พังงา เป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศ
ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา มีพื้นที่ 4,170.895 ตารางกิโลเมตร
อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร ชื่อของจังหวัดพังงานั้นเดิม
น่าจะเรียกว่า "เมืองภูงา" ตามชื่อเขางา หรือเขาพังงา
ซึ่งอยู่ในตัวเมืองพังงาในปัจจุบัน เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงเรียกกันว่า
"เมืองภูงา" เมืองภูงานี้อาจจะตั้งชื่อให้คล้อง
จองเป็นคู่กับเมืองภูเก็ตมาแต่เดิมก็ได้ แต่เหตุที่เมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงานั้น
สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเมืองภูงาเป็นเมือง ที่มีแร่อุดมสมบูรณ์จึงมีฝรั่งมา
ติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก และฝรั่งเหล่านี้คงจะออกเสียงเมืองภูงาเป็นเมือง
"พังงา" เพราะแต่เดิมฝรั่งเขียนเมืองภูงาว่า
PHUNGA หรือ PUNGA ซึ่งอาจอ่านว่า ภูงา หรือจะอ่านว่า
พังงา หรือ พังกา ก็ได้
ประวัติศาสตร์เมืองพังงา
จากพงศาวดารปรากฏว่าก่อนสมัย กรุงรัตนโกสินทร์นั้น เมืองพังงาเป็นเมืองแขวง
ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่
1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้ยกฐานะ ขึ้นเป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า
เมืองตะกั่วทุ่ง และโอนเมืองจากฝ่ายกรมท่า มาขึ้นเป็นฝ่ายกลาโหมตั้งแต่นั้นมา
ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชดำริที่จะปรับปรุงบูรณะ
หัวเมืองชายฝั่งตะวันตกที่ถูกพม่าตี จึงได้แต่งตั้งข้าราชการมาเป็นเจ้าเมืองและ
ให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ โดยแต่งตั้งให้พระยาบริรักษ์ภูธร
(แสง ณ นคร) เป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรกในปี 2383 ต่อมาเมืองตะกั่วทุ่งถูกยุบเป็นอำเภอขึ้นกับเมืองพังงา
ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ที่ประชุมเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต
จึงมีมติให้ยุบเมืองตะกั่วป่า ขึ้นกับจังหวัดพังงาด้วย
ตั้งแต่ พ.ศ. 2474 เป็นต้นมา แรกเริ่มที่ตั้งเป็นเมืองนั้นสถานที่
ราชการอยู่ที่บ้านชายค่าย ต่อมา พ.ศ. 2473 จึงได้มาสร้างศาลากลาง
จังหวัดขึ้นที่บ้านท้ายช้าง ครั้น พ.ศ. 2515 จึงได้สร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นบริเวณ
หน้าถ้ำพุงช้างจนถึงปัจจุบัน
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดภูเก็ต และทะเลอันดามัน
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดกระบี่
ทิศตะวันตก ติดกับทะเลอันดามัน
จังหวัดพังงาแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมือง
อำเภอคุระบุรี อำเภอทับปุด อำเภอกะปง อำเภอตะกั่วทุ่ง
อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง และอำเภอเกาะยาว
การเดินทางจากอำเภอเมืองพังงาไปยังอำเภอต่าง
ๆ
อำเภอตะกั่วทุ่ง 12 กิโลเมตร
อำเภอทับปุด 26 กิโลเมตร
อำเภอกะปง 47 กิโลเมตร
อำเภอท้ายเหมือง 57 กิโลเมตร
อำเภอเมืองตะกั่วป่า 65 กิโลเมตร
อำเภอคุระบุรี 125 กิโลเมตร
อำเภอเกาะยาว 138 กิโลเมตร
การเดินทางจากจังหวัดพังงาไปยังจังหวัดใกล้เคียง
กระบี่ 96 กิโลเมตร
ภูเก็ต 87 กิโลเมตร
สุราษฏร์ธานี 196 กิโลเมตร
ระนอง 226 กิโลเมตร
การเดินทาง
สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้หลายเส้นทาง ดังนี้
รถยนต์ สามารถใช้ได้สองเส้นทางได้แก่
เส้นทางแรก จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ชุมพร ระนอง จากนั้นจึงเข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดพังงา รวมระยะทาง
788 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 12 ชั่วโมง
เส้นทางที่สอง จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ไปจนถึงจังหวัดชุมพร
