สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร
ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึง หากใครชอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม
ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำสวนผักผลไม้ การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว
หรือ เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคาที่ยังคงสภาพ ตลาดนัดแบบชาวบ้านชาวสวนของชุมชนริมคลอง
จังหวัดสมุทรสงครามจึงเป็นจังหวัดที่น่าไป เยี่ยมเยือนสำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยว เชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใด ไม่ปรากฏหลักฐาน เดิมเข้าใจว่า เป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี
เรียกว่า "สวนนอก" ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี
จึงแยกจากราชบุรี เรียกว่า "เมืองแม่กลอง " สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง
พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้าง ค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป
ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง นับเป็นการป้องกันการรุกรานของ พม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น
จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 72 กิโลเมตร
มีพื้นที่ประมาณ 416 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น
3 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมือง อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดราชบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดเพชรบุรี และอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดเพชรบุรี และราชบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดสมุทรสาคร
การเดินทาง
รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ
(พระราม 2) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่
63 จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด
เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้
ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.40-21.00 น. รถปรับอากาศ
โทร. 0 2435 5031 รถธรรมดา โทร. 0 2434 5557-8 หรือ ดูเว็ปไซด์
: www.transport.co.th
รถไฟ จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ มีรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัยออกทุกวัน
ลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ข้ามเรือจากท่ามหาชัยไปฝั่งท่าฉลอม
เพื่อต่อรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม
หรือ จะลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม
ติดต่อสอบถามตารางรถไฟได้ที่ สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร.
0 2465 2017 หรือดูเว็ปไซด์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย :
www.srt.or.th
ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอต่าง
ๆ
อำเภออัมพวา ระยะทาง 6 กิโลเมตร
อำเภอบางคนที ระยะทาง 12 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยว
ดอนหอยหลอด สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม
เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย
หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ทรายขี้เป็ด" ดอนหอยหลอดมีอาณาบริเวณกว้างประมาณ
3 กิโลเมตร ยาว 5 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 2 แห่ง แห่งแรกได้แก่
ดอนนอก อยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้โดยทางเรือ
ดอนใน อยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และอีกแห่งคือ
ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางไปได้โดยทางรถยนต์
บริเวณสันดอนมีหอยอาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ หอยหลอด หอยลาย
หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง แต่พบว่าหอยหลอดเป็นหอยที่มีจำนวนมากที่สุด
จึงเป็นจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้
หอยหลอดเป็นหอยชนิด 2 ฝา ตัวสีขาวขุ่น มีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟ
ฝังตัวอยู่ในเลน การจับหอยหลอด จะจับในช่วงน้ำลง โดยใช้ไม้เล็ก
ๆ ขนาดก้านธูป จุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ
ไม่ควรสาดปูนขาวลงบนสันดอน เพราะจะทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตายหมด
ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะท่องเที่ยวดอนหอยหลอด คือ ประมาณเดือนมีนาคม
- พฤษภาคม เพราะน้ำทะเลจะลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่น และสามารถมองเห็นสันดอนโผล่ขึ้นมา
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือบริเวณศาลาอาภร ( ใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรเขตตอุดมศักดิ์
) เพื่อนั่งเรือไปชมดอนหอยหลอด ราคาเช่าลำละ 50 บาท (ไม่เกิน
5 คน) หรือ ไปเรือโดยสารราคาคนละ 5 บาทต่อเที่ยว นักท่องเที่ยวคนละ
10 บาทต่อเที่ยว หากต้องการเช่าไปเที่ยวชมทิวทัศน์ป่าชายเลน
(ไม่เกิน 7 คน ) ราคาลำละ 300 บาท นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเวลาน้ำขึ้น
