ป่าดงดอย การท่องเที่ยว (ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 12/00673)

ขณะนี้มีผู้เข้าชมอยู่ 251 ท่าน
หน้าหลัก
ทัวร์ในประเทศ
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคกลาง
ภาคใต้
ภาคตะวันออก
เพื่อนบ้าน

   
.... รับทำกรุ๊ปเหมา ๘ ท่านขึ้นไป, ทัวร์หมู่คณะ, ทัวร์โรงงาน ฯลฯ ....
ข้อมูลท่องเที่ยว ๗๖ จังหวัด
สถานที่น่าพักทั่วไทย
สถานที่พัก เด่นๆ
สินค้าพื้นเมือง
วัฒนธรรมประเพณี
ปฏิทินการท่องเที่ยว
โลกใต้ทะเล
อุทยานแห่งชาติ
วนอุทยานแห่งชาติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เบอร์โทรศัพท์สำคัญๆ
บทความ จากไกด์
เกี่ยวกับ ป่าดงดอย
รายละเอียด โปรดคลิ๊ก
๓๑ พ.ค. ๕๑
 

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อ.เมือง จ.สุโขทัย
 
ข้อมูลทั่วไป    สินค้าพื้นเมือง    วัฒนธรรมประเพณี
 
 
สุโขทัยสุโขทัย

 

 

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (เมืองเก่าสุโขทัย)

หมายเหตุ : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จัดให้มีการชมโบราณสถานยามค่ำ คือ (Light up) ในเดือน เมษายน-ธันวาคม ๒๕๕๐ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา ๑๙.๐๐-๒๑.๐๐ น.

