สมุทรสาคร หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า
"มหาชัย" เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนปากน้ำท่าจีน
ห่างจากทะเลเพียง 2 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ
36 กิโลเมตร เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีบันทึก ไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา
เมื่อคราวพระเจ้าเสือเสด็จประพาสทางชลมารค จังหวัดนี้เดิมเรียกว่า
"ท่าจีน" เพราะแต่เดิมเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดอ่าวไทย
มีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำสำเภา เข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมากจึงเรียกติดปากกลายเป็นตำบล
"ท่าจีน" ต่อมาในปี พ.ศ. 2091 ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
โปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง ด้วยมีพระราชประสงค์จะใช้เป็นที่ระดมพลสำหรับสู้รบกับพม่า
บ้านท่าจีนจึงยกฐานะเป็นเมือง "สาครบุรี" เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูที่จะ
มารุกรานทางทะเลตั้งแต่นั้นมาจนถึงสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรด
ให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรีเป็นเมืองสมุทรสาคร
ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงปฏิรูปการปกครองมีการจัดระบบราชการ ส่วนภูมิภาคเป็นมณฑลเทศาภิบาล
และประกาศจัดตั้งสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทยขึ้นที่ตำบลท่าฉลอมเมื่อปี
พ.ศ. 2449 ต่อมา พ.ศ.2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงมีพระบรมราชโองการให้ทางราชการเปลี่ยนคำว่า "เมือง"
เป็น "จังหวัด" ทั่วทุกแห่ง เมืองสมุทรสาครจึงได้เปลี่ยนเป็น
"จังหวัดสมุทรสาคร" มาจนทุกวันนี้ ส่วนคำว่า
"มหาชัย" ที่คนชอบเรียกกันนั้นเป็นชื่อของคลอง
ที่ขุดขึ้นที่ตัดความคดเคี้ยวของคลอง โคกขามอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความ
ซื่อสัตย์ของพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาครมีเนื้อที่ประมาณ
872 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 3 อำเภอ คืออำเภอเมือง
อำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดกับกรุงเทพฯ และจังหวัดนครปฐม
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงคราม และอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดราชบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับกรุงเทพฯ จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ
การเดินทาง
รถยนต์ การเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถไปได้หลายเส้นทาง
ดังนี้
1. จากแยกบางปะแก้ว ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนธนบุรี-ปากท่อ
(ถนนพระรามที่ 2) ผ่านที่ทำการเขตบางขุนเทียน ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย
ถึงสี่แยกมหาชัย ประมาณกิโลเมตรที่ 28 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร
ระยะทาง 29 กิโลเมตร
2. จากศูนย์การค้าดาวคะนองไปตามถนนเอกชัย ผ่านสะพานบางขุนเทียน
วัดสิงห์ แยกบางบอน โรงเรียนศึกษานารี วัดโพธิ์แจ้ ตำบลคอกกระบือ
ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เคหะชุมชนมหาชัยเข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร
ระยะทาง 30 กิโลเมตร
3. จากสี่แยกท่าพระไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษมถึงหนองแขมเลี้ยวซ้าย เข้าซอยเพชรเกษม
81 ถึงแยกถนนเอกชัยเลี้ยวขวาไปตามถนนเอกชัยผ่านโรงเรียนศึกษานารี
ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทาง
30 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม
เลยบางแคแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวงแหวนรอบนอก จะไปตัดกับถนนเอกชัย
วกรถกลับเข้าถนนเอกชัย หรือตรงไปเข้าถนนธนบุรี-ปากท่อก็ได้
หรือจากถนนเพชรเกษมผ่านอ้อมน้อย แยกเข้าถนนเศรษฐกิจ 1
บริเวณกิโลเมตรที่ 25 ผ่านอำเภอกระทุ่มแบนได้อีกเส้นทางหนึ่ง
4. จากสะพานพระปิ่นเกล้า ไปตามถนนบรมราชชนนี ตัดเข้าถนนเพชรเกษมได้
3 ทาง คือถนนพุทธมณฑลสาย 2 สาย 4 และสาย 5 จากนั้นเลือกเข้าตัวเมืองสมุทรสาครได้
2 ทาง คือ จากสาย 2 ออกถนนเอกชัย เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนศึกษานารี
ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร หรือใช้สาย 4 สาย 5 เข้าถนนเศรษฐกิจ
1 ที่แยกอ้อมน้อย ผ่านอำเภอกระทุ่มแบนระยะทางประมาณ 50
กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถนนวงแหวนรอบนอก ซึ่งตัดผ่านถนนเอกชัยและถนนธนบุรี-ปากท่อได้อีกด้วย
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด
มีบริการเดินรถโดยสารประจำทาง ไปจังหวัดสมุทรสาครทุกวันตั้งแต่เวลา
04.30-21.30 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งสายใต้
ถนนบรมราชชนนี โทร. 0 2434-5557-8 (รถธรรมดา) โทร.0 2435-1199-200
(รถปรับอากาศ)
รถไฟ การรถไฟมีบริการรถไฟออกจากสถานีวงเวียนใหญ่ทุกวัน
ๆ ละหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา 05.30-20.10 น. ไปสุดปลายทางสถานีรถไฟมหาชัย
หรือข้ามเรือไปฝั่งสถานีรถไฟบ้านหัวแหลม ก็จะถึงตัวจังหวัดสมุทรสาคร
สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร.0 2465-2017
และสถานีรถไฟมหาชัย โทร.0 3441 1003
แหล่งท่องเที่ยว
วัดใหญ่จอมปราสาท ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าจีน
ห่างจากตัวจังหวัด 4 กิโลเมตร สามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข
35 (ถนนธนบุรี-ปากท่อ) บริเวณกิโลเมตรที่ 31 เชิงสะพานท่าจีน
เป็นวัดเก่าแก่มีอายุประมาณ 400 ปี สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา
สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้รับพระราชทานนามว่า
"วัดใหญ่สาครบุรี" รวมทั้งได้พระราชทานพระไตรปิฎก
และยกฐานะเป็นพระอารามหลวง ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ
คือ พระวิหารเก่าแก่ก่ออิฐถือปูนฐานแอ่นโค้งคล้ายท้องเรือสำเภา
ที่ซุ้มประตูและหน้าต่างมีการประดับลวดลายปูนปั้น นอกจากนี้ยังมีงานแกะสลักไม้ที่บาน
ประตูและหน้าต่างของพระอุโบสถ เป็นลายพันธุ์พฤกษา ต้นไม้
ภูเขา รูปสัตว์ และบุคคล เป็นศิลปะแบบจีน ซึ่งเป็นลวดลายแกะสลักลึกเข้าไปในเนื้อไม้ที่งดงามมาก
กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อวันที่
27 กันยายน 2479
วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร
ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง เดินทางโดยทางหลวงหมายเลข
35 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 เข้าถนนสุทธิวาตวิถีประมาณ
3 กิโลเมตร วัดช่องลมเป็นพระอารามหลวงได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม
และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ด้านหน้าวัดมีพระบรมรูปของพระบาท
สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประดิษฐานอยู่ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินท่าฉลอม
และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้บริเวณวัดยังมีพระโพธิสัตว์กวนอิม
ที่ชาวสมุทรสาครสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวโรกาสที่ฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี
วัดโคกขาม ตั้งอยู่ริมคลองโคกขาม เดินทางตามทางหลวงหมายเลข
35 เลี้ยวซ้ายเข้าทางวัดพันท้ายนรสิงห์ประมาณ 3 กิโลเมตร
เป็นวัดเก่าแก่ สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ คือ พระอุโบสถหลังเก่ามีใบเสมารอบ
ๆ ด้านหน้ามีพระเจดีย์ที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม เป็นสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา
ลวดลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันนั้นงดงาม นอกจากนั้นยังมีศาลพันท้ายนรสิงห์ซึ่งเป็นศาลเพียงตาเดิม
และเป็นที่เก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวพัน กับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์
เช่น ชิ้นส่วนของเรือพระที่นั่งเอกชัย และบุษบก เป็นต้น
ศาลพันท้ายนรสิงห์ ตั้งอยู่ตำบลโคกขาม
เดินทางจากถนนเอกชัย เข้าทางหลวงหมายเลข 3423 (วัดสหกรณ์
- ศาลพันท้ายนรสิงห์) ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ศาลนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่พันท้ายนรสิงห์
ในคราวที่คัดท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัย จนหัวเรือชนกิ่งไม้ใหญ่ริมคลองโคกขาม
ทำให้โขนเรือหักตกลงในน้ำ พันท้ายนรสิงห์กราบบังคมทูลพระเจ้าเสือ
ให้ประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาล พระเจ้าเสือทรงจำฝืนพระทัยตามพระราชกำหนด
ที่วางไว้จึงมีรับสั่งให้ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ แล้วให้ทำศาลขึ้นสูงเพียงตา
และนำศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับ หัวเรือพระที่นั่งเอกชัยที่หักขึ้นพลีกรรมไว้บนศาล
เพื่อเป็นอนุสรณ์แสดงถึงความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ต่อมากรมศิลปากรได้จัด
สร้างศาลขึ้นใหม่แทนหลังเก่าที่พังลงมา ภายในศาลมีรูปปั้นของ
พันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าคนจริงอยู่ในท่าถือท้ายคัดเรือ
เป็นที่นับถือของชาวบ้านเป็นอย่างมาก
คลองโคกขาม เป็นคลองที่มีความคดเคี้ยวมาก
ลักษณะเป็นโค้งข้อศอก กระแสน้ำเชี่ยวมากยากต่อการเดินเรือ
ทำให้ครั้งที่พระเจ้าเสือ หรือสมเด็จพระสรรเพชรที่ 8 (พ.ศ.
2246-2252) เสด็จประพาสต้นไปตามลำคลอง โคกขามด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย
ได้เกิดอุบัติเหตุเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้หัก ทำให้พันท้ายนรสิงห์
ถูกประหารชีวิต บริเวณที่ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ พระเจ้าเสือทรงโปรดให้ขุดคลองลัดตัด
ทางคดเคี้ยวของคลองโคกขามให้ตรง โดยให้เจ้าพระยาราชสงครามเป็นแม่กองคุมไพร่พลจำนวน
3,000 คน ขุดคลองตัดจากคลองโคกขามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2248
ตรงมาเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ขนาดคลองกว้าง 5 วา ลึก 6
ศอก เสร็จในปี พ.ศ.2252 ในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ
เมื่อขุดเสร็จจึงได้พระราชทานนามว่า "คลองสนามไชย
" ต่อมาเปลี่ยนเป็น " คลองมหาชัย" แต่บางทีชาวบ้านก็เรียกว่า
"คลองถ่าน"และที่ปากคลองมหาชัยติดกับคลอง โคกขามจะมีศาลพันท้ายนรสิงห์อีกศาลหนึ่ง
ป้อมวิเชียรโชฎก ตั้งอยู่ตำบลมหาชัย
ห่างจากศาลากลางจังหวัด 200 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2371
สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่ เนื่องจากในสมัยนั้นได้เกิดกรณีพิพาทกับญวณ
เรื่องเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์ รัชกาลที่ 3 ทรงเกรงว่าญวณจะยกกำลังมารุกรานไทย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ทองจีน)
เป็นแม่กองสร้างป้อมเพื่อรักษาปากน้ำท่าจีนที่เมืองสมุทรสาคร