- น้ำลง ได้ที่ อบต. บางจะเกร็ง โทร 0 3472 3749
บริเวณดอนหอยหลอดยังเป็นที่ประดิษฐาน ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
มีการแสดงดนตรีไทยทุกวันอาทิตย์ที่ 1 และ 3 ของเดือน เวลา
17.00 - 18.30 น. ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลกรม หลวงชุมพรเขตตอุดมศักดิ์
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร และร้านขายสินค้าของที่ระลึกหลาย ร้านเรียงรายบริเวณดอนหอยหลอด ขายสินค้าประเภทอาหารทะเลสด-แห้ง
หอยหลอดสด-แห้ง น้ำปลา กะปิคลองโคน น้ำตาลปึก น้ำตาลสด
ฯลฯ
การเดินทาง
รถยนต์
1. ไปยังหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ
(พระราม2) ก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ 62 มีป้ายซ้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอด
ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร
2. ไปยังหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ
(พระราม2) ประมาณกิโลเมตรที่ 64 ก่อนข้ามสะพานพุทธเลิศหล้านภาลัย
เชิงสะพานมีป้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอดระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร
รถโดยสาร สามารถเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกตลอดทั้งวันจากตัวตลาด ในอำเภอเมืองสมุทรสงคราม
ไป ยังบ้านฉู่ฉี่ ดอนหอยหลอด เรือ การเดินทางไปยังดอนนอก
มีเรือขนาดต่าง ๆ บริการที่ท่าริมน้ำแม่กลอง ถ้าเป็นหมู่คณะใหญ่ประมาณ
40 คนขึ้นไป ติดต่อสอบถามล่วงหน้า ที่โรงเลื่อยจักรซุ่นฮวดเฮง
คุณพรทิพย์ แสงวณิชโทร. 0 3471 1466, 0 3471 2558, 0 3471
2451, 0 1378 5858 (มีบริการสั่งอาหารไปทานบนเรือ) หรือ
ติดต่อที่ห้องขายตั๋วเรือข้ามฟากริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม
วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ ตั้งอยู่หมู่ที่
5 ตำบล บางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม2) ประมาณกิโลเมตรที่
64 ไปเส้นทางเดียวกับไปดอนหอยหลอด เข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร
วัดนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงดอนหอยหลอด) วัดนี้เป็นวัดที่มีพระอุโบสถเป็นจุดเด่น
สร้างโดยพระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ (อดีตเจ้าอาวาส) เมื่อพ.ศ.2535
พระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองผนังฝังมุกทั้งด้านในและด้านนอก
ลวดลายมีความละเอียดงดงามมาก แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและรามเกียรติ์
ภายในประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด
หลวงพ่อพุทธโสธร เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง
ในบริเวณวัดมีขนมกาละแม-รามัญจำหน่าย โดยกลุ่มแม่บ้านรามัญพัฒนา
เป็นขนมขึ้นชื่อของวัดมีรสชาติเหนียว หวาน มัน ห่อด้วยกาบหมาก
สามารถชมการสาธิตกวนกาละแมในกะทะใบใหญ่ได้ในบริเวณวัด
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 0 3471 1305
วัดเขายี่สาร ตั้งอยู่ที่บ้านเขายี่สาร
ตำบลเขายี่สาร เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระวิหารบนยอดเขามีลักษณะเป็นรูปเรือ
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาท สี่รอยซึ่งเป็นองค์ประธานของวัด
พระมณฑปและบานประตูสลักไม้ศิลปะ สมัยอยุธยาตอนปลายนับเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง
พระอุโบสถบูรณะใหม่ประดิษฐ์ลวด ลายปูนปั้นด้วยฝีมือช่างเมืองเพชร
ภายในมีภาพจิตรกรรมฝีมือเดิม บานหน้าต่างเป็นรูปบุคคลในพงศาวดารจีน
ถ้ำพระนอนประดิษฐานพระพุทธ ไสยาสน์ซึ่งมีนิ้วพระบาทเก้านิ้ว
นอกจากนี้ด้างล่างยังมีศาลประดิษฐานหลวงพ่อปู่ศรีราชา
มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านทั่วไป
มีงานนมัสการหลวงพ่อปู่กลางเดือนอ้ายของทุกปี
พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเขายี่สาร
โดยใช้อาคารศาลาการเปรียญของวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ เริ่มก่อตั้งเมื่อพ.ศ.2539
ด้วยความร่วมมือร่วมใจของ ชาวชุมชนยี่สารที่มีความสำนึกใน
ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่น ชุมชนยี่สารเป็นชุมชนโบราณร่วมสมัย
กับการเกิดกรุงศรีอยุธยา มีการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง
เรื่องราวเหล่านี้เป็นจนข้อมูลสำคัญที่น่าศึกษา หาค้นคว้าได้จากพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร
อาคารชั้นล่างจัดแสดงภูมิปัญญาบ้านเขายี่สาร ชีวิตวัฒนธรรมของผู้คน
เครื่องมือผลิตยาสมุนไพร เครื่องใช้ไม้สอยของชาวบ้านในชุมชน
ชั้นบนจัดแสดงภาชนะ เครื่องมือเครื่องใช้ของชาวชุมชนเขายี่สาร
เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00 - 15.00
น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตรงกับวันธรรมสวนะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา
ส่วนวันจันทร์-ศุกร์เปิดให้เข้าชมเมื่อ มีการติดต่อขอเข้าชมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
1 สัปดาห์ ค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท
ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่คุณสิริอาภา
รัชตะหิรัญ โทร. 0 2433 1547, 0 1859 3195 องค์การบริหารส่วนตำบลเขายี่สารโทร.
