วัดราชบูรณะ อยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ตรงข้ามวัดมหาธาตุ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒ (เจ้าสามพระยา) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. ๑๙๖๗ ณ บริเวณที่ถวายพระเพลิงเจ้าอ้ายพระยา กับเจ้ายี่พระยาซึ่งชนช้างกัน จนถึงแก่พิราลัย และโปรดเกล้าฯ ให้ก่อเจดีย์ ๒ องค์บริเวณนั้น วัดนี้และวัดมหาธาตุ เมื่อคราวเสียกรุงถูกไฟไหม้เสียหายมาก ซากที่เหลืออยู่ แสดงว่าวิหารและส่วนต่างๆ ของวัดนี้ใหญ่โตมาก วิหารหลวงมีขนาดยาว ๖๓ เมตร กว้าง ๒๐ เมตร ด้านหน้ามีบันไดขึ้น ๓ ทาง ที่ผนังวิหารเจาะ เป็นบานหน้าต่าง ปัจจุบันยังปรากฏซาก ของเสาพระวิหาร และฐานชุกชีพระประธานเหลืออยู่ พระปรางค์ประธาน เป็นศิลปะอยุธยาสมัยแรก ซึ่งนิยมสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมขอม ที่ให้พระปรางค์เป็นประธานของวัด ช่องคูหาของพระปรางค์ มีพระพุทธรูปยืนปูนปั้น ประดิษฐานช่องละ ๑ องค์ องค์ปรางค์ประดับด้วยปูนปั้นรูปครุฑ ยักษ์ เทวดา นาค พระปรางค์องค์นี้ มีลวดลายสวยงามมาก ภายในกรุปรางค์มีห้องกรุ ๒ ชั้น สามารถลงไปชมได้ ชั้นบนมีภาพจิตรกรรม ฝาผนังเลือนลาง ชั้นล่างซึ่งเคยเป็นที่เก็บเครื่องทอง มีภาพจิตรกรรมเขียนด้วยสีแดงชาดปิดทอง เป็นรูปพระพุทธรูปปางลีลา และปางสมาธิ รวมทั้งรูปเทวดาและรูปดอกไม้ เมื่อพ.ศ.๒๕๐๐ คนร้ายได้ลักลอบขุดโบราณวัตถุที่ฝังไว้ ในกรุปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ โดยขุดเจาะจากพื้นคูหา เรือนธาตุลงไปพบห้องที่ฝังโบราณวัตถุ ๒ ห้อง ต่อมาทางราชการติดตาม จับคนร้าย และยึดโบราณวัตถุได้เพียงบางส่วน โบราณวัตถุในกรุพระปรางค์ วัดราชบูรณะ ทำด้วยทองคำ สำริด หิน ดินเผาและอัญมณี เมื่อกรมศิลปากร ขุดแต่งพระปรางค์วัดราชบูรณะต่อ ได้นำโบราณวัตถุที่มีค่า ไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ซึ่งสร้างโดยเงินบริจาค จากการนำพระพิมพ์ ขนาดเล็กที่ได้จากกรุนี้ มาจำหน่ายเป็นของชำร่วย วัดนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐๑๖.๓๐ น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๓๐ บาท หรือสามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย ๖๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๘๐ บาท บัตรนี้สามารถเข้าชมวัด และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน ได้แก่ วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังหลวง วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยาและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม หมายเหตุ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๑๙.๓๐- ๒๑.๐๐น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน