ป่าดงดอย การท่องเที่ยว (ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 12/00673)

ขณะนี้มีผู้เข้าชมอยู่ 116 ท่าน
หน้าหลัก
ทัวร์ในประเทศ
ภาคเหนือ
ภาคอีสาน
ภาคกลาง
ภาคใต้
ภาคตะวันออก
เพื่อนบ้าน

   
.... รับทำกรุ๊ปเหมา ๘ ท่านขึ้นไป, ทัวร์หมู่คณะ, ทัวร์โรงงาน ฯลฯ ....
ข้อมูลท่องเที่ยว ๗๖ จังหวัด
สถานที่น่าพักทั่วไทย
สถานที่พัก เด่นๆ
สินค้าพื้นเมือง
วัฒนธรรมประเพณี
ปฏิทินการท่องเที่ยว
โลกใต้ทะเล
อุทยานแห่งชาติ
วนอุทยานแห่งชาติ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
เบอร์โทรศัพท์สำคัญๆ
บทความ จากไกด์
เกี่ยวกับ ป่าดงดอย
รายละเอียด โปรดคลิ๊ก
๒ มิ.ย. ๕๑
 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
 
ข้อมูลทั่วไป    สินค้าพื้นเมือง    วัฒนธรรมประเพณี
 
 
พระนครศรีอยุธยาพระนครศรีอยุธยา

 