0 3476 3108 โทรสาร 0 3476 3109 การเดินทาง ไปตามถนนพระราม
2 ประมาณกิโลเมตรที่ 72 จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท.ซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าวัดเขายี่สาร
ตรงเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร
วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมือง บริเวณถนนเพชรสมุทร เดิมชื่อวัดศรีจำปา
เป็นวัดที่สำคัญของจังหวัด ตามพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขา
ปีพ.ศ.2307 พม่ายกทัพเข้ามาตีเมืองเพชรบุรี แต่กองทัพของกรุงศรีอยุธยาได้ยกทัพมาช่วยรักษาเมืองไว้ได้
ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรี อพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือน
อยู่บริเวณตำบลแม่กลองเหนือวัดศรีจำปา จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า
"บ้านแหลม" ตามชื่อบ้านเดิมของตนในเมืองเพชรและช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปา
เรียกวัดนี้ใหม่ว่า "วัดบ้านแหลม" ชาวบ้านแหลมนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นชาวประมง
คราวหนึ่งได้ออกไปลากอวนในอ่าว แม่กลองพบพระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา
2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน
สำหรับพระพุทธรูปนั่งได้นำไป ประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา
อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สำหรับพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรสูงประมาณ
167 เซนติเมตร (แต่บาตรนั้นสูญหายไปในทะเล สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธ์วงศ์วรเดช
ได้ถวายบาตรไว้ให้บาตรหนึ่งเป็นบาตรแก้วสีน้ำเงิน) นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม
เรียกว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม" มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านทั่วไป
วัดบ้านแหลมเจริญขึ้นเป็นวัดใหญ่ เนื่องจากมีผู้คนมาทำบุญ
นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลมกันเรื่อยมา ต่อมาวัดนี้ได้รับการยกฐานะ
ขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า
"วัดเพชรสมุทรวรวิหาร" ภายในบริเวณวัดเพชรสมุทรยังมีพิพิธภัณฑ์สงฆ์
จัดแสดงพระพุทธรูป และพระเครื่องสมัยต่างๆ โบราณวัตถุเครื่องลายคราม
และธรรมมาสน์บุษบกสมัยกรุงศรีอยุธยา ปกติไม่เปิดให้เข้าชม
ต้องติดต่อเจ้าอาวาสก่อนล่วงหน้า
อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จันและพิพิธภัณฑ์เรือ
ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่ ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ
4 กม.) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่ฝาแฝดสยามอิน-จัน ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลก
ภายในบริเวณเป็นลานกว้างประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้ อนุสรณ์แฝดสยามอิน-จันตั้งอยู่กลางลาน
ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอาคารโถง จัดแสดงชีวประวัติของแฝดสยามอิน-จัน
" แฝดสยามอิน-จันเกิดที่จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อวันที่
11 พฤษภาคม พ.ศ.2354 (ค.ศ.1811) ประมาณปีพ.ศ.2371-2372
(ค.ศ.1828-1829) กัปตันคอฟฟินและฮันเตอร์เดินทาง มาติดต่อการค้าที่แม่กลอง
พบฝาแฝดคู่นี้จึงขอนำกลับไปอเมริกาและอังกฤษ เพื่อเปิดการแสดงในที่ต่างๆ
เรื่องราวชีวิตของแฝดสยามอิน-จัน ฝาแฝดที่มีร่างกายท่อนบน
ติดกันและสามารถใช้ชีวิต อยู่ได้อย่างปกติยาวนานจนถึงอายุ
63 ปี ได้รับการกล่าวขานทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ
"Siamese Twin"ในอาคารโถงเดียวกันนอกจากชีวประวัติแฝดสยามแล้ว
ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง เป็น พิพิธภัณฑ์เรือ รวบรวมเรือพื้นบ้านหลายชนิดมาจัดแสดงไว้เพื่อให้เป็นที่ศึกษา
ค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแม่กลอง พิพิธภัณฑ์
เรือเปิดตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 08.00-12.00
น . ค่าเข้าชม 15 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 3471 1333
ตลาดน้ำท่าคา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา
เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของ วิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่างๆ
ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก
หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย
แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ
(ทุกๆ 5 วัน) ปัจจุบันได้เพิ่มวันนัดเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย
ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00-11.30 น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยว
ชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่
องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. 0 3476 6208 การเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่
32 (เลยทางแยกเข้าวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย) มีทางแยกขวาไปอีก
