วัดพนัญเชิงวรวิหาร ตั้งอยู่ในท้องที่ ตำบลคลองสวนพลู ริมแม่น้ำป่าสัก ทางทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามของเกาะเมือง ห่างจากตัวเมืองราว ๕ กิโลเมตร หรือเมื่อออกจากวัดใหญ่ชัยมงคล ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปตามถนนประมาณ ๑ กิโลเมตร ก็จะเห็นวัดพนัญเชิงอยู่ทางขวามือ วัดพนัญเชิงเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร แบบมหานิกาย เป็นวัดที่มีมาก่อนการสร้าง กรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้าสายน้ำผึ้ง ซึ่งครองเมืองอโยธยา เป็นผู้สร้างขึ้นตรงที่พระราชทานเพลิงศพ พระนางสร้อยดอกหมาก และพระราชทานนามวัดว่า วัดพระเจ้าพระนางเชิง (หรือวัดพระนางเชิง) พระวิหารเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ตามพงศาวดารกล่าวว่า สร้างเมื่อพ.ศ.๑๘๖๗ ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ๒๖ ปีเดิมชื่อ พระพุทธเจ้าพนัญเชิง (พระเจ้าพะแนงเชิง) แต่ในรัชกาลที่ ๔ เมื่อมีการบูรณะปฏิสังขรณ์ พระพุทธรูปองค์นี้ได้พระราชทานนามใหม่ว่า พระพุทธไตรรัตนนายก (ชาวบ้านนิยมเรียกหลวงพ่อโต ชาวจีนนิยมเรียกว่าซำปอกง ผู้คุ้มครองการเดินทางทางทะเล) เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะ แบบอู่ทองปางมารวิชัยลงรักปิดทอง มีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๔ เมตรและสูง ๑๙.๑๓ เมตร ฝีมือปั้นงดงามมาก เบื้องหน้ามีตาลปัตร หรือพัดยศและพระอัครสาวก ที่ทำด้วยปูนปั้นลงรักปิดทอง ประดิษฐานอยู่เบื้องซ้ายและขวา อาจนับได้ว่าเป็นพระพุทธรูป นั่งสมัยอยุธยาตอนต้นที่มีขนาดใหญ่มาก ที่สุดที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน เป็นที่เคารพสักการะ ของชาวจังหวัดอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง เข้าใจว่าเมื่อสร้างพระองค์ใหม่ เสร็จแล้วจึงสร้างพระวิหารหลวง ขึ้นคลุมอีกทีหนึ่ง ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อคราวพระนครศรีอยุธยา จะเสียกรุงแก่ข้าศึกนั้น พระพุทธรูปองค์นี้มีน้ำพระเนตรไหลออกมา ทั้งสองข้าง ส่วนในพระวิหาร เสาพระวิหาร เขียนสีเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ก้านแย่งสีแดงที่หัวเสามีปูนปั้นเป็นบัวกลุ่ม ที่มีกลีบซ้อนกันหลายชั้น ผนังทั้งสี่ด้านเจาะเป็นซุ้มเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็ก โดยรอบจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์เท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์ ตามความเชื่อทางพุทธศาสนา ส่วนประตูทางเข้าด้านหน้า ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก เป็นบานประตูไม้ แกะสลักลอยตัวเป็นลายก้านขดยกดอกนูนออกมา เป็นลักษณะของศิลปะอยุธยา ที่งดงามมากแห่งหนึ่ง พระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูป ๕ องค์ ศิลปะสุโขทัย วิหารเซียน อยู่ด้านหน้าของพระวิหารหลวง เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งแต่เดิมมีภาพจิตรกรรมเขียน ไว้บนผนังทั้งสี่ด้าน แต่ถูกโบกปูนทับไปแล้ว เมื่อคราวบูรณะปฏิสังขรณ์ ข้างในพระวิหารหลังนี้ ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น ศิลปะแบบอยุธยา ศาลาการเปรียญ หลังเก่าย้ายจากริมแม่น้ำมา อยู่ด้านหลังของวัด เป็นศาลาทรงไทยสร้างด้วยไม้ หน้าบันประดับช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ บริเวณคอสอง (ขื่อ) ด้านในศาลามีภาพเขียนสีบนผ้า เป็นภาพพุทธประวัติอยู่โดยรอบ มีตัวอักษรเขียนไว้ว่า ภาพเขียนสีนี้เขียนขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๗๒ ภายในศาลามีธรรมาสน์อยู่ ๑ หลังสลักลวดลายสวยงาม เป็นศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ ภายในวัดพนัญเชิง ยังจะพบ ตึกเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก ก่อสร้างเป็นตึกแบบจีน เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ในเครื่องแต่งกายแบบจีน ชาวจีนเรียกว่า จูแซเนี๊ย เป็นที่เคารพนับถือของชาวจีน ทั่วไป สำหรับชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชมคนละ ๒๐ บาท