และพระราชทานนามว่า "ป้อมวิเชียรโชฎก" ลักษณะของป้อมก่อด้วยอิฐถือปูน
ไม่มีป้อมยามมีแต่หอรบ ตามช่องของกำแพงมีปืนใหญ่ไว้ สำหรับป้องกันข้าศึกที่มาทางปากน้ำ
ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับป้อมวิเชียรโชฎก
เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประชาชนเคารพนับถือ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประมงในจังหวัด
โดยก่อนออกเรือเพื่อไปหาปลาทุกครั้ง ชาวประมงจะต้องไปทำพิธีสักการบูชา
และจุดประทัดบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อเป็นสิริมงคล
ตลาดมหาชัย (ท่าเรือเทศบาล) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน
ใกล้กับป้อมวิเชียรโชฎกและศาลหลักเมือง ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ
200 เมตร นับเป็นศูนย์กลางการค้าการคมนาคมของสมุทรสาคร
ตลาดมหาชัยมีท่าเรือที่มีเรือเมล์ไปสู่ตำบลต่าง ๆ หลายแห่ง
แล้วยังสามารถเช่าเรือหางยาวไปเที่ยวคลองโคก ขามได้ มีทั้งเช่าเหมาลำและเรือประจำทาง
สะพานปลา เป็นสะพานปลาที่ใหญ่ และทันสมัยแห่งหนึ่งรองจากกรุงเทพฯ
อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรสาคร มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ที่ทันสมัยที่ใช้ในการลำเลียงขนถ่าย ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลทุกอย่างเป็นจำนวนมาก
เป็นศูนย์กลางการค้าส่งปลาทะเล
วัดป่าชัยรังสี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน
ตำบลบ้านเกาะ จากมหาชัยเดินทางไปตามถนนเศรษฐกิจ (ทางหลวงหมายเลข
3091) ประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายบริเวณหลักกิโลเมตรที่
16 (ตรงข้ามสถานีไฟฟ้าย่อย) เข้าไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร
แล้วเลี้ยวขวาประมาณ 200 เมตร วัดป่าชัยรังสีสร้างขึ้นเมื่อปี
พ.ศ. 2525 สิ่งที่น่าสนใจคือ รูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายกับปราสาทหินทางภาคอีสาน
วัดบางปลา ตั้งอยู่ตำบลบ้านเกาะ ริมแม่น้ำท่าจีนเดินทางจากมหาชัย
ไปตามถนนสายเศรษฐกิจประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางเดียวกับวัดป่าชัยรังสีประมาณ
4 กิโลเมตร วัดบางปลาเป็นวัดที่สำคัญของคนมอญ ในจังหวัดสมุทรสาคร
ตามธรรมเนียมมอญจะต้องมีวัด ๆ หนึ่งที่เป็นหลักของชุมชน
เมื่อมีเทศกาลสำคัญ เช่น วันปวารณาออกพรรษา พระสงฆ์จากวัดอื่น
ๆ ในเมืองจะต้องมาร่วมกันทำพิธี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมายังวัดบางปลา เมื่อครั้งหลวงปู่เฒ่าเก้ายอดเป็นเจ้าอาวาส
นอกจากนี้กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ยัง ทรงสร้างซุ้มศาลายาว
เชิงชายแกะสลักอย่างงดงามไว้ตรงทางเดินของวัดไว้อีกด้วย
พื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย
ตั้งอยู่ตำบลบางหญ้าแพรก บริเวณปากแม่น้ำท่าจีนฝั่งขวา
เดินทางไปตามถนนสุทธิวาตวิถี ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าไป
6 กิโลเมตร พื้นที่ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวมหาชัย อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่าวมหาชัยฝั่งตะวันตก
มีพื้นที่ 3,872 ไร่ เหมาะสำหรับเป็นแหล่งศึกษา ค้นคว้า
และวิจัยด้านธรรมชาติวิทยาของระบบนิเวศป่าชายเลน และปากแม่น้ำท่าจีน
และบริเวณที่ทำการศูนย์มีที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม สำหรับผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรม
ปลูกป่าชายเลนได้ด้วย
นากุ้งนาเกลือ จังหวัดสมุทรสาครมีชายฝั่งที่เหมาะกับ
การทำนาเกลือนากุ้งหลายแห่งโดยเฉพาะที่ตำบลกาหลง ตำบลนาโคก
ตำบลบ้านบ่อ ตำบลบางโทรัด ตำบลโคกขาม ตำบลพันท้ายนรสิงห์