5 กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำ ทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง
หน้าธนาคารทหารไทย สายท่าคา-วัดเทพประสิทธิ์ ตั้งแต่เวลา
07.00-18.00น. รถออกทุก 20 นาที
วัดจุฬามณี ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข
325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร 34 - 35 ตำบลบางช้าง
เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลอง อัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก
วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก(น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น
บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่
1 ) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่
2)
วัดบางกะพ้อม ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 37
- 38 ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
สิ่งที่น่าสนใจอยู่ภายในวิหารเก่าของวัด ผนังวิหารด้านบนเป็นภาพ
จิตรกรรมฝาผนังลักษณะแตกต่างจากทั่วไป คือ เป็นปูนปั้นลวดลายนูนแสดงเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ
ผนังวิหารด้านล่างโดยรอบมีช่องเจาะเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป
นอกจากนี้กลางวิหารยังประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ขนาดใหญ่ซ้อนกันสี่รอยลดหลั่นกันไป
สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี เดิมมีแผ่นเงินหุ้มแต่ถูกขโมยไปเมื่อครั้งสงคราม
พระพุทธบาทรอยที่ซ้อนลึกที่สุดนั้นเป็นไม้ประดับมุก ยังคงหลงเหลือลวดลายงดงาม
บริเวณลานวัดจะเห็นร้านกาแฟเล็กๆจำหน่ายชา กาแฟรสชาติหอมอร่อยแบบดั้งเดิม
วัดอัมพวันเจติยาราม อยู่ติดกับอุทยาน
ร. 2 เป็นวัดของตระกูลราชินิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่
1 หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร
(พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และ คุณนาค
(สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 ) และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่
2 เชื่อกันว่าบริเวณพระปรางค์ของวัดอัมพวันเจติยาราม เดิมเป็นเรือนที่คุณนาคใช้เป็นที่คลอดคุณฉิมบุตรชาย
ซึ่งต่อมาได้เป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์
โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่
4 และรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโท
พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะ และสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ซึ่งนับเป็นพระอุโบสถที่มีความ งดงาม นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน การเดินทาง
รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่
63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามและออกไปประมาณ 6 กิโลเมตร
เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ)
กิโลเมตรที่ 36-37 มีทางแยกซ้าย เข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาล อำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก-ราชบุรี
ลงหน้าวัดอัมพวันเจติยาราม
อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
(อุทยาน ร.2) เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระ บาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ของ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์
เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราช ทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ
จนได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจาก องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
(UNESCO) บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้
พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯถวาย
มีพื้นที่ประมาณ 11 ไร่ พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญเพราะ
เป็นสถานที่พระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
(รัชกาลที่ 2) การเดินทาง รถยนต์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35
(สายธนบุรี-ปากท่อ) ถึงกิโลเมตรที่ 63 เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม
ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ)
กิโลเมตรที่ 36-37 มีทางแยกซ้ายไปอุทยานฯ เข้าไปอีกประมาณ
1 กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก-ราชบุรี
ลงหน้าอุทยาน ร.2
ศิลปะการทำซออู้ บ้านพญาซอ ซอเป็นเครื่องดนตรีไทยพื้นบ้านภาคกลาง
บ้านพญาซอเป็นบ้านช่างซออู้ ที่นำศิลปะการเล่นดนตรี ไทยมาผนวกกับการแกะสลักซอเป็นลวดลายที่งดงาม
โดยการนำผลมะพร้าวที่ใช้ทำซอซึ่งมีลักษณะ พิเศษมาแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ
เช่น ลายตัวละคร ลายพุดตาน ลายนามย่อ ลายนามปีนักษัตรเช่น
ชวด ฉลู ปัจจุบันหาชมศิลปะการแกะสลักเช่นนี้ได้ยาก นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถ
ชมศิลปะการแกะสลักซอและเรียนรู้การใช้ซอได้ที่ บ้านคุณสมพร
เกตุแก้ว เลขที่ 43 หมู่ 5 ต.บางพรหม อ.บางคนที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.
