวณกิโลเมตรที่ 134 เดิมชื่อวัดธารน้ำไหล
มีท่านพุทธทาสภิกขุ เป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.
2502 เพื่อเป็นสถานที่แสวงหา ความสงบและศึกษาธรรม มีโรงมหรสพทางวิญญาณ
ซึ่งประกอบด้วยภาพศิลป์ บทกวี คติธรรมคำสอนใน พุทธศาสนานิกายต่าง
ๆ ภาพพุทธประวัติ ภาพจำลองจากภาพหินสลัก เรื่องพุทธประวัติในอินเดีย
รอบบริเวณร่มรื่นเหมาะสำหรับเป็นที่ ฝึกอบรมจิตใจและศึกษาพุทธศาสนา
มีการสอนฝึกสมาธิแก่ชาวต่างประเทศ ทุกวันที่ 1-10 ของทุกเดือน
และสำหรับคนไทย ทุกวันที่ 20-27 ของทุกเดือน ตั้งแต่เวลา
8.30-17.00 น. ติดต่อรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 7743 1552,
0 7743 1597 หรือ www.suanmokkh.org และใกล้ ๆ กับสวนโมกขพลารามมี
สวนรุกขชาติเขาพุทธทอง เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ
ที่มีค่าไว้มาก
วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อยู่ตำบลเวียง
ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 54 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข
41 และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4011 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่
137 องค์พระเจดีย์เป็นโบราณสถาน ที่สร้างขึ้นตามแบบลัทธิมหายาน
ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรือง รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็กๆ
4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่างๆ
โดยรอบทั้ง 4 ด้าน พระธาตุไชยานับเป็นปูชนียสถาน ที่สำคัญทางพุทธศาสนาของ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี โทร. 0 7743 1090, 0 7743 1402
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประเภทประวัติศาสตร์และโบราณคดี
อาคารหลังแรกด้านหน้าจัดแสดง ประติมากรรมศิลาและสำริดที่ค้นพบ
ในเมืองไชยาเก่า ได้แก่ เทวรูปพระนารายณ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
ส่วนอาคารที่สอง เป็นที่จัดแสดงหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์
ตั้งแต่สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา นอกจากนี้ยังจัดแสดงงานประณีตศิลป์ต่าง
ๆ อีกมากมาย เปิดให้เข้าชม เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์
วันอังคาร และวันนักขัตฤกษ์ ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ
30 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 7743 1066
วัดรัตนาราม หรือวัดแก้ว ตั้งอยู่ที่บ้านวัดแก้ว
ตำบลเลม็ด อยู่ห่างจากวัดพระบรมธาตุไชยาประมาณ 1 กิโลเมตร
วัดแก้วเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด
สันนิษฐานว่าเจดีย์วัดแก้วสร้าง สมัยเดียวกับเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา
คือระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 มีโบราณสถานที่สำคัญเรียกว่า
เจดีย์วัดแก้ว เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมศรีวิชัย สร้างราวพุทธศตวรรษที่
14-15 ลักษณะของเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรม แบบก่ออิฐไม่ถือปูน
ฐานล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุข 4 ด้าน ระหว่างมุขทำเป็นย่อมุมไม้สิบสอง
ซุ้มด้านทิศตะวันออก มีทางเดินไปห้องกลางขององค์เจดีย์
ภายในซุ้มมีพระพุทธรูปปาง มารวิชัยประดิษฐานอยู่ทุกซุ้ม
กองโบราณคดีกรมศิลปากรได้ขุดแต่งบูรณะในปี พ.ศ. 2519-2522
วัดหลง ตั้งอยู่ที่บ้านวัดหลง อยู่ติดกับวัดรัตนาราม
เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่าเจดีย์ของ
วัดนี้สร้างสมัยเดียวกับเจดีย์ วัดพระบรมธาตุไชยา คือระหว่างพุทธศตวรรษที่
14-15 เป็นเจดีย์ที่ทิ้งร้างมานานจนชำรุด เหลือแต่ซากอิฐและฐานราก
กองโบราณคดี กรมศิลปากรได้ขุดแต่งบูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อปี
พ.ศ. 2524-2527 ทำให้สภาพของรูปทรงเจดีย์ชัดเจนขึ้น
หมู่บ้านพุมเรียงและแหลมโพธิ์ อยู่ที่ตำบลพุมเรียง
ห่างจากตัวอำเภอ 7 กิโลเมตร เป็นชุมชนชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่
ที่มีอาชีพทอผ้าไหม ผ้าไหมพุมเรียงเป็นผ้าทอยกดิ้นเงิน
หรือดิ้นทองสวยงาม คุณภาพดี มีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวพุมเรียง
ได้แก่ ลายราชวัตร ดอกโคม ลายดอกพิกุล ลายนพเก้า และลายยกเบ็ด
เป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลยจากหมู่บ้านไป
2 กิโลเมตร ตามเส้นทางพุมเรียง-ชายทะเล จะถึงแหลมโพธิ์