และจากจังหวัดชุมพรให้ตรงไปใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอท่าฉาง
จังหวัด สุราษฎร์ธานี แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401
จนถึงอำเภอบ้านตาขุน จังหวัด สุราษฎร์ธานี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข
415 ผ่านอำเภอทับปุดเข้าสู่ตัวเมืองพังงา
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด
มีรถโดยสารประจำทางทั้ง แบบปรับอากาศและธรรมดา กรุงเทพฯ-พังงา
บริการทุกวัน ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ
10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2435 1199 (รถปรับอากาศ)
โทร. 0 2434 5557-8 (รถธรรมดา) สถานีพังงา ถนนเพชรเกษม
(หลังธนาคารหลวงไทย) โทร. 0 7641 2300, 0 7641 2014 www.transport.co.th
รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถไฟออกจากกรุงเทพฯ
ไปลงที่สถานีพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วต่อรถโดยสารประจำทาง
ไปจังหวัดพังงาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่
สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020
www.railway.co.th
เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด
(มหาชน) ไม่มีเที่ยวบินบินตรงไปจังหวัดพังงา แต่สามารถใช้เส้นทางบิน
กรุงเทพฯ-ภูเก็ต จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทาง ไปจังหวัดพังงาประมาณ
58 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียด โทร. 1566, 0 2280 0060,
0 2628 2000 สาขาภูเก็ต โทร. 0 7621 1195 www.thaiairways.com
และ บริษัท บางกอกแอร์เวย์ส จำกัด มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-ระนอง
เฉพาะวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ วันละ 1 เที่ยว จากนั้นสามารถต่อรถโดยสาร
ประจำทางไปจังหวัดพังงา ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2229 3456 สาขาระนอง โทร.
0 7783 5096-7 www.bangkokairways.com
นอกจากนั้นจากจังหวัดพังงา มีรถโดยสารไปยังจังหวัดต่าง
ๆ คือ ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง หาดใหญ่ สงขลา ปัตตานี
นราธิวาส สุไหง-โกลก อ.บ้านตาขุน อ.พุนพิน จ.สุราษฏร์ธานี
และจากอำเภอเมืองมีรถประจำทาง จากตลาดไปท่าเรือท่าด่านศุลกากร
ที่สามารถเช่าเรือไปอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ได้ด้วย
แหล่งท่องเที่ยว
เมืองพังงา เมืองที่สงบเงียบดูเรียบง่าย
เป็นอำเภอที่มีภูเขารูปลักษณะ สวยงามแปลกตาตลอดเส้นทาง
ภูเขาเหล่านี้มีต้นไม้เขียวครึ้มขึ้นปกคลุม ทำให้ดูชุ่มชื้นและเย็นสบาย
มีถนนหนทางที่สะอาด ตึกสองข้างทางยังเป็นตึกเตี้ย ๆ ที่ไม่บดบังความสวยงาม
ของทิวทัศน์ธรรมชาติ เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ
ความเรียบง่ายในการพักผ่อนอยู่กับ ธรรมชาติไม่มีแสงสี
และก่อนจะเข้าถึงตัวเมืองพังงา จะมองเห็น "เขารูปช้าง"
สูงตระหง่านแต่ไกล ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ถนนเขาช้าง
ริมถนนเพชรเกษม เยื้องศาลากลางจังหวัด เป็นสวนสาธารณะที่มีทัศนียภาพสวยงาม
มีรูปหล่อโลหะของ "สมเด็จย่า" ในท่าทรงประทับยืนอยู่กลางสวน
ช่วงเย็นๆ จะมีประชาชนมาออกกำลังกายและพักผ่อนกันมาก
ถ้ำฤาษีสวรรค์ และถ้ำลูกเสือ อยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ถ้ำฤาษีสวรรค์ จะอยู่ด้านหน้าถ้ำลูกเสือ ภายในจะมีธารน้ำใส
เย็นสบาย มีหินงอกหินย้อย สามารถเดินจากด้านหน้าถ้ำทะลุไปด้านหลังถ้ำได้
จากนั้นจึงเดินไปยังถ้ำลูกเสือ ที่มีขนาดเล็กกว่าถ้ำฤาษีสวรรค์
ในถ้ำมีหินงอกหินย้อยอยู่ประปราย และมีฝูงลิงอยู่ด้านหน้าถ้ำด้วย
วนอุทยานสระนางมโนห์รา อยู่ตำบลนบปริง
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาทอยนางหงษ์ มีพื้นที่ทั้งหมด