0 3476 1949 การเดินทาง บ้านพญาซอ จากตัวเมืองสมุทรสงคราม
ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่
36-37 มีทางแยกซ้ายไปอุทยาน ร.2 บ้านพญาซออยู่เลยอุทยาน
ร.2 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง
ตรงปากคลองประชาชื่นฝั่งตะวันตก ตำบลสวนหลวง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีมากมาย
ได้แก่ กุฎีทอง ทำด้วยไม้สัก ประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค
(สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 ) ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค
สมภารทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้
คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวายให้วัด วัดบางลี่จึงได้ชื่อว่า
วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง
จึงรื้อกุฎีทองมาสร้างไว้ที่วัดภุมรินทร์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่า
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากนี้ ยังมี พิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา
เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์
ไว้ เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายคราม และ เครื่องทองเหลือง
พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า 300 ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง
ปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อโต และ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาท
สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน สอบถามรายละเอียดได้ที่พระปลัดถาวรปิยธโร
โทร. 0 3475 1492
บ้านดนตรี ตั้งอยู่ในบริเวณวัดภุมรินทร์กุฎีทอง
โดยใช้อาคารโรงเรียนเป็นที่ทำการสอนดนตรีไทย ด้วยสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม
เล็งเห็นคุณค่าวัฒนธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ควรอนุรักษ์สืบทอดให้ลูกหลานชาว
สมุทรสงครามได้ภาคภูมิใจ จึงได้รวบรวมนักดนตรีไทยรุ่นเก่าๆที่สมัครใจ
ให้อบรมสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่เพื่อสืบทอด ความเป็นเมืองแห่งดนตรีไทยไว้สืบชั่วลูกหลาน
เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นมา สอนทั้งในวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์
โทร. 0 3475 1500
วัดบางแคใหญ่ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง
บริเวณปากคลองบางแค ตำบลแควอ้อม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2357
ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถหลังใหญ่อายุกว่า
150 ปี ด้านหน้ามีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมสิบสองศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา
พระประธานในอุโบสถปาง มารวิชัยปั้นด้วยศิลาแลง มีธรรมเจดีย์
7 องค์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2415 มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และบนฝาประจัน
(ฝากั้นห้อง) กุฏิสงฆ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว
เขียนในปลายสมัยรัชกาลที่ 2 เป็นเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า
ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่ ร.2 โปรดให้ไปขัดตาทัพที่ราชบุรีเมื่อปี
พ.ศ. 2364 ซึ่งไม่ได้เปิดให้ชมทั่วไปต้องขออนุญาต การเดินทาง
ไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์
เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3062 ประมาณ 2 กิโลเมตร
ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง จะเห็นวัดบางแคใหญ่
บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณ
ตั้งอยู่เลขที่ 2/1 หมู่ 7 ตำบลแควอ้อม บ้านแมวไทยโบราณเกิดจาก
การรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทย
ให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็นสมบัติของชาติตลอดไป และเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติ
และลักษณะที่ถูกต้องของแมว สนับสนุนด้านการค้นคว้าวิจัย
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก
แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง
คุณปรีชา พุคคะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ดูแลบ้านแมวไทยโบราณเล่าให้ฟังว่า
" เดิมคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ
สมัยนั้นผมยังเด็กไม่ค่อยได้สนใจ พอโตขึ้น ถูกใช้ให้คลุกข้าวเลี้ยงแมว
ช่วงนั้นมีแมวอยู่ในบ้านไม่มากนัก เลี้ยงมาเรื่อยๆ แมววิเชียรมาศ
ไม่เคยขาดบ้าน มีความผูกพันกับแมวมาตลอด ต่อมามีเพื่อนฝูงที่นิยมเลี้ยงแมวมากขึ้น
ไปมาหาสู่พูดคุยกันว่าน่าจะอนุรักษ์ไว้ เพราะแมวไทยเป็นแมวที่ฉลาด
ช่างประจบ รักบ้าน รักเจ้าของและสวยสง่า มองดูสะดุดตา"
แมวไทยมีหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์สีสวาท ศุภลักษณ์ โกญจา ภายในบ้านแมวไทยมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย
แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทยประเภทต่างๆ บ้านแมวไทยโบราณ เป็นสถานที่น่าสนใจ
เหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เรื่องแมวไทยพันธุ์แท้ๆ ผู้สนใจเยี่ยมชมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.