ชายทะเลที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของตำบลพุมเรียง มีอาหารทะเล
โดยเฉพาะ "หอยขาว" ที่มีอยู่ที่แหลมโพธิ์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้บริการรถโดยสารสายสุราษฎร์ธานี-ระนอง
หรือ สุราษฎร์ธานี-ชุมพร จากตัวเมืองไชยาใช้บริการร ถโดยสารประจำทาง
สายไชยา-พุมเรียง
สถานที่ฝึกลิง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
ใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช ทางหลวงหมายเลข
401 ประมาณ 7 กิโลเมตร และมีทางแยกด้านขวามือเป็นถนนลูกรังไปศูนย์ฝึกลิง
อีก 2 กิโลเมตร จะเห็นป้าย "วิทยาลัยฝึกลิงเพื่อการเกษตร"
อยู่ด้านขวามือ มีการสาธิต และบรรยายหลักสูตรการฝึกลิงกัง
จากเริ่มต้นจนสามารถทำงานได้จริง ผู้สนใจจะเข้าชมติดต่อล่วงหน้าที่คุณสมพร
แซ่โค้ว วิทยาลัยฝึกลิง โทร. 0 7722 7351
น้ำตกวิภาวดี อยู่ห่างจากอำเภอเมือง
38 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 401 บริเวณกิโลเมตรที่
60-61 ก่อนถึงทางแยกเลี้ยวเข้าอำเภอดอนสัก น้ำตกวิภาวดีเป็นน้ำตกขนาดกลาง
มีประชาชนนิยมเดินทาง มาพักผ่อนกันมากในวันหยุด บริเวณน้ำตกมีเรือพายให้เช่าชั่วโมงละ
40 บาท และมีร้านอาหารบริการ การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
มีรถโดยสารประจำทางผ่าน 2 เส้นทาง คือ สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช
และสุราษฎร์ธานี-ดอนสัก
วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ อยู่ห่างจากชุมชนอำเภอดอนสัก
1 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช (ทางหลวงหมายเลข
401) พระครูสุวรรณประดิษฐ์การ หรือหลวงพ่อจ้อย เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่ง
ภาคใต้เป็นผู้บุกเบิกสร้างขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 และมรณภาพเมื่อปี
พ.ศ. 2536 แต่ยังคงอยู่ในโลงแก้วภายในอุโบสถ บนยอดเขายังเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์
บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มาจากวัดพระเกียรติ อำเภอฮอด
จังหวัดเชียงใหม่ รถสามารถขึ้นถึงบนยอดเขาได้
ท่าเรือเฟอร์รี่ อยู่บริเวณแหลมกุลา
หมู่ที่ 10 ตำบลดอนสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 6
กิโลเมตร เป็นท่าเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเกาะสมุย
โดยนำรถยนต์ข้ามไป หรือนั่งโดยสารเพียงอย่างเดียวก็ได้
สอบถามข้อมูลได้ที่ ราชาเฟอร์รี่ โทร. 0 7737 1151, 0
7737 1206 อำเภอพนม
อุทยานแห่งชาติเขาสก ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านตาขุน
อำเภอพนม และอำเภอคีรีรัฐนิยม มีพื้นที่ 461,712 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2537 สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาดิน
และภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน มีแนวหน้าผาสูงชัน ด้านทิศเหนือเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่
เกิดจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา มีป่าไม้และสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์
พันธุ์ไม้หายากที่พบในเขตอุทยานฯ ได้แก่ ปาล์มหลังขาว
และ บัวผุด เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ
10-25 นิ้ว ขึ้นอยู่บนพื้นดิน จะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน
ถึง มกราคม ส่วนสัตว์หายากที่น่าสนใจ ได้แก่ กบทูด และปลามังกร
ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางมาท่องเที่ยวคือ เดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน
นอกจากนั้นอุทยานฯ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การล่องแก่ง
เดินป่า นั่งช้าง ดูนก และเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ
ที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ 4 หลัง แต่ไม่มีเต็นท์ให้เช่าต้องนำไปเอง
เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ คนละ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติเขาสก หมู่ที่ 6 ตำบลคลองสก อำเภอพนม จังหวัด
สุราษฎร์ธานี โทร. 0 7729 9151, 0 7729 9318-9 ต่อ 5715,
0 7729 9150-1 และใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีที่พักของเอกชนบริการหลายแห่ง
บางแห่งเป็นบ้านบนต้นไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่พักบริเวณอุทยานฯ
นี้
การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า
(ทางหลวงหมายเลข 401) ถึงกิโลเมตรที่ 109 มีแยกขวาไปอีก
1.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ หรือจากสถานีรถไฟ
อำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี มีรถประจำทางสายพุนพิน-ภูเก็ต
ลงรถบริเวณกิโลเมตรที่ 109 แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้าง เข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เตรียมอาหาร หรือเสบียงในการพักค้างแรมที่อุทยานฯ
สามารถจะหาซื้อของใช้ได้ที่บริเวณบ้านตาขุน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีร้านค้าหลายแห่ง ก่อนเดินทางไปอุทยานฯได้
เขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)
อยู่ในบริเวณเดียวกับการไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หมู่ที่
3 ตำบลเขาพัง ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 90 กิโลเมตร
เป็นเขื่อนหินทิ้ง แกนดินเหนียวอเนกประสงค์ สูง 95 เมตร
ยาว 700 เมตร บริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่
และสวนสวยงาม ภูเขาหินปูนที่อยู่ในเขื่อนมีรูปร่างต่าง
ๆ แปลกตาสวยงามตามธรรมชาติ ท่ามกลางผืนน้ำสีเขียวที่ดูอบอุ่นเย็น
สบายเหมาะจะมาเที่ยวพักผ่อน ในบริเวณเขื่อนรัชชประภาจะมีที่พักของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ
เขาสกไว้บริการนักท่องเที่ยว ได้แก่ หน่วยอุทยาน ขส. 2
มีบ้านพัก 2 หลัง พักได้ 30 คน แพพักที่หน่วยฯ นางไพร
มี 6 หลัง พักได้ 50 คน แพพักที่หน่วยฯ โตนเตย มี 7 หลัง
พักได้ 10-18 คน แพพักที่หน่วยฯ ไกรสร มี 10 หลัง ราคาที่พักรวมค่าอาหารคนละ
500 บาท โดยขึ้นเรือที่ท่าริมแก่ง ค่าเช่าเรือหางยาวสำหรับเดินทางไปยังแพต่าง
ๆ ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล แพนางไพร ราคา 1,200 บาท
แพโตนเตยและแพไกรสรราคา 1,700 บาท ผู้ที่ประสงค์จะไปพักควรติดต่อที่พักล่วงหน้า
โทร. 0 7729 9318-9
นอกจากนั้นแพต่างๆ ยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น
ที่หน่วยพิทักษ์นางไพร โดนเตย และไกรสร มีเรือแคนูให้เช่า
ราคา 200 บาท/วัน โดยเฉพาะที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขส.
4 (โตนเตย) จะมีถ้ำให้นักท่องเที่ยวได้ผจญภัยตื่นเต้น
คือ ถ้ำน้ำทะลุ ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ 6
กิโลเมตร โดยทางเท้า เป็นถ้ำใหญ่ที่มีธารน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม
การเดินเที่ยวถ้ำค่อนข้างลำบาก จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
สำหรับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ก็มีที่พักและกิจกรรมต่าง
ๆ ที่น่าสนใจบริการนักท่องเที่ยว เช่น สนามกอล์ฟมาตรฐาน
8 หลุม นั่งเรือชมบรรยากาศของทะเล สาบเหนือเขื่อน สอบถามเพิ่มเติม
โทร. 0 7724 0740-5 สำหรับบ้านพักมีบริการนักท่องเที่ยว
จำนวน 111 ห้อง ราคา 200-500 บาท/คืน สอบถามรายละเอียด
โทร. 0 7724 0740-5 ต่อ 5008 ในวันและเวลาราชการ การเดินทาง
จากอำเภอเมือง ไปตามทางหลวงหมายเลข 401 แยกเข้าสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
ขส.2 (เชี่ยวหลาน) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 60 ระยะทาง 14 กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติคลองพนม เป็นอุทยานที่กำลังจะประกาศจัดตั้ง
อยู่ในเขตตำบลคลองสก ตำบลพนม ตำบลพลูเถื่อน อำเภอพนม มีเนื้อที่
2,900,000 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศ เป็นภูเขาหินปูนเรียงรายสลับซับซ้อน
และมีป่าไม้ที่สมบูรณ์อุดมด้วยไม้ใหญ่นานา พรรณ เป็นป่ารกครึ้มร่มรื่น
มีลำธารใหญ่น้อยจำนวนมาก ซึ่งลำธารนี้ไหลรวมกับคลองสก
และคลองสกไหลไปรวมกับคลองแสง เป็นต้นกำเนิดของคลองพุมดวง
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำตาปี
การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 เส้นทางเดียวกับทางไปอุทยานแห่งชาติเขาสก
(สายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า) แยกซ้ายเข้าตรงกิโลเมตรที่
90 เข้าไป 50 เมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง อยู่ตำบลเขาตอก
มีเนื้อที่ 38,438 ไร่ ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2528 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มสลับกับหนองน้ำ
มีหนองน้ำใหญ่เป็นที่อาศัยของนกและสัตว์น้ำอยู่ถึง 5 แห่ง
หนองน้ำที่ใหญ่ที่สุดคือ หนองทุ่งทอง มีเนื้อที่ 2,500