และบริเวณสองข้างทางสายธนบุรี-ปากท่อต่อเขตจังหวัดสมุทรสงคราม
มีนาเกลือและเกลือวางขายเรียงราย มีนกหลายชนิดบินผ่านไปมา
มีกังหันวิดน้ำเข้านาเกลือหมุนแล่นลม เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม
วัดนางสาว ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าไม้ เดินทางตามทางหลวงหมายเลข
35 (ธนบุรี-ปากท่อ) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3091 ประมาณ
5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าซอยวัดนางสาว 2 ประมาณ 1 กิโลเมตร
ประวัติความเป็นมาของวัดมีเรื่องเล่ากันว่า เมืองสาครบุรี
คือ เมืองชายทะเลตอนใต้ของกรุงศรีอยุธยา เมื่อเกิดสงครามในพม่าชาวไทย
กลุ่มหนึ่งได้อพยพหนีมาตามริมแม่น้ำท่าจีน คนชราและผู้หญิงได้พากันไปหลบซ่อนในโบสถ์เก่า
ต่อมาคนไทยได้ช่วยกันต่อสู้กับทหารพม่าจนได้รับชัยชนะ
และผู้ที่อพยพมาได้ตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนั้น ในกลุ่มนี้มีสองพี่น้องที่เคยอาศัยโบสถ์หลบหนีภัย
ทั้งสองมีความคิดที่จะบูรณะโบสถ์ใหม่ แต่พี่สาวเห็นว่าโบสถ์ทรุดโทรมมากจึงไปสร้างวัดใหม่แทน
น้องสาวต้องการทำตามสัจจาธิษฐานของ ตนว่าถ้ารอดตายจะบูรณะซ่อมแซมโบสถ์
จึงดำเนินการบูรณะจนเสร็จและตั้งชื่อว่า "วัดพรหมจารีย์"
ต่อมาชาวบ้านเรียกว่า"วัดน้องสาว" จนปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น
"วัดนางสาว" โบราณสถานที่สำคัญของวัดนี้ คือโบสถ์ที่มีฐานโค้งเป็นรูปเรือสำเภาก่ออิฐ
มี ประตูเข้าออกเพียงประตูเดียวชาวบ้านเรียกว่า "โบสถ์มหาอุด"
หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบเก่า ขื่อข้างบนใช้ไม้ซุงทั้งต้น
มีเสมาคู่เป็นหินทรายขนาดเล็กอยู่รอบ ๆ โบสถ์ นอกจากนี้บริเวณหน้าวัดซึ่งติดกับแม่น้ำท่าจีน
ยังมีอุทยานมัจฉาประกอบด้วยฝูงปลาสวายจำนวนมากอาศัยอยู่
นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารแก่ฝูงปลาและเที่ยวชมอยู่เสมอ
ปล่องเหลี่ยม ตั้งอยู่ตำบลท่าไม้ ริมแม่น้ำท่าจีน
เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3091 (ถนนเศรษฐกิจ 1 แยกอ้อมน้อย-สมุทรสาคร
) ไปจังหวัดนครปฐมผ่านคลอง ภาษีเจริญระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตรปล่องเหลี่ยมเป็นปล่องเตาไฟโรงงานผลิตน้ำตาลทรายของชาวโปรตุเกส
ชื่อกัปตันฮิท สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2367 ลักษณะของปล่องเป็นปล่องก่ออิฐถือ
ปูนบนฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 4 เมตร สูง 4 เมตร ต่อจากฐานขึ้นไปเป็นปล่องทรงแปดเหลี่ยม
แต่ละเหลี่ยมกว้างประมาณ 1 เมตร แล้วค่อย ๆ เรียวขึ้นไปจนถึงปลายสูงประมาณ
30 เมตร
กิจกรรมนันทนาการ
ล่องเรือ สมุทรสาครมีกิจกรรมทางน้ำที่น่าสน
ใจสำหรับนักท่องเที่ยว คือ การล่องเรือจากศาลพันท้ายนรสิงห์
บริเวณคลองโคกขาม นั่งชมทิวทัศน์ป่าชายเลน ผ่านคลองพิทยาลงกรณ์
ถึงบ้านปากคลองประมง ชมวิถีชีวิตชาวประมงชมการเลี้ยงหอยแมลงภู่
นักท่องเที่ยวที่สนใจจะเช่าเรือสามารถเช่าเรือได้ราคา
500-600 บาท ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง ติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณนรินทร์
บุญร่วม โทร. 0 3441 2490, 0 1948 8001
ชมสวนผลไม้ - ดอกไม้ ในเขตอำเภอกระทุ่มแบน
และอำเภอบ้านแพ้วชาวบ้านทำสวนทั้งผลไม้ สวนผัก สวนกล้วยไม้
สวนมะพร้าว ในเขตอำเภอกระทุ่มแบนมีชื่อเสียง ในการทำสวนมะพร้าวน้ำหอม
ส้มโอ และสวนกล้วยไม้ ตามเส้นทางถนนเศรษฐกิจ (3091) ส่วนในเขตอำเภอบ้านแพ้ว
มีสวนองุ่น สวนฝรั่ง ตามทางหลวงหมายเลข 3097 นอกจากจะชมสวนแล้ว
ยังมีโอกาสชมการทำน้ำตาลจากมะพร้าว การทำขนมไทย เช่น ทองหยิบ
ฝอยทอง เม็ดขนุนอีกด้วย |