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นดินแดนแห่งยุคทอง ที่ยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ที่ยังคงร่องรอยแห่งอารยธรรม อันรุ่งเรือง สถาปัตยกรรมอันงดงาม วิจิตรบรรจง และที่สำคัญเป็นร่องรอย อดีตแห่งความภาคภูมิใจของคนไทย และของคนทั้งโลก จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นแหล่งมรดกโลก เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔
เมืองเก่าสุโขทัย อยู่ห่างจากตัว จ.สุโขทัย ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ถ.จรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลข ๑๒ สาย สุโขทัย-ตาก ในอดีตเมืองสุโขทัย เคยเป็นราชธานีของไทย มีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญ ที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณ ล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ประกอบไปด้วย โบราณสถานทั้งภายใน และภายนอกกำแพงเมือง ดังนี้สถานที่สำคัญภายในกำแพงเมือง
พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๘ ตั้งอยู่ริม ถ.จรดวิถีถ่อง ทางทิศเหนือ ของวัดมหาธาตุ ลักษณะพระบรมรูป พ่อขุนรามคำแหงมหาราช เป็นพระบรมรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลือง ผสมทองแดงรมดำ ขนาด ๒ เท่าขององค์จริง สูง ๓ เมตร ประทับนั่งห้อยพระบาท บนแท่นมนังคศิลาบาตร พระหัตถ์ขวาถือคัมภีร์ พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในท่า ทรงสั่งสอนประชาชน แท่นด้านซ้ายมีพานวางพระขรรค์ไว้ข้างๆ ลักษณะพระพักตร์ เหมือนอย่างพระพุทธรูป สมัยสุโขทัยตอนต้น ที่ถ่ายทอดความรู้สึกว่า พ่อขุนรามคำแหงมหาราช มีน้ำพระทัยเมตตากรุณา ยุติธรรม มีความเด็ดขาดในการปกครอง แบบพ่อปกครองลูก ที่ด้านข้างมีภาพแผ่นจำหลักจารึก เหตุการณ์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ ของพระองค์ตามที่อ้างถึงใน จารึกสุโขทัย
กำแพงเมืองสุโขทัย ตั้งอยู่ที่ ต.เมืองเก่า ปรากฏหลักฐานในศิลาจารึก เรียกว่า ตรีบูร มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง ๑,๓๐๐ เมตร ยาว ๑,๘๐๐ เมตร กำแพงชั้นในเป็นศิลาแลงก่อบนคันดิน กำแพง ๒ ชั้นนอกเป็นคูน้ำสลับกับคันดิน นอกจากทำหน้าที่ป้องกันข้าศึก แล้วคูน้ำยังใช้ระบายน้ำไม่ให้ไหลท่วมเมืองอีกด้วย ระหว่างกึ่งกลาง แต่ละด้านมีประตูเมือง และป้อมหน้าประตูด้วย
วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่กลางเมือง เป็นวัดใหญ่ และวัดสำคัญของกรุงสุโขทัย มีพระเจดีย์มหาธาตุทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นศิลปะแบบสุโขทัยแท้ ตั้งเป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วยเจดีย์ ๘ องค์ บนฐานเดียวกัน คือ ปรางค์ศิลาแลง ตั้งอยู่ที่ทิศทั้ง ๔ และเจดีย์ทรงปราสาท ก่อด้วยอิฐที่ได้รับอิทธิพลมาจากล้านนา จากการสำรวจ พบว่าบริเวณวัดมหาธาตุ มีเจดีย์แบบต่างๆ มากถึง ๒๐๐ องค์ วิหาร ๑๐ แห่ง ซุ้มพระ (มณฑป) ๘ ซุ้ม พระอุโบสถ ๑ แห่ง ตระพัง ๔ แห่ง ด้านตะวันออก บนเจดีย์ประธาน มีวิหารขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง มีแท่นซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย คือ พระศรีศากยมุนี ปัจจุบัน ได้รับการเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพมหานคร ที่ด้านเหนือ และด้านใต้ของเจดีย์มหาธาตุ มีพระพุทธรูปยืนภายในซุ้มพระ เรียกว่า พระอัฎฐารศ
วัดชนะสงคราม ตั้งอยู่ทางด้านเหนือ ของวัดมหาธาตุ ใกล้กับโบราณสถาน ที่เรียกว่าหลักเมือง เดิมเรียกว่า วัดราชบูรณะ มีลักษณะเด่นคือ เจดีย์ทรงระฆังกลมขนาดใหญ่ เป็นเจดีย์ประธาน และมีวิหาร โบสถ์ เจดีย์รายต่างๆ
เนินปราสาทพระร่วง หรือเขตพระราชวังในสมัยสุโขทัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ติดกับวัดมหาธาตุ มีโบราณสถานแห่งหนึ่งเรียกว่า เนินปราสาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สันนิษฐานว่าบริเวณนี้ เคยเป็นฐานปราสาทราชวัง ของกษัตริย์เมืองสุโขทัย กรมศิลปากรได้ขุดแต่งบูรณะ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ พบฐานอาคารแบบ ฐานบัวค่ำ บัวหงาย มีลักษณะเป็นฐานสูงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๒๗.๕๐X๕๑.๕๐ เมตร มีบันไดที่ด้านหน้า และด้านหลัง