ไร่ มีไม้ที่มีค่าและเป็นไม้หวงห้าม คือ จันทร์กะพ้อ และสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด
ได้แก่ เป็ดแดง ยางโทนใหญ่ นากเล็กเล็บสั้น นกยางกรอดพันธุ์จีน
และนกชนิดต่างๆ กว่า 70 ชนิด ซึ่งอพยพถิ่นอาศัยมาจากเขตหนาว
ช่วงที่มีนกมากที่สุด คือเดือนตุลาคม-มีนาคม บริเวณอุทยานฯ
มีบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อุณหภูมิ 50-60
องศาเซลเซียส และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อน้ำร้อน ระยะทาง
1 กิโลเมตร เป็นทางราบเดินสบาย มีป้ายสื่อความหมาย สามารถเดินเองได้
การเดินทาง จากอำเภอเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 401 แยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่
19 เข้าอำเภอเคียนซา ใช้เส้นทางหมายเลข 4153 ระยะทาง 24
กิโลเมตร จากอำเภอเคียนซา ใช้เส้นทาง รพช. สายบ้านน้ำเกลี้ยง-บ้านเคียนซา
ประมาณ 3 กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติปากคลองน้ำเฒ่า
อำเภอบ้านนาสาร อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเวียงสระ มีเนื้อที่
265,625 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม
2534 เป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่
ยาง ตะเคียน หลุมพอ เสียดช่อ เคี่ยม และสะตอ บริเวณยอดเขาที่มีเมฆ
หมอกปกคลุมเกือบตลอดปี จะพบป่าอีกชนิดหนึ่ง คือป่าดิบเขา
พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เหมือด กำยาน บังตาน เป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำตาปี
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนี ที่เกิดจากการยกตัวและระเบิดของภูเขาไฟ
อุทยานฯ ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมมี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน
ระหว่างเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน และฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม
สัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ เลียงผา เก้ง กระจง หมูป่า ช้าง
สมเสร็จ และเสือโคร่ง นอกจากนั้นยังมี ค่าย 180 และค่าย
357 ซึ่งเป็นค่ายพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทยในอดีต
อุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 2 หลัง และมีสถานที่กางเต็นท์
แต่ต้องเตรียมอุปกรณ์การพักแรมไปเอง รายละเอียดสอบถามได้ที่
อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ตู้ ป.ณ.12 อำเภอเมือง จังหวัด
สุราษฎร์ธานี 84000 หรืองานบริการบ้านพัก กรมป่าไม้ โทร.
0 2579 5734, 0 2579 7223
การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ไปตามทางหลวงหมายเลข
4009 สายสุราษฎร์ธานี-บ้านนาสาร ระยะทาง 30 กิโลเมตร ถึงบ้านเฉียงพร้า
ตรงข้ามโรงเรียนควนสุบรรณ เลี้ยวซ้ายไปตามถนน รพช. อีก
15 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ
เกาะสมุย เกาะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
อยู่บริเวณอ่าวไทย ห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก
84 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 247 ตารางกิโลเมตร ถนนรอบเกาะ
(ถนนสายทวี ราษฎร์ภักดี) ยาว 52 กิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน
3 ของเกาะเป็นที่ราบ ล้อมรอบภูเขา ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม
เป็นช่วงคลื่นลมสงบเหมาะ แก่การท่องเที่ยวที่สุด เกาะสมุย
เป็นเกาะที่มีหาดทราย สวยทรายขาวมีชื่อหลายแห่ง อาทิ หาดเฉวง
หาดนาเทียน หาดตลิ่งงาม หาดละไม นักท่องเที่ยวที่ต้องการหาดทราย
ทะเล สายลม และแสงแดด ชายหาดที่ทอดยาวขนานไปกับทะเล ต้นมะพร้าวริมชายหาดและน้ำทะเลใสสวย
ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยว ที่เคยไปสมุยมาแล้วต้อง
หวนกลับไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า อาหารทะเลสด ๆ ก็เป็นอีกเสน่ห์ที่ชวนให้นึกถึง
นอกจากทะเลสวยน้ำใส เกาะสมุยยังมีกิจกรรม ที่กำลังได้รับความนิยมไป
ทั่วโลกบริการนักท่องเที่ยว นั่นก็คือ สปา
.หรือการดูแลรักษาสุขภาพด้วยการใช้น้ำบำบัด
เช่น การอาบแช่น้ำ อาจจะเป็นน้ำแร่ หรือน้ำร้อน การบำบัดโดยการนวด
หรือ การใช้พฤกษาบำบัด โดยใช้กลิ่นพืชพรรณธรรม ชาติช่วยในการคลายเครียด
ซึ่งมีสถานที่บริการอยู่หลายแห่ง ทั้งในโรงแรมและศูนย์สปาโดยเฉพาะ
แต่ละสถานที่มีบรรยากาศ ความสะดวกสบาย และการบริการที่ดีเยี่ยม
ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง และสำหรับนักกอล์ฟที่นี่ก็มีสนามกอล์ฟ