180 ไร่ พื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาหินปูน เป็นแนวยาวจากทิศตะวันออกเฉียง
เหนือไปทิศใต้ เป็นป่าประเภทป่าดงดิบหรือป่าฝน วนอุทยานฯ
ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ มีลำธารไหลจากป่าต้นน้ำที่อยู่
บนสันเขาผ่านหุบเขาทั้งพื้นที่ราบ และพื้นที่ต่างระดับทำให้เกิดน้ำตกขนาดเล็ก
มีไม้ทางเศรษฐกิจคือ ไม้หลุมพอ ตะเคียน จำปาป่า สัตว์ป่า
ได้แก่ เลียงผา ลิง ค่าง หมูป่า ปลาเสือ ปลาพลวงหิน ตะพาบน้ำ
ที่มาของชื่อวนอุทยาน "สระนางมโนราห์" ตามความเชื่อเล่าว่ามีนางกินรี
7 ตน บินจากเขาไกรลาศมาเล่นน้ำในสระ แล้วพรานบุญใช้บ่วงบาศจับน้องสุดท้อง
ที่ชื่อว่ามโนราห์ไว้ได้ เพื่อนำไปถวายพระสุธน ชาวบ้านจึงใช้เรียกชื่อสระนี้
สถานที่น่าสนใจภายในเขตวนอุทยานฯ ได้แก่
น้ำตกสระนางมโนราห์ มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดกลาง
และมีน้ำตกขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี
ถ้ำเปลือกหอย อยู่ห่างจากที่ทำการ
1,300 เมตร เป็นถ้ำขนาดกลางที่มีสุสานหอยอยู่ภายใน เส้นทางเดินเป็นทางลาด
เดินสบาย
ถ้ำขี้ค้างคาว อยู่ห่างจากที่ทำการ
2,300 เมตร เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าถ้ำเปลือกหอย มีค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก
ทางเดินไม่ลาดชันสามารถเดินเที่ยวได้เอง
ถ้ำแก้ว อยู่ห่างจากที่ทำการ 3 กิโลเมตร
เป็นถ้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าถ้ำขี้ค้างคาว อยู่ห่างจากถ้ำขี้ค้างคาวประมาณ
1,500 เมตร ในถ้ำมีหินงอก หินย้อยสวยงาม การเดินเที่ยวถ้ำแก้ว
จะต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
นอกจากนี้วนอุทยานฯ มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งมีป้ายสื่อ
ความหมายแสดงความเป็น อยู่ร่วมกันของพืชและสัตว์ ระยะทาง
2 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถเดินได้เอง
ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง ที่พัก วนอุทยานฯ ไม่มีบ้านพัก
แต่มีสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการ นักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์
และเครื่องนอนพร้อมอุปกรณ์ในการพักแรมมาเอง และทางวนอุทยานฯ
มีบริการร้านอาหาร เปิดตั้งแต่เวลา 09.00 น.-16.30 น.
สอบถามรายละเอียดได้ที่ หัวหน้าวนอุทยานสระนางมโนราห์
ตำบลนบปริง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000 การเดินทาง
จากตัวเมืองพังงาใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม ไปทางตำบลนบปริง
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร จะมีป้ายวนอุทยานฯ เลี้ยวขวาเข้าไป
4 กิโลเมตร
สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา
อยู่ริมถนนเพชรเกษม ตำบลตากแดด จากตัวเมืองพังงา อยู่บริเวณกิโลเมตรที่
33 (เยื้ององค์การโทรศัพท์จังหวัดพังงา) มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าที่หายาก
และใกล้สูญพันธุ์ เช่น นกปรอดหัวโขนเคราแดง นกแก็บ นกแสก
เหยี่ยวแดง ไก่ฟ้าสีทอง นกยูงไทย-อินเดีย นอกจากนี้ยังมีเลียงผา
เม่น ชะนี ลิง ค่างดำ หมี เป็ด เปิดให้เข้าโดยไม่เสียค่าเข้าชมทุกวัน
เวลา 08.30-16.30 น. หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการเจ้าหน้าที่นำชม
ต้องทำหนังสือติดต่อล่วงหน้าถึง หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา
สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจังหวัดพังงา
โทร. 0 7641 3261
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนปริวรรต อยู่ตำบลสองแพรก
มีพื้นที่ 100,000 ไร่ ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ มีน้ำตกโตนปริวรรต
หรือชาวบ้านเรียกว่า "น้ำตกสองแพรก" ห่างจากเขตรักษาพันธุ์ฯ
100 เมตร เป็นน้ำตกไม