0 3473 3284 การเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 325 (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ)
เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข
3062 ข้ามคลองประชาชมชื่น ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดบางแคใหญ่
จะเห็นป้ายบ้านแมวไทย
วัดบางแคน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลแควอ้อม
ริมแม่น้ำแม่กลอง คุณหญิงจุ้ย(น้อย) วงศาโรจน์ เป็นผู้สร้างเมื่อพ.ศ.
2411 เดิมอุโบสถของวัดสร้างบนแพไม้ไผ่ผูก ไว้กับต้นโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง
ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการบูรณะอย่างดี สิ่งที่น่าชมภายในวัด
ได้แก่ ผนังภายในพระอุโบสถทำจาก ไม้สักแกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ
การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ
ลวดลายสวยงามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะ สลักจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแกะสลักไม้
นับเป็นอุโบสถที่มีความงดงามในศิลปะ การแกะสลักไม้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.
0 3476 1222
วัดอินทาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลเหมืองใหม่
เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อพ.ศ.2300 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่
3 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า
300 ปี พระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง บานหน้าต่างและบานประตูเป็นไม้สัก
แกะสลักสุภาษิตสอนใจ ท่าน้ำของวัดเป็นอุทยานปลาตะเพียน
นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้ ส่วนหนึ่งของวัดจัดเป็นศูนย์ฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ใช้สมุนไพร
ควบคู่กับการปฏิบัติธรรมรักษาผู้ติดยาเสพติด มีโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์เรือโบราณในอนาคต
โทร. 0 3476 1888, 0 3473 5 315 การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข
325 (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์
ลงสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3062 เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข
2002 ผ่านโรงพยาบาลอัมพวา แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 2007
หรือใช้รถประจำทางสาย 8131 สมุทรสงคราม-ท่าเรือ วัดแก้วเจริญ
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด ตั้งอยู่หมู่ที่
7 ตำบลบางนกแขวก โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะ อันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2433 (ค.ศ.1890) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน
มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสได้รับทุนสนับสนุนจากญาติ พี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส
คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรม และผู้ใจบุญในกรุงเทพฯใช้เวลาสร้างถึง
6 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่
11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2439 (ค.ศ.1896) เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส
ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น
ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา
นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ การเข้าชมควรติดต่อขออนุญาต
จากบาทหลวงผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า เพื่อติดต่อวิทยากรบรรยาย
โทร. 0 3476 1347 การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก
(เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.2) เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร
อาสนวิหารแม่พระบังเกิด อยู่เลยแยกสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ไปประมาณ
100 เมตร
วัดเจริญสุขารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก
ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 5 กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่
พระอุโบสถที่มีศิลปะการก่อสร้างเฉพาะตัว เพดานโบสถ์เป็นรูปโค้งคล้ายประทุนเรือ
ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตลักษณะ เป็นพระปฏิมากรสมัยสุโขทัยสร้างด้วยศิลาแลง
ขนาดหน้าพระเพลากว้าง 178 เซนติเมตร สูงจากพื้นรองประทับถึงจุฬา
208 เซนติเมตร บริเวณท่าน้ำหน้าวัดมีฝูงปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะปลาตะเพียนเงินและปลาตะเพียนทอง ประชาชนนิยมมาให้อาหารปลาและรับประทาน
ก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติอร่อยบริเวณท่าน้ำ การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก
(เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.2) ประมาณ 5 กิโลเมตร ผ่านอาสนวิหารแม่พระบังเกิด
ข้ามสะพานบางนกแขวก จะเห็นป้ายวัดอยู่ด้านขวามือ เลี้ยวขวาเข้าประมาณ
500 เมตร
ค่ายบางกุ้ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบางกุ้ง
เมื่อมาถึงบริเวณค่าย จะมองเห็นแนวกำแพงจำลองสร้าง ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์จากการสู้รบ
ค่ายแห่งนี้เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
หลังจากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อพ.ศ.