ให้ได้ออกกำลังกายอีกด้วย
การเดินทางไปเกาะสมุย รถไฟ มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงทุกวัน
การรถไฟฯ มีตั๋วร่วมกรุงเทพฯ-เกาะสมุย ลงรถที่สถานีรถไฟอำเภอพุนพิน
และต่อรถประจำทางไปที่ท่าเรือดอนสัก เพื่อข้ามเรือเฟอรี่ไปเกาะสมุย
สอบถามรายละเอียด โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020
หรือบริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง โทร. 0 2280 7897 www.railway.co.th
รถโดยสารประจำทาง บริการรถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารธรรมดาจากกรุงเทพฯ
เดินทางโดยตรงถึงเกาะสมุย โดยไม่รวมค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง รายละเอียดติดต่อ บริษัท
ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2435 1199, 0 2435 1200 (รถปรับอากาศ)
โทร. 0 2434 5557-8 (รถธรรมดา) www.transport.co.th และบริษัท
โสภณทัวร์ โทร. 0 2435 5023 (รถออกวันเว้นวัน)
เครื่องบิน บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ
กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง
20 นาที นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-หัวหิน-สมุย
ภูเก็ต-เกาะสมุย อู่ตะเภา-เกาะสมุย เกาะสมุย-กระบี่ เกาะสมุย-สิงคโปร์
เกาะสมุย-อู่ตะเภา-พนมเปญ บริการอีกด้วย สอบถามรายละเอียด
โทร. 0 2229 3456 หรือเกาะสมุย โทร. 0 7742 2512-8 www.bangkokairways.com
เรือโดยสาร
1. เรือเฟอร์รี่ ของบริษัท ราชาเฟอร์รี่ ออกจากท่าเรือดอนสัก
บริเวณแหลมกุลา ตำบลดอนสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอดอนสักประมาณ
6 กิโลเมตร เพื่อไปยังท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวท้องยาง เกาะสมุย
ทุกวัน วันละ 7 เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที
อัตราค่าโดยสารคนละ 55 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. 0 7737
1151, 0 7737 1206 สำนักงานเกาะสมุย โทร. 0 7742 3026
2. เรือด่วน ของบริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง ออกจากสุราษฎร์ธานีไปยังท่าเรือหน้าทอน
เกาะสมุยวันละ 1 เที่ยว เวลา 08.00 น. ใช้เวลาเดินทาง
2 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสาร 150 บาท รายละเอียดติดต่อ
โทร. 0 7728 5124-6 โทรสาร 0 7728 5127 สำนักงานเกาะสมุย
โทร. 0 7742 1316-9 โทรสาร 0 7742 0167
3. เรือนอน ติดต่อได้ที่ท่าเรือบ้านดอน เรือออกเวลา 23.00
น. ถึงเกาะสมุย เวลา 05.00 น. ราคาค่าเรือโดยสาร 100 และ
150 บาท และมีเรือออกจากเกาะสมุย เวลา 21.00 น. ถึงสุราษฎร์ธานี
เวลา 04.00 น.
นอกจากนั้น บริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง มีบริการรถจากกรุงเทพฯ
โดยนั่งรถประจำทางปรับอากาศ มีรถออกวันละ 1 เที่ยว คือ
เวลา 17.00 น. ถึงเกาะสมุย เวลา 11.00 น. ของวันรุ่งขึ้น
การเดินทางบนเกาะสมุย มีรถสองแถววิ่งบริการรอบเกาะผ่านสถานที่ต่าง
ๆ เช่น ท่าเรือหน้าทอน ท่าเรือเฟอร์รี่ ตลอดจนหาดต่าง
ๆ อัตราค่าโดยสาร 10-40 บาท
การเดินทางระหว่างเกาะสมุย-เกาะเต่า-เกาะพะงัน จากเกาะสมุยสามารถเดินทาง ไปยังเกาะพะงันและเกาะเต่าได้
จากท่าเรือต่าง ๆ ได้แก่
ท่าเรือแม่น้ำ
เกาะสมุย-เกาะพะงัน
เรือธรรมดา เรือออกจากสมุย เวลา 09.30 น. ถึงเกาะพะงัน
เวลา 10.30 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 180 บาท
เรือ Catamaran เรือออกจากสมุย เวลา 08.00 น. ถึงเกาะพะงัน
เวลา 08.40 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 250 บาท
เกาะพะงัน-เกาะเต่า
เรือธรรมดา เรือออกจากเกาะพะงัน เวลา 11.30 น. ถึงเกาะเต่า
เวลา 13.30 น. ค่าโดยสารเรือสารคนละ 180 บาท
เรือ Catamaran เรือออกจากเกาะพะงัน เวลา 08.50 น. ถึงเกาะเต่า
เวลา 10.30 น. ค่าโดยสารเรือคนละ 350 บาท
เกาะสมุย-เกาะเต่า
เรือ Catamaran เรือออกจากเกาะสมุย เวลา 12.30 น. ถึงเกาะเต่า
เวลา 15.00 น. ค่าโดยสารเรือ คนละ 350 บาท
เกาะเต่า-เกาะสมุย
เรือ Catamaran เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 15.00 น. ถึงเกาะสมุย
เวลา 17.30 น. ค่าโดยสารเรือคนละ 550 บาท
ท่าเรือบ่อผุด
เกาะสมุย-เกาะเต่า
เรือ Speed Boat เรือออกจากเกาะสมุย เวลา 08.30 น. ถึงเกาะเต่า
เวลา 10.00 น./ราคา 550 บาท
ท่าเรือพระใหญ่ (ติดกับ รร. Ocean View)
เกาะสมุย-เกาะพะงัน(หาดริ้นใน)
เรือธรรมดา เรือออกจากเกาะสมุย เวลา 10.30 น. 13.00 น.
