๔๑๗ ปี แห่งการเป็นราชธานีเก่าแก่ ของสยามประเทศ
ประกอบด้วย ๕ ราชวงศ์คือ ราชวงศ์อู่ทอง ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
ราชวงศ์สุโขทัย ราชวงศ์ปราสาททอง และราชวงศ์บ้านพลูหลวง
มีกษัตริย์ปกครองทั้งสิ้น ๓๓ พระองค์ โดยมีปฐมกษัตริย์ คือ
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) พระนครศรีอยุธยา
จึงนับเป็นราชธานีที่มีอายุยาวนานที่สุด ในประวัติศาสตร์
ของชาติไทย
ภูมิประเทศของ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน
๓ สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านทางด้านทิศตะวันตกและทิศใต้
แม่น้ำป่าสักไหลผ่านทางทิศตะวันออก และแม่น้ำลพบุรี (ปัจจุบันเป็นคลองเมือง)
ไหลผ่านทางด้านทิศเหนือ แม่น้ำสามสายนี้ ไหลมาบรรจบกันโอบล้อมรอบพื้นที่
ของตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา ตัวเมืองจึงมีลักษณะเป็นเกาะ
เราจะเห็นบ้านเรือนปลูกเรียงรายหนาแน่น ตามสองข้างฝั่งแม่น้ำ
แสดงถึงวิถีชีวิต ของผู้คนที่ผูกพันธ์ อยู่กับสายน้ำมายาวนาน
จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๖ กิโลเมตร
มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ ๒,๕๕๖ ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น
๑๖ อำเภอ ได้แก่ อ.พระนครศรีอยุธยา อ.นครหลวง อ.ภาชี อ.บ้านแพรก
อ.บางซ้าย อ.บางไทร อ.ลาดบัวหลวง อ.บางบาล อ.มหาราช อ.บางปะหัน
อ.เสนา อ.อุทัย อ.บางปะอิน อ.ผักไห่ อ.ท่าเรือ และ อ.วังน้อย
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จ.ลพบุรี อ่างทอง และสระบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับ .จปทุมธานี และนนทบุรี
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จ.สระบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จ.สุพรรณบุรี
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป
จ.พระนครศรีอยุธยา ได้หลายเส้นทางดังนี้
๑.ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ (ถ.พหลโยธิน) ผ่านประตูน้ำพระอินทร์
แล้วแยกเข้าทางหลวง หมายเลข ๓๒ เลี้ยวซ้าย ไปตามทางหลวง
หมายเลข ๓๐๙ เข้าสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา
๒.ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ (ถ.แจ้งวัฒนะ) หรือทางหลวงหมายเลข
๓๐๒ (ถ.งามวงศ์วาน) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง หมายเลข ๓๐๖(ถ.ติวานนท์)
แล้วข้ามสะพานนนทบุรี หรือสะพานนวลฉวี ไปยัง จ.ปทุมธานีต่อด้วยเส้นทาง
ปทุมธานี-สามโคก-เสนา (ทางหลวงหมายเลข ๓๑๑๑) เลี้ยวแยกขวาที่
อ.เสนา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๓ เข้าสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา
๓.ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นนทบุรี-ปทุมธานี ทางหลวงหมายเลข
๓๐๖ ถึงทางแยกสะพานปทุมธานี เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวง หมายเลข
๓๔๗ แล้วไปแยกเข้าทางหลวง หมายเลข ๓๓๐๙ ผ่านศูนย์ศิลปาชีพบางไทร
อ.บางปะอิน เข้าสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด
มีบริการรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศ ไป จ.พระนครศรีอยุธยา
ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ถ.กำแพงเพชร
๒ รถโดยสารปรับอากาศชั้น ๑ กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา และรถโดยสารปรับอากาศชั้น
๒ กรุงเทพฯ-ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร-พระนครศรีอยุธยา ติดต่อสอบถามรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๕๓๗-๘๐๕๕, ๙๓๖-๒๘๕๒-๖๖
รถไฟ การเดินทางไป จ.พระนครศรีอยุธยา
สามารถใช้บริการขบวนรถไฟโดยสาร ที่มีปลายทางสู่ภาคเหนือ
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีบริการทุกวัน โดยรถไฟจะผ่าน
จ.พระนครศรีอยุธยา ในเขต อ.บางปะอิน อ.พระนครศรีอยุธยา
และ อ.ภาชี ทางรถไฟจะแยกไปภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ที่สถานีชุมทางบ้านภาชี นอกจากนี้การรถไฟฯ ยังจัดขบวนรถจักรไอน้ำเดินทางระหว่าง
กรุงเทพฯ-พระนครศรีอยุธยา ในโอกาสพิเศษ ปีละ ๓ ขบวน คือ
วันที่ ๒๖ มีนาคม (วันสถาปนาการรถไฟฯ และเป็นวันที่ระลึกถึงการเปิดทาง
รถไฟสายแรกวิ่ง ระหว่าง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในปี พ.ศ.๒๔๓๓)
วันที่ ๒๓ ตุลาคม (วันปิยมหาราช เพื่อรำลึกถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้ทรงให้กำเนิดกิจการรถไฟไทย) และวันที่ ๕ ธันวาคม (วันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน)
ติดต่อสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยโทร.
๒๒๓-๗๐๑๐, ๒๒๓-๗๐๒๐, ๑๖๙๐
ทางเรือ ปัจจุบันการเดินทางไป จ.พระนครศรีอยุธยา
โดยทางน้ำเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศมาก เพราะนอกจากจะได้ชมทัศนียภาพ
และชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนริมสองฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว
ยังเป็นการย้อน ให้เห็นถึงประวัติศาสตร์สมัย ที่กรุงศรีอยุธยา
เป็นราชธานีและมีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ โดยทางเรือบนสายน้ำเจ้าพระยาแห่งนี้
ระยะทางจากอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยาไปยังอำเภอต่างๆ
อ.บางบาล ๑๐ กิโลเมตร
อ.บางปะหัน ๑๓ กิโลเมตร
อ.อุทัย ๑๕ กิโลเมตร
อ.บางปะอิน ๑๗ กิโลเมตร
อ.นครหลวง ๒๐ กิโลเมตร
อ.วังน้อย ๒๐ กิโลเมตร
อ.เสนา ๒๐ กิโลเมตร
อ.มหาราช ๒๕ กิโลเมตร
อ.ผักไห่ ๒๙ กิโลเมตร
อ.บางซ้าย ๓๔ กิโลเมตร
อ.ภาชี ๒๕ กิโลเมตร
อ.บางไทร ๔๕ กิโลเมตร
อ.บ้านแพรก ๕๓ กิโลเมตร
อ.ท่าเรือ ๖๐ กิโลเมตร
อ.ลาดบัวหลวง ๖๕ กิโลเมตร
ระยะทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปยังจังหวัดใกล้เคียง
พระนครศรีอยุธยา-อ่างทอง ๓๑ กิโลเมตร
พระนครศรีอยุธยา-สุพรรณบุรี ๕๓ กิโลเมตร
พระนครศรีอยุธยา-สระบุรี ๖๓ กิโลเมตร
พระนครศรีอยุธยา-สิงห์บุรี ๗๑ กิโลเมตร
ตลอดระยะเวลา ๔๑๗ ปี ที่กรุงศรีอยุธยา เป็นราชธานี แห่งราชอาณาจักรไทย
มิได้เป็นเพียงช่วงแห่งความเจริญสูงสุด ของชนชาติไทยเท่านั้น
แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์ อารยธรรมของหมู่มวลมนุษยชาติ
ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ แก่นานาอารยประเทศอีกด้วย แม้ว่ากรุงศรีอยุธยาจะถูกทำลายเสียหายจากสงคราม
กับประเทศเพื่อนบ้าน หรือจากน้ำมือ การบุกรุกขุดค้นของพวกเรากันเอง
แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนี้ ยังมีร่องรอย หลักฐาน
ซึ่งแสดงอัจฉริยภาพ และความสามารถอันยิ่งใหญ่ ของบรรพบุรุษแห่งราชอาณาจักรผู้อุทิศตน
สร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรือง ทางศิลปวัฒนธรรม และความมั่งคั่ง
ไว้ให้แก่ผืนแผ่นดินไทย หรือแม้แต่ชาวโลกทั้งมวล จึงเป็นที่น่ายินดีว่าองค์การ
ยูเนสโก้ โดยคณะกรรมการมรดกโลก ได้มีมติรับนครประวัติศาสตร์
พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดตั้ง เป็นอุทยานประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๑๙
ไว้ในบัญชีมรดกโลก เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๔ ณ กรุงคาร์เทจ
ประเทศตูนีเซีย พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร
โดยจะมีผลให้ได้รับความคุ้มครอง ตามอนุสัญญาที่ประเทศต่างๆ
ได้ทำร่วมกัน จึงสมควรที่อนุชนรุ่นหลัง จะได้ไปศึกษาเยี่ยมชมเมืองหลวงเก่าของเราแห่งนี้
สถานที่ท่องเที่ยวของ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นโบราณสถาน
ได้แก่ วัด และพระราชวังต่างๆ พระราชวังใน จ.พระนครศรีอยุธยามีอยู่
๓ แห่ง คือ พระราชวังหลวง วังจันทรเกษมหรือวังหน้า และวังหลัง
นอกจากนี้ยังมีวัง และตำหนักนอก อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่สำหรับเสด็จประพาส
ได้แก่ พระราชวังบางปะอิน ในเขต อ.บางปะอิน และตำหนักนครหลวง
ในเขต อ.นครหลวง
แหล่งท่องเที่ยว
|