| งานวันวีรชนค่ายบางระจัน
จัดขึ้นเป็นประจำในระหว่างวันที่ ๔-๖ กุมภาพันธ์ของทุกปี
ที่บริเวณอนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน ตำบลบางระจัน
อำเภอค่ายบางระจัน ประกอบไปด้วยพิธีสักการะรูปจำลอง
พระอาจารย์ธรรมโชติ และวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน
การแสดงละครประวัติศาสตร์เกี่ยว กับวีรกรรมวีรชนค่ายบางระจัน
ประกอบแสง สี เสียง การละเล่นพื้นบ้าน มหรสพ การแสดงนิทรรศการของดีเมืองสิงห์ต่าง
ๆ มากมาย
ประเพณีกำฟ้า เป็นงานบุญพื้นบ้านของชาวไทยพวนที่บ้านบางน้ำเชี่ยว
และหมู่บ้านโภคาภิวัฒน์ อำเภอพรหมบุรี จัดขึ้นเพื่อเป็นการบูชาและระลึกถึงเทพยดาผู้รักษาฟากฟ้า
และบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ถือเอาวันขึ้น ๒
ค่ำ เดือน ๓ เป็นวันสุกดิบ โดยชาวบ้านจะช่วยกันตำข้าวปุ้น
(ขนมจีน) และข้าวจี่ ข้าวหลาม ไว้สำหรับทำบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้น
พิธีจะมีในตอนเย็น ชาวบ้านจะนำข้าวสารเหนียว ไข่
น้ำตาล ไปเข้ามงคลในพิธีเจริญพุทธมนต์ กลางคืนจะมีมหรสพแสดงกันเป็นที่สนุกสนาน
ตกดึกจะพากันนึ่งข้าวเหนียว ทำขนม ในวันขึ้น ๓ ค่ำ
เดือน ๓ ซึ่งเป็นวันกำฟ้า ชาวบ้านก็จะนำไทยทานและอาหารที่เตรียมไว้ไปร่วมทำบุญที่วัด
เมื่อพ้นกำฟ้า ๗ วันแล้ว จะต้องกำฟ้าอีกครึ่งวัน
และนับต่อไปอีก ๕ วัน จะมีการจัดอาหารถวายพระ เสร็จแล้วนำไฟดุ้นหนึ่งไปทำพิธีเลียแล้ง
โดยการนำไปลอยตามแม่น้ำลำคลอง ถือเป็นการบูชาและระลึกถึงเทพเจ้า
เป็นอันเสร็จพิธีกำฟ้า
ประเพณีตีข้าวบิณฑ์ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ทำกันอยู่แห่งเดียวที่หมู่บ้านจักรสีห์
อำเภอเมืองสิงห์บุรี นิยมทำในช่วงวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่
๑๓-๑๕ เมษายน ของทุกปี ชาวบ้านจะนัดกันทำพิธีโดยการนำข้าวเหนียว
หรือข้าวเหนียวแดงมาหุงหรือนึ่งพอสุกนำ มาใส่ใบตองพับเป็นรูปกรวย
นำไปถวายหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ วัดพระนอนจักรสีห์
ด้วยการนำพานใส่กรวยข้าวเหนียวที่เตรียม วางไว้ด้านหน้าองค์พระนอนเพื่อทำพิธีถวายข้าวเหนียว
เมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปพอสมควรจะทำพิธีลาข้าว ทุกคนจะตรงไปที่พานข้าวของตน
แบ่งข้าวเหนียวในกรวยใส่กระทง แล้วนำไปวางไว้ที่หน้าองค์พระนอนพอเป็นสังเขป
จากนั้นชาวบ้านจะแยกกันนั่งเป็นวงๆ ละ ๖-๗ คน แบ่งกันรับประทานข้าวที่เหลือ
ซึ่งถือว่าเป็นข้าวบิณฑ์ของหลวงพ่อพระนอนจักรสีห์
ประเพณีกวนข้าวทิพย์ การกวนข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาสนี้มัก
จะจัดขึ้นที่หมู่บ้านวัดกุฎีทอง บ้านโภคาภิวัฒน์
วัดอุตมะพิขัย อำเภอพรหมบุรี วันทำพิธีกวนข้าวทิพย์มิได้กำหนด
ไว้เป็นที่แน่นอนมักจะทำกันในช่วงข้าวกำลัง เป็นน้ำนมโดยการปลูกปะรำพิธีแล้ว
ใช้ด้ายสายสิญจน์วนรอบปะรำพิธี นิมนต์ พระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์แล้ว
ให้หญิงสาวพรหมจารีย์นำเครื่องปรุงข้าวทิพย์ต่าง
ๆ ที่เตรียมไว้ ๙ สิ่งได้แก่ ถั่ว งา นม เนย น้ำตาล
มะพร้าว น้ำผึ้ง น้ำอ้อย และน้ำที่คั้นได้จากข้าวน้ำนมใส่ลง
ในกระทะที่ติดไฟด้วยฟื้นไม้ชัยพฤกษ์ และไม้พุทรา
ขณะใส่ของต่างๆ ลงในกระทะพระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา
ย่ำฆ้อง ย่ำกลอง จากนั้นจึงช่วยกันกวนข้าวทิพย์ใช้เวลากวนประมาณ
๖ ชั่วโมง เสร็จแล้วตักใส่ภาชนะเตรียมถวายพระในวัดรุ่งขึ้น
การแข่งเรือยาวประเพณี การแข่งขันเรือยาวจัดขึ้นเป็นประจำ
ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา
ริมเขื่อนหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ซึ่งมีเรือที่มีชื่อเสียงของจังหวัดต่างๆ
ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
นับเป็นงานประเพณีที่ตื่นเต้นสนุกสนานและเร้าใจ
ตลอดจนได้เพลิดเพลินกับความสวยงาม ของเรือแต่ละลำที่ตกแต่งลวดลาย
และประชันฝีพายกันอย่างเต็มที่
งานเทศกาลกินปลาและงานกาชาดจังหวัดสิงห์บุรี
จัดขึ้นประมาณปลายเดือนธันวาคมของทุกปี เนื่องจากจังหวัดสิงห์บุรีมีลำแม่ลา
เป็นลำน้ำธรรมชาติที่มีปลาชุกชุม และมีชื่อเสียงมากคือ
ปลาช่อนแม่ลา ซึ่งเป็นอาหารจานเด็ดของสิงห์บุรี
นอกจากนี้สิงห์บุรียังเป็นถิ่นกำเนิดของแม่ครัวหัวป่า
ต้นตำรับอาหารคาว-หวาน ที่มีชื่อเสียง ดังนั้นงานเทศกาลกินปลาจึงเป็นที่รวบรวม
อาหารรสเด็ดนานาชนิดของสิงห์บุรี |