และ 16.00 น. ถึงเกาะพะงัน เวลา 11.20 น. 13.50 น. และ
16.50 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 100 บาท
เกาะพะงัน (หาดริ้นใน)-เกาะสมุย
เรือธรรมดา เรือออกจากเกาะพะงัน เวลา 09.30 น. 11.30 น.
และ 14.30 น. ถึงเกาะสมุย เวลา 10.20 น. 12.20 น. และ
15.20 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 100 บาท
ท่าเรือพระใหญ่ หรือ ท่าเรือบางรัก (ติดกับ รร. Sunset
2)
เกาะสมุย-เกาะเต่า
เรือ Catamaran ออกจากเกาะสมุย เวลา 08.00 น. ถึงเกาะเต่า
เวลา 10.30 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 550 บาท เกาะเต่า-เกาะสมุย
เรือ Catamaran ออกจากเกาะเต่า เวลา 15.00 น. ถึงเกาะสมุย
เวลา 17.00 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 550 บาท
สอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ลมพระยา โทร. 0 7724 7146
ท่าเรือหน้าทอน (เรือวังทอง Speed Boat)
เกาะเต่า-เกาะสมุย
เรือวังทอง (Speed Boat) ออกจากเกาะเต่า เวลา 10.30 น.
ถึงเกาะสมุย เวลา 12.00 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 550 บาท
เกาะสมุย-เกาะเต่า
เรือวังทอง (Speed Boat) ออกจากเกาะสมุย เวลา 12.00 น.
ถึงเกาะเต่า เวลา 13.45 น. ค่าเรือโดยสารคนละ 550 บาท
เกาะสมุย-เกาะพะงัน
เรือด่วน เรือออกจากเกาะสมุย เวลา 09.00 น. 11.00 น. และ
17.00 น. ถึงเกาะพะงัน เวลา 10.00 น. 12.00 น. และ 18.00
น. ค่าเรือโดยสารคนละ 115 บาท
หมายเหตุ: เวลาเดินเรือ และค่าโดยสารอาจมีการเปลี่ยนแปลง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่สอง
ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.
2523 อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร
มีเนื้อที่ประมาณ 63,750 ไร่ เป็นพื้นดินเพียง 50 ตารางกิโลเมตร
นอกนั้นเป็นพื้นน้ำ ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 42 เกาะ ส่วนมากเป็นเกาะหินปูน
เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว
เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ
เกาะวัวกันตัง ฯลฯ หมู่เกาะนี้เดิมเป็นเขตหวงห้ามของทหารเรือ
แต่ก็ได้มีราษฎรอพยพไปตั้งบ้านเรือน โดยประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว
จับปลา และเก็บรังนก (บนเกาะมีสัมปทานรังนกนางแอ่น) โดยขึ้นอยู่หมู่ที่
6 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย
ที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว
รายละเอียดติดต่อ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง โทร.
0 7728 6025, 0 7742 0225 การเดินทาง จากเกาะสมุยจะมีเรือโดยสาร
ออกจากท่าเรือหน้าทอน เวลา 08.30 น. ขากลับเรือออกจากหมู่เกาะอ่างทอง
เวลา 15.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง และบริษัททัวร์มี บริการนำเที่ยวหมู่เกาะอ่างทอง แบบไปเช้า-เย็นกลับรวมค่าอาหารเช้า
กลางวัน เรือออกเวลา 08.30 น.และกลับเวลา 17.30น. ติดต่อบริษัท
แอร์ซี จำกัด ค่าเรือราคา 550 บาท ไม่รวมค่ารถรับส่ง และราคา
650 บาท รวมราคารถรับส่ง เรือออกจากท่าบ่อผุด โทร. 0 7742
2262-3 โทรสาร 0 7742 2263 หรือ บริษัท ไฮเวย์ แทรเวิล
จำกัด ค่าเรือราคา 550 บาท เรือออกจากท่าหน้าทอน โทร.