วัดตระพังเงิน (คำว่า ตระพัง หมายถึง สระน้ำ หรือหนองน้ำ) เป็นโบราณสถานสำคัญ ตั้งอยู่บริเวณ ขอบตระพังเงิน ด้านทิศตะวันตกของวัดมหาธาตุ ห่างจากวัดมหาธาตุ ๓๐๐ เมตร โบราณสถานนี้ไม่มีกำแพงแก้ว ประกอบด้วย เจดีย์ทรงดอกบัวตูม เป็นประธาน ลักษณะเด่นของเจดีย์ทรงดอกบัวตูม คือ มีจระนำที่เรือนธาตุทั้งสี่ด้าน ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน และพระพุทธรูปปางลีลา (จระนำ หมายถึง ชื่อซุ้มท้ายวิหาร หรือท้ายโบสถ์ มักเป็นช่องตัน) วิหารประกอบอยู่ด้านหน้า และทางด้านตะวันออก ของเจดีย์เป็นเกาะมีโบสถ์ตั้งอยู่กลางน้ำ
วัดสระศรี เป็นวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของวัดมหาธาตุ เป็นโบราณสถานสำคัญ อยู่บริเวณกลางสระน้ำ ที่มีขนาดใหญ่ ชื่อว่า ตระพังตระกวน และสิ่งสำคัญของวัดประกอบด้วยเจดีย์ประธานทรงลังกา ด้านหน้าวิหารขนาดใหญ่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัย มีเจดีย์ขนาดเล็ก ศิลปศรีวิชัยผสมลังกา ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ มีซุ้มพระพุทธรูป ๔ ทิศ ด้านหน้ามีเกาะกลางน้ำ ขนาดย่อมเป็นที่ตั้งของ พระอุโบสถขนาดเล็ก วัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นจุดที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม
วัดศรีสวาย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของวัดมหาธาตุ ห่างออกไปประมาณ ๓๕๐ เมตร โบราณสถานที่สำคัญ ตั้งอยู่ในกำแพงแก้ว ประกอบด้วยปรางค์ ๓ องค์ รูปแบบศิลปะลพบุรี ลักษณะของปรางค์ค่อนข้างเพรียว ตั้งอยู่บนฐานเตี้ยๆ ลวดลายปูนปั้น บางส่วนเหมือนลายบนเครื่องถ้วยจีน สมัยราชวงศ์หยวน ได้พบทับหลังสลัก เป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชิ้นส่วนของเทวรูป และศิวลึงค์ ที่แสดงให้เห็นว่าเคยเป็นเทวสถาน ในศาสนาฮินดูมาก่อน แล้วแปลงเป็นพุทธสถาน โดยต่อเติมวิหารขึ้นที่ด้านหน้า แล้วเป็นวัด ในพุทธศาสนาภายหลัง
ศาลตาผาแดง มีลักษณะเป็นโบราณสถาน ตามแบบศิลปเขมร ก่อด้วยศิลาแลง สมัยนครวัด (พ.ศ.๑๖๕๐-๑๗๐๐) ต่อมากรมศิลปากร ได้ดำเนินการขุดแต่ง และบูรณะศาลนี้ได้พบชิ้นส่วนเทวรูป และเทวสตรีประดับ ด้วยเครื่องตกแต่ง ปัจจุบัน จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง
สถานที่สำคัญนอกกำแพงเมืองด้านเหนือ
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เป็นอาคารทรงไทย สถาปัตยกรรมแบบสุโขทัย อยู่ใกล้วัดพระพายหลวง ภายในอาคารเป็นศูนย์ให้ข้อมูล และอำนวยความสะดวก แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย รวมทั้งจัดแสดงแบบจำลอง ของโบราณสถานต่างๆ ในเขตเมืองเก่าสุโขทัย นักท่องเที่ยวควร เริ่มต้นชมอุทยานฯ จากจุดนี้ เพื่อจะได้เห็นภาพรวมของสุโขทัยในอดีต
แหล่งโบราณคดีเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย (เตาทุเรียง) อยู่ใกล้วัดพระพายหลวง บริเวณแนวคูเมืองเก่า ที่เรียกว่า แม่โจน เป็นเตาเผาถ้วยชาม สมัยสุโขทัย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ค้นพบเตาโดยรอบ ๔๙ เตา ซึ่งส่วนใหญ่ อยู่บริเวณคันคูแม่น้ำโจนด้านทิศเหนือ ๓๗ เตา ด้านทิศใต้ข้างกำแพงเมือง ๙ เตา และด้านทิศตะวันออก ๓ เตา เตาเผาเครื่องสังคโลก มีลักษณะคล้ายประทุนเกวียน ขนาดกว้าง ๑.๕๐-๒.๐๐ เมตร ยาว ๔.๕ เมตร เครื่องปั้นดินเผา ที่พบบริเวณนี้ส่วนใหญ่ เป็นประเภทถ้วยชาม มีขนาดใหญ่ น้ำยาเคลือบขุ่น สีเทาแกมเหลือง มีลายเขียนสีดำ ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปดอกไม้ ปลา และจักร