2310 สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ได้โปรดให้ยก กองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง
เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง เนื่องจากเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางที่กองทัพพม่าใช้ในการเดินทัพ
โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่ายเพื่อ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร
พระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้คนจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรีและกาญจนบุรีรวบรวม
ผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย ค่ายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนี่งว่า
ค่ายจีนบางกุ้ง พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า "ทหารภักดีอาสา"
ในปีพ.ศ.2311 พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรี มาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง
พระเจ้าตากสินมหาราชและพระมหามนตรี(บุญมา) ร่วมรบขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย
นับเป็นค่ายทหารไทยที่สร้างความเกรงขามให้กองทัพพม่า สร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยกลับคืนมา
และเป็นสงครามครั้งแรกที่ไทย ทำกับพม่าหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ
200 ปี จนมาถึงปี พ.ศ. 2510 กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น
เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสินมหาราช และได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์
โดยทำพิธียกศาลเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2511 ภายในบริเวณค่ายยังมีโบสถ์ที่สร้าง
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวบ้านเรียกว่า
"โบสถ์หลวงพ่อดำ" มีลักษณะพิเศษคือ โบสถ์ทั้งหลังปกคลุมด้วยด้วยต้นไม้ถึงสี่ชนิด
คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร ต้นกร่าง ชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์ปรกโพธิ์และ
ไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์สมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช
วัดบางกุ้ง อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกับค่ายบางกุ้งแต่อยู่คนละฝั่งกัน
มีถนนตัดผ่านกลาง ภายในวัด มีโบสถ์เก่าประดิษฐาน พระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นขนาดใหญ่
ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อยและมีภาพจิตรกรรม ฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา
แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมและ
ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ในซุ้ม ขนาบข้างด้วยอัครสาวกนั่งพนมมือ
สอบถามรายละเอียดวัดบางกุ้งโทร. 0 3476 1631 การเดินทาง
ใช้เส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน
ร.2) ก่อนถึงอาสนวิหารแม่พระบังเกิด เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์
แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ตรงไปประมาณ 6 กิโลเมตร
กิจกรรมที่น่าสนใจ
ล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่กลอง สามารถเช่าเรือล่องชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง
ตลอดสองฝั่งแม่น้ำจะเห็นบ้านเรือนผู้คน และเรือนปั้นหยาซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีวัดต่างๆที่ตั้งอยู่ริมน้ำ เช่น วัดอัมพวัน
วัดบางแคใหญ่ วัดบางแคน้อย วัดภุมรินทร์กุฎีทอง หรือ จะนั่งเรือเข้าไปในลำคลองเล็กๆผ่านสวนมะพร้าว
สวนลิ้นจี่ บรรยากาศร่มรื่นและเป็นเส้นทาง ที่ยังไม่ค่อยมีผู้คนเข้าไปท่องเที่ยวมากก็น่าสนใจไปอีกแบบ
สิโนภัทราบ้านเรือ 24 หมู่ 6 ถ.สมุทรสงคราม-บางนกแขวก
ต.บางคนที อ.บางคนที มีบริการเรือล่องแม่น้ำแม่กลอง ลักษณะเรือเป็นเรือบรรทุกข้าวนำมาดัดแปลง