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วังจันทรเกษมหรือวังหน้า ตั้งอยู่ถนนอู่ทอง ริมแม่น้ำป่าสักมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของเกาะเมืองใกล้ตลาดหัวรอ วังจันทรเกษม ปรากฎหลักฐานพงศาวดารว่าสร้างใน สมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ประมาณพ.ศ.๒๑๒๐ โดยมีพระราชประสงค์ เพื่อให้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเคยใช้เป็นที่ประทับของ สมเด็จพระยุพราช และพระมหากษัตริย์หลายพระองค์เช่น สมเด็จพระเอกาทศรถ เจ้าฟ้าสุทัศน์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ฯลฯ เมื่อคราวเสียกรุงในปี พ.ศ.๒๓๑๐ วังนี้ได้ถูกข้าศึกเผาทำลายเสียหายมาก และถูกทิ้งร้าง จนถึงสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมพระที่นั่งพิมานรัตยา และพลับพลาจตุรมุขไว้เป็น ที่ประทับเมื่อเสด็จประพาส พระนครศรีอยุธยา และโปรดพระราชทานนามว่า พระราชวังจันทรเกษม เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๔๓๖ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานพระที่นั่งพิมานรัตยา เป็นที่ทำการของมณฑลกรุงเก่า เมื่อพ.ศ. ๒๔๔๒ และจนกระทั่งเมื่อพระยาโบราณราชธานินทร์ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า จึงได้จัดสร้างอาคารที่ทำการภาค บริเวณกำแพง ทางด้านทิศตะวันตกต่อกับทิศใต้ แล้วย้ายที่ว่าการมณฑล จากพระที่นั่งพิมานรัตยา มาตั้งที่อาคารที่ทำการภาคในขณะนั้น กรมศิลปากรจึงได้เข้ามาดูแล และจัดทำเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษมจนกระทั่งปัจจุบัน
โบราณสถานโบราณวัตถุที่น่าสนใจในพระราชวังจันทรเกษม มีดังนี้
กำแพงและประตูวัง ปัจจุบันก่อเป็นกำแพงอิฐมีใบเสมา มีประตูด้านละ ๑ ประตู รวม ๔ ด้านเป็นสิ่งที่สร้างใหม่ ในรัชกาลที่ ๔ กำแพงของเดิมมีอาณาเขต กว้างขวางกว่าที่เห็นในปัจจุบัน เพราะขุดพบรากฐาน ของพระที่นั่งนอกกำแพงวัด ด้านใน และพบซากอิฐในบริเวณเรือนจำหลายแห่ง แต่เดิมนั้นคำให้การชาวกรุงเก่ากล่าวว่า วังจันทรเกษมมีกำแพง ๒ ชั้น เช่นเดียวกับวังหลวง
พลับพลาจตุรมุข ตั้งอยู่ใกล้ประตูวังด้านทิศตะวันออก เป็นพลับพลาเครื่องไม้ มีมุขด้านหน้า ๓ มุข ด้านหลัง ๓ มุข เดิมใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับออก งานว่าราชการและเป็นที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ เวลาเสด็จประพาส ต่อมาในปีพ.ศ. ๒๔๔๗ พระองค์ทรงโปรดให้ใช้พลับพลาจตุรมุข เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุ เรียกว่าอยุธยาพิพิธภัณฑสถาน ในสมัยรัชกาลที่ ๗ พระยาโบราณราชธานินทร์ ได้ทำการซ่อมแซมครั้งใหญ่ และเปลี่ยนหน้าบันจากรูปปูนปั้นมาเป็นไม้แกะสลัก ปัจจุบันจัดแสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ ที่มีอยู่เดิมภายในพระราชวังนี้เช่น พระแท่นบรรทม พระราชอาสน์ พร้อมเศวตฉัตร พระบรมฉายาลักษณ์ และเครื่องราชูปโภคของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระที่นั่งพิมานรัตยา เป็นตึกหมู่อยู่กลางพระราชวัง ประกอบด้วยอาคาร ๔ หลังคือ อาคารปรัศว์ซ้าย อาคารปรัศว์ขวา พระที่นั่งพิมานรัตยาและศาลาเชิญเครื่อง เคยเป็นที่ตั้งศาลากลางมณฑล และจังหวัดมาหลายปี ปัจจุบันจัดแสดงประติมากรรมที่สลักจากศิลา เป็นเทวรูปและพระพุทธรูปนาคปรก ศิลปสมัยลพบุรี พระพุทธรูปสำริดสมัยอยุธยา พระพิมพ์สมัยต่างๆ และเครื่องไม้แกะสลักฝีมือช่าง สมัยอยุธยาตอนปลาย และรัตนโกสินทร์
พระที่นั่งพิสัยศัลลักษณ์ หรือ หอส่องกล้อง เป็นหอสูงสี่ชั้น สร้างครั้งแรกในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่หักพังลงมาเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ ๒ หอที่เห็นอยู่ในปัจจุบันสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๔ ตามรากฐานอาคารเดิม และทรงใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรดวงดาว
อาคารสโมสรเสือป่า สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งอยู่ริมกำแพงหลังพระที่นั่งพิมานรัตยา
ตึกโรงม้าพระที่นั่ง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น ตั้งอยู่ริมกำแพงด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ตึกที่ทำการภาค สร้างขึ้นในสมัยพระยาโบราณราชธานินทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า มีลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียวสร้างขนาน ไปกับแนวกำแพงด้านทิศตะวันตก ต่อกับทิศใต้ จัดนิทรรศการถาวร ๕ เรื่อง คือ เรื่องศิลปะสถาปัตยกรรมอยุธยา เครื่องปั้นดินเผาสินค้านำเข้า และส่งออกที่สำคัญของอยุธยา อาวุธยุทธภัณฑ์ ศิลปะวัตถุพุทธบูชา และวิถีชีวิตริมน้ำชาวกรุงเก่า
ระเบียงจัดตั้งศิลาจารึก แต่เดิมสร้างเป็นระเบียงหลังคามุงสังกะสี ยาวไปตามแนวกำแพงด้านทิศเหนือ และทิศตะวันออกใช้สำหรับเป็นที่เก็บรักษา บรรดาโบราณวัตถุ และศิลปะวัตถุ ซึงพระยาโบราณราชธานินทร์ได้รวบรวมไว้
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองอยุธยา เมื่อข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปจนถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย อีกครั้งและตรงไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร จะผ่านตลาดเจ้าพรหม จากนั้นจะเห็นพิพิธภัณฑ์อยู่ทางซ้ายมือ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๓๐ บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย ๖๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๘๐ บาท บัตรนี้สามารถเข้าชมวัดและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. ๐ ๓๕๒๕ ๑๕๘๖, ๐ ๓๕๒๕ ๒๗๙๕ โทรสาร ๐ ๓๕๒๕ ๑๕๘๖

 
รูปภาพและข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (๑๔ พ.ค. ๕๑)


 
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
โปรดคลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียด ครับ
 
บริการจัดโปรแกรมท่องเที่ยว ๘ ท่านขึ้นไป ทั่วประเทศไทย ในราคาสมเหตุผล ไม่ต้องรอคอยตามกำหนดเวลา
ต้องการไปยังสถานที่แห่งใด โปรดกรุณาสอบถามได้ทันที ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

 

      ป่าดงดอย การท่องเที่ยว เลขที่ 6 ซอยรามอินทรา127 ถนนรามอินทรา เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
โทรศัพท์ / โทรสาร 0-2918-7736 มือถือ 087-000-2829
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 12/00673
www.pahdongdoy.com  e-mail : webmaster@pahdongdoy.com หรือ pdd2003_1@hotmail.com