วัดพระพายหลวง เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ มีความสำคัญเป็นอันดับสอง รองจากวัดมหาธาตุ ผังวัดเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีคูน้ำล้อมรอบ ๓ ชั้น คูชั้นนอกเรียกว่า คูแม่โจน วัดพระพายหลวง เป็นศูนย์กลางของชุมชน โบราณสถานที่ เก่าแก่ที่สุดของวัด คือ พระปรางค์ ๓ องค์ เป็นปรางค์ประธานของวัด ก่อด้วยศิลาแลง ศิลปะเป็นเขมรแบบบายน สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ด้านหน้าของวัด เป็นอาคารที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปปูนปั้น ๔ อิริยาบถ คือนั่ง นอน ยืน เดิน
วัดศรีชุม ตั้งอยู่ห่างจากวัดพระพายหลวง ไปทางทิศตะวันตก ๘๐๐ เมตร เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระอจนะ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง ๑๑.๓๐ เมตร ลักษณะของวิหาร สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม ลักษณะคล้ายมณฑป แต่หลังคาพังทลายลงมาหมดแล้ว เหลือเพียงผนังทั้งสี่ด้าน ผนังแต่ละด้าน ก่ออิฐถือปูนอย่างแน่นหนา ผนังทางด้านใต้ มีช่องให้คนเข้าไปภายใน และเดินขึ้นไปตามทางบันไดแคบๆ ถึงผนังด้านข้างขององค์พระอจนะ หรือสามารถขึ้นไปถึง สันผนังด้านบนได้ ภายในช่องกำแพงตามฝาผนัง มีภาพเขียนเก่าแก่แต่เลอะเลือนเกือบหมด ภาพเขียนนี้มีอายุเกือบ ๗๐๐ ปี นอกจากนี้ แล้วบนเพดานช่องบันได ยังมีแผ่นหินชนวนขนาดใหญ่ แกะสลักลวดลายเรื่องชาดกต่างๆ มีจำนวนทั้งหมด ๕๐ ภาพ เมื่อเดินตามช่องทางบันได ขึ้นไปจะโผล่บนหลังคาวิหาร มองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเมืองเก่าสุโขทัย ได้โดยรอบ
เพราะเหตุใด วิหารวัดศรีชุมจึงมีความเร้นลับซ่อนอยู่อย่างนี้ เรื่องนี้หากพิจารณา กันอย่างลึกซึ้งแล้ว จะพบว่าพระมหากษัตริย์ ในราชวงศ์พระร่วง ทรงพระปรีชาสามารถในด้านปลุกปลอบใจทหารหาญ และด้านอื่นๆ อีกมาก เพราะผนังด้านข้าง ขององค์พระอจนะมีช่องเล็กๆ ถ้าหากใครแอบเข้าไปทางอุโมงค์แล้ว ไปโผล่ที่ช่องนี้ และพูดออกมาดังๆ ผู้ที่อยู่ภายในวิหาร จะต้องนึกว่าพระอจนะพูดได้ และเสียงพูดนั้นจะกังวานน่าเกรงขาม เพราะวิหารนี้ไม่มีหน้าต่าง แต่เดิมคงมีหลังคาเป็นรูปโค้งคล้ายโดม
โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านตะวันตก
วัดช้างรอบ อยู่ห่างจากประตู้อ้อ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒.๔ กิโลเมตร มีโบราณสถานที่สำคัญ ประกอบด้วย เจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีช้างโผล่ครึ่งตัว มีจำนวน ๒๔ เชือก พระอุโบสถอยู่ด้านหน้าเจดีย์ประธาน และมีเจดีย์ราย ๕ องค์ ล้อมรอบเจดีย์ประธาน และโบสถ์
วัดสะพานหิน วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา สูงประมาณ ๒๐๐ เมตร บริเวณทางเดินขึ้น โบราณสถาน มีทางเดินปูลาดด้วยหินชนวน จากตีนเขาขึ้นไปเป็นระยะทาง ๓๐๐ เมตร สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระประธานเป็น พระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระปางประทานอภัย สูง ๑๒.๕๐ เมตร เรียกว่า พระอัฏฐารศ
เขื่อนสรีดภงค์ หรือทำนบพระร่วง ตั้งอยู่บริเวณเมืองเก่า ทำนบนี้เป็นเขื่อนดิน (คันดิน) สำหรับกั้นน้ำอยู่ระหว่างซอกเขา คือ เขาพระบาทใหญ่ และเขากิ่วอ้ายมา ที่สร้างขึ้นเพื่อกักน้ำ และชักน้ำไปตามคลองส่งน้ำ มาเข้ากำแพงเมือง เข้าสระตระพังเงิน ตระพังทอง เพื่อนำไปใช้ในเมือง และพระราชวังในสมัยโบราณ ซึ่งในปัจจุบันกรมชลประทาน ได้ปรับปรุงบูรณะ และซ่อมแซมขึ้นใหม่
โบราณสถาน นอกกำแพงเมืองด้านใต้
วัดเชตุพน ศิลปกรรมที่น่าสนใจของวัดคือ มณฑปที่สร้างด้วยหินชนวน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสี่อิริยาบท คือนั่ง นอน ยืน เดิน ภายในมณฑปเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปโดยมีการใช้วัสดุทั้งอิฐ หินชนวน ศิลาแลง ในการก่อสร้าง สิ่งที่น่าชมภายในวัด คือ กำแพงแก้ว ที่ล้อมรอบมณฑปจตุรมุขนี้สร้างจากหินชนวนที่มีขนาดใหญ่ และหนา โดยมีการสกัด และบากหินเพื่อทำเป็นกรอบ และซี่กรงเลียนแบบเครื่องไม้ และยังได้พบศิลาจารึกที่วัดนี้หลักที่ ๕๘ จารึกในปี พ.ศ.๒๐๕๗ กล่าวว่าเจ้าธรรมรังสี สร้างพระพุทธรูปในวัดนี้