ล่องแม่น้ำแม่กลอง ผ่านค่ายบางกุ้ง อุทยาน ร.2 วัดบางแคใหญ่
ชมทิวทัศน์บ้านเรือนปันหยาโบราณริมน้ำ บรรยากาศของสายน้ำเงียบสงบคงความเป็นธรรมชาติ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0 3473 0811, 0 1847 8051
แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
กิจกรรมการปลูกป่าชายเลน ตำบลคลองโคนมีกิจกรรม
ด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ที่น่าสนใจบริเวณปากอ่าวแม่กลอง
ตำบลคลองโคน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางไปได้สะดวก
ปัจจุบันช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนได้มากกว่า 2,000 ไร่
ส่วนใหญ่เป็นต้นแสม ต้นลำพู ผู้สนใจสามารถนั่งเรือหางยาวชมพื้นที่ป่าชายเลน
ชมนกนานาชนิดรวมทั้งลิงแสม และสัมผัสกับชีวิตชาวประมงอย่างใกล้ชิด
อบต.คลองโคนจะจัดเตรียมเรือหางยาง กระดานเลน กล้าไม้และอุปกรณ์การปลูกไว้
ให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการ มีส่วนร่วมฟื้นฟูป่าชายเลน
สอบถามรายละเอียดได้ที่ อบต.คลองโคน โทร. 0 3473 1329
การเดินทาง ไปตามถนนพระราม 2 ประมาณกิโลเมตรที่ 72 จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท.
เลี้ยวซ้าย (ซอยที่มีป้ายทางเข้าพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเขายี่สาร)
เข้าไปประมาณ 500 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 4 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
การทำน้ำตาลมะพร้าวโดยปราศจากสารฟอกสี
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดาวโด่ง (นางเปรื่อง มรรคทรัพย์) 34
หมู่ 4 ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง โทร 0 3471 4900
การปลูกส้มโอโดยไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
นายสมทรง แสงตะวัน 29/2 หมู่ 3 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที
โทร 0 3476 1985
ผลิตภัณฑ์น้ำพริกต่างๆ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเทิดไทร่วมใจ
(นางทองห่อ สุดสวาท) 47 หมู่ 9 ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา
โทร 0 3473 5106
จุดรับประทานอาหารและศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเทิดไทร่วมใจ (นางทองหยิบ แก้วนิลกุล)
34/1 หมู่ 9 ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา
โฮมสเตย์ บ้านท่าคา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านท่าคา
ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา ดำเนินการโดยกลุ่มชาวหมู่บ้านท่าคา
ผู้สนใจจะได้พักอยู่กับชาวบ้าน ชมการเก็บน้ำตาลมะพร้าว
การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว พายเรือแจวชมสวน พายเรือแจวชมหิงห้อยในยามค่ำ
ปัจจุบันมีหิงห้อยเหลืออยู่ไม่มากแต่ยังพอมีให้เห็น หรือ
เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคา (แนะนำให้ไปพักในวันที่รุ่งขึ้นมีตลาดนัด)
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคาโทร.
0 3476 6208 ผู้ใหญ่บ้านอุไร เทียมสมชาติ โทร. 0 3474
9380 คุณทวีป เจือไท โทร. 0 3476 6170 คุณทรัพย์ ผ่องเพชรโทร.
0 3476 6190
บ้านหัวหาด ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านหัวหาด
ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา กิจกรรมตักบาตรตอนเช้า ชมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสนใจ
ชมการเลี้ยงปลาทับทิม พายเรือเที่ยวชมสวนผลไม้ บ้านดนตรีไทย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณทองหยิบ แก้วนิลกุล
(ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9) โทร. 0 3473 5073
หมู่บ้านเรือนไทย ตั้งอยู่ที่ตำบลปลายโพงพาง
อำเภออัมพวา กิจกรรมตักบาตรตอนเช้า ไหว้พระวัดต่างๆ เที่ยวชมวิถีชีวิตไทยในคลอง
เตาตาล บ้านทรงไทย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
กำนันธวัชร บุญพัดโทร. 0 1554 1065, 0 1403 7907 |