0 7742 1290, 0 7742 1285 โทรสาร 0 7742 1290
เกาะพะงัน อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศเหนือ
ประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที และอยู่ห่างตัวจังหวัด
100 กิโลเมตร เกาะพะงันมีเนื้อที่ 170 ตารางกิโลเมตร เป็นหนึ่งในจำนวน
48 เกาะที่ตั้งอยู่ในช่องอ่างทอง ภูมิประเทศของเกาะพะงันมีภูเขาอยู่ตรงกลางเกาะ
ทอดตัวจากทิศเหนือจดทิศใต้ มีที่ราบทางด้านทิศตะวันตกของเกาะ
ส่วนทางทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล บางแห่งก็มีอ่าวเล็กอ่าวน้อยเรือเข้า
จอดได้เป็นบางฤดู ช่วงมรสุมตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึงเดือนมกราคม
จะมีลมตะวันออกพัดผ่านซึ่งไม่ เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยว
เกาะพะงันมีชายหาดขาว น้ำทะเลใสน่าเล่นน้ำหลายหาด ร่มรื่นด้วยทิวไม้ริมชายหาด
ความเงียบสงบของชายหาดต่าง ๆ บนเกาะเป็นเสน่ห์ที่นักท่องเที่ยวจะได้พบ
เกาะพะงัน เป็นเกาะ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นเวลาช้านาน
สันนิษฐานว่าพวกแรกที่มาอยู่ บนเกาะพะงันน่าจะเป็นแขกจากมลายู
ที่อยู่แถบจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือไม่ก็เป็นพวกแขกที่มา
จากปัตตานีมาอาศัยทำ การประมงเป็นหลัก โดยสังเกตจากชื่อของเกาะ
และสถานที่บางแห่งบนเกาะ
การเดินทางไปเกาะพะงัน
สุราษฎร์ธานี-เกาะพะงัน
1. เรือเฟอร์รี่ ของบริษัท ราชาเฟอร์รี่ ออกจากท่าเรือดอนสัก
ไปเกาะพะงัน เวลา 10.00 น. 14.00 น. และ 18.00 น. ถึงเกาะพะงัน
เวลา 12.30 น. 16.30 น. และ 20.30 น. ค่าโดยสารคนละ 180
บาท/คน
2. เรือด่วน ของบริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง ออกจากสุราษฎร์ธานี
วันละ 1 เที่ยว เวลา 08.00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
อัตราค่าโดยสาร 205 บาท
3. เรือนอน ติดต่อได้ที่ท่าเรือบ้านดอน เรือออกเวลา 23.00
น. ถึงเกาะพะงัน เวลา 06.00 น. ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
อัตราค่าโดยสาร 150 และ 200 บาท
เกาะสมุย-เกาะพะงัน
เรือด่วน บริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง ออกจากท่าเรือหน้าทอน
วันละ 3 เที่ยว เวลา 09.00 น. 11.00 น. และ 17.00 น. ใช้เวลาประมาณ
1 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร 115 บาท สอบถามข้อมูล โทร. 0
2280 7897 สำนักงานเกาะสมุย โทร. 0 7742 0157
เกาะเต่า เป็นเกาะที่ตั้งโดดเดี่ยวในอ่าวไทย
อยู่ห่างจากอำเภอเกาะพะงัน 45 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ในอดีตกรมราชทัณฑ์ได้ใช้ เป็นเรือนจำกักขังนักโทษการเมือง
(กบฎบวรเดช) สมัยการปกครองของคณะราษฎร์ เกาะเต่ามีประชาชนมาอาศัยตั้งแต่ปี
2490 เป็นเกาะที่มีธรรมชาติ และความสมบูรณ์ของชีวิตใต้ทะเล
สวยงามด้วยแนวปะการังทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก ปลาหลากชนิดสีสวย
ๆ มากมายที่นักดำน้ำจะต้องนึกถึง และชายหาดที่มีหาดทรายขาว
สวยสงบน่าพักผ่อนหลายหาด มีโรงเรียนสอนดำน้ำหลาย โรงเรียนที่มักจะมีนักดำน้ำหน้าใหม่
แวะเวียนมาเรียนกันอยู่เสมอ ช่วงเวลาที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวคือ
เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน บนเกาะมีบังกะโลหลายแบบหลาย
ราคาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพัก การเดินทางบนเกาะเต่าสามารถ
เดินทางได้ทั้งทางเรือ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ มีบริการ
2 เส้นทาง คือ จากท่าเทียบเรือไปทางทิศเหนือถึงหาดทรายรี
และไปทางทิศใต้ถึงอ่าวลึก
เกาะนางยวน อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า
เป็นเกาะที่มีเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะเชื่อมกัน สงบ สามารถเห็นหาดทรายเชื่อมกันเวลาที่น้ำลง
เป็นเกาะที่มีหาดทรายเนื้อละเอียดขาว น้ำทะเลใส น่านั่งเล่นและพักผ่อนสำหรับผู้ที่นิยมความสงบ
เป็นเกาะที่มีปะการังน้ำตื้น และน้ำลึกที่ยังสมบูรณ์ และสวยงามที่นักนิยมดำน้ำมักจะ
แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ บนเกาะยังมีจุดชมวิวที่สามารถ
จะมองหาดทรายสามหาด เชื่อมต่อกันได้อย่างสวยงาม และมีที่พักเอกชนที่ปลูกอยู่ตาม
ไหล่เขาที่สามารถมองเห็นความงาม ของท้องทะเลได้อยู่หนึ่งแห่ง
การเดินทางไปเกาะเต่า
เรือด่วน ของบริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง มี 3 เส้นทาง คือ
- เกาะพะงัน-เกาะเต่า ระยะทาง 45 กิโลเมตร มีเรือออกจากเกาะพะงัน
(ท่าเรือท้องศาลา) เวลา 10.30 น. และ 12.30 น. ถึงเกาะเต่า
(ท่าเรือบ้านแม่หาด) เวลา 12.20 น. และ 14.30 น. ใช้เวลา
2 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 250 บาท
- เกาะสมุย-เกาะเต่า ระยะทาง 74 กิโลเมตร มีเรือออกจากเกาะสมุย
ที่ท่าเรือหน้าทอน เวลา 09.00 น. 11.00 น. และจะแวะพักรับผู้โดยสารที่เกาะพะงัน
เวลา 10.00 น., 12.00 น. เป็นเวลา 20 นาที และเดินทางต่อไปยังเกาะเต่า
เรือออกเวลา 10.30 น., 12.30 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 12.00
น., 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ 350 บาท
- จังหวัดชุมพร-เกาะเต่า ระยะทาง 75 กิโลเมตร มีเรือออกจากท่าเรือท่ายาง
เวลา 07.30 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 10.30 น. และเรือออกจากเกาะเต่า
เวลา 15.00 น. ถึงชุมพร เวลา 18.00 น. ค่าโดยสารคนละ 400
บาท
สอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ส่งเสริม รุ่งเรือง กรุงเทพฯ
โทร. 0 2280 7897 ชุมพร โทร. 0 7750 6205 เกาะเต่า โทร.
0 7745 6274 ท่าเรือเกาะพะงัน โทร. 0 7737 7096
เรือนอน ให้บริการ 2 เส้นทาง คือ
- จังหวัดชุมพร -เกาะเต่า เรือออกจากท่าเรือท่ายาง จังหวัดชุมพร
เวลา 24.00 น. ถึงเกาะ เต่า เวลา 06.00 น. ค่าโดยสารคนละ
200 บาท
- จังหวัดสุราษฎร์ธานี-เกาะเต่า เรือออกจากท่าเรือเทศบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เวลา 23.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 08.00 น. ค่าโดยสารคนละ
350 บาท
- เกาะเต่า-ชุมพร เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 10.00 น. ถึงชุมพร
เวลา 15.00 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท
- เกาะเต่า-สุราษฎร์ธานี เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 21.00
น. ถึงจังหวัด สุราษฎร์ธานี เวลา 05.00 น. ค่าโดยสารคนละ
250 บาท
เรือธรรมดา
จากเกาะเต่า-เกาะพะงัน มีบริการวันละ 1 เที่ยว เรือออกจากเกาะเต่า
เวลา 14.30 น. ขากลับจากเกาะพะงัน มีเรือออกเวลา 12.00
น. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 250 บาท
เรือเร็ว (Speed Boat)
- เกาะพะงัน-เกาะเต่า เรือออกจากเกาะพะงัน (ท่าเรือท้องศาลา)
เวลา 09.00 น. และ 12.30 น. ถึงเกาะเต่า (ท่าเรือบ้านแม่หาด)
เวลา 10.00 น. และ 13.30 น. ค่าโดยสารคนละ 350 บาท และ
250 บาท
- เกาะเต่า-เกาะพะงัน เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 09.00 น.
และ 15.00 น. ถึงเกาะพะงัน เวลา 10.00 น. และ 16.00 น.
ค่าโดยสารคนละ 350 บาท และ 250 บาท
- เกาะเต่า-ชุมพร เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 10.30 น. ถึงท่าเรือท่ายาง
จังหวัดชุมพร เวลา 12.30 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท
- ชุมพร-เกาะเต่า เรือออกจากชุมพร เวลา 07.30 น. ถึงเกาะเต่า
เวลา 09.30 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท
- เกาะสมุย-เกาะเต่า เรือออกจากเกาะสมุย เวลา 08.30 น.
และ 12.00 น. ถึงเกาะเต่า เวลา 10.00 น. และ 13.30 น.
ค่าโดยสารคนละ 550 บาท
เรือด่วนเอกวิญญ์
- เกาะเต่า-ชุมพร เรือออกจากเกาะเต่า เวลา 11.00 น. ถึงท่าเรือเอกวิญญ์
(เชิงสะพานท่ายาง) จังหวัดชุมพร เวลา 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ
400 บาท
- ชุมพร-เกาะเต่า เรือออกจากชุมพร เวลา 07.30 น. ถึงเกาะเต่า
เวลา 10.30 น. ค่าโดยสารคนละ 400 บาท
สอบถามข้อมูลการเดินเรือได้ที่ บริษัท เอกวิญญ์ จำกัด
โทร. 0 7650 1821
หมายเหตุ: เวลาเดินเรือและค่าโดยสารอาจมีการเปลี่ยนแปลง |