วัดเจดีย์สี่ห้อง ตั้งอยู่ทางตะวันออกของ วัดเชตุพน ห่างไปประมาณ ๑๐๐ เมตร โบราณสถานที่น่าสนใจ คือ ที่ฐานเจดีย์ประธาน มีภาพปูนปั้นประดับโดยรอบปั้น เป็นรูปบุคคล รูปบุรุษ และสตรี สวมอาภารณ์ และเครื่องประดับ ในมือถือภาชนะ มีพรรณพฤกษางอกโผล่พ้นออกมา ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนั้นมีปูนปั้นรูปช้าง และสิงห์ประดับรูปบุคคล องค์เจดีย์ประธานเป็น ทรงระฆังกลมที่ได้รับการบูรณะ ส่วนยอดเจดีย์ได้หักพังลง
โบราณสถานนอกกำแพงเมืองด้านตะวันออก
วัดช้างล้อม เป็นโบราณสถานที่สำคัญ มีเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา เป็นประธานของวัด รอบฐานเจดีย์ประดับด้วย ปูนปั้นเป็นรูปช้างโผล่ครึ่งตัว ด้านหน้ามีฐานวิหารก่อด้วยอิฐ และยังมีฐานกำแพงแก้ว ก่อด้วยอิฐล้อมรอบ
วัดตระพังทองหลาง อยู่ริม ถ.จรดวิถีถ่อง หากเดินทางมาจากจ.สุโขทัย วัดตระพังทองหลาง อยู่ริมซ้ายมือ ศิลปกรรมที่สำคัญ คือ มณฑปรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อด้วยอิฐ ผนังด้านนอกประดิษฐาน พระพุทธรูปปูนปั้น ตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์ ตอนประทานเทศนา โปรดพระพุทธบิดากับกษัตริย์ศากยราช และตอนเสด็จโปรดนางพิมพา นับเป็นศิลปกรรมชิ้นเอก ของสุโขทัย บริเวณพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๗๐ ตารางกิโลเมตร และมีโบราณสถานสำคัญ ที่น่าชมอีกมากมาย กรณีที่นักท่องเที่ยวมีเวลามาก โบราณสถานที่ควรชม นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ใคร่ขอแนะนำดังนี้
ทิศตะวันออก วัดเจดีย์สูง วัดเกาะไม้แดง วัดหอดพยอม
ทิศตะวันตก วัดพระบาทน้อย วัดเจดีย์งาม วัดมังกร วัดอรัญญิก วัดช้างรอบ
ทิศใต้ วัดศรีพิจิตรกิรติกัลยาราม วัดต้นจัน วัดอโศการาม
อัตราค่าเข้าชม นักท่องเที่ยว ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๔๐ บาท หรือสามารถซื้อตั๋วรวมได้ ชาวไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๕๐ บาท โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมอุทยานฯ ต่างๆ ใน จ.สุโขทัย ได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน เปิดให้ เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๒๑.๐๐ น. (ปิดจำหน่ายบัตรเวลา ๑๘.๐๐ น.) หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๙.๐๐- ๒๑.๐๐ น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน ในกรณีที่นำยานพาหนะ เข้าเขตโบราณสถาน จะต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย และที่บริเวณลานจอดรถของอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีบริการ รถราง นำชมรอบๆ บริเวณอุทยานฯ อัตราค่าบริการ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐ บาท นอกจากนั้นที่บริเวณด้านหน้าอุทยานฯ มีบริการ รถจักรยาน ให้เช่าในราคาคันละ ๒๐ บาท กรณีเข้าชมเป็นหมู่เป็นคณะ และต้องการวิทยากรนำชม หรือนักท่องเที่ยว ที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย ๖๔๒๑๐ โทร. ๐ ๕๕๖๙ ๗๓๑๐
การเดินทาง จากตัวเมืองสุโขทัย นักท่องเที่ยวสามารถ นั่งรถประจำทางสายเมืองเก่า (รถสองแถว) มีรถออกทุก ๒๐ นาที จอดรอบบริเวณท่ารถ ใกล้ป้อมยามตำรวจ มาลงที่หน้าอุทยานฯ มีรถออกทุก ๒๐ นาที

 
รูปภาพและข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (๑๔ พ.ค. ๕๑)


 
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
 
บริการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ๘ ท่านขึ้นไป ทั่วประเทศไทย ในราคาสมเหตุผล ไม่ต้องรอคอยตามกำหนดเวลา
ต้องการไปยังสถานที่แห่งใด โปรดกรุณาสอบถามได้ทันที ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

 

      ป่าดงดอย การท่องเที่ยว เลขที่ 6 ซอยรามอินทรา127 ถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
โทรศัพท์ / โทรสาร 0-2918-7736 มือถือ 087-000-2829
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12/00673
www.pahdongdoy.com  e-mail : webmaster@pahdongdoy.com หรือ pdd2003_1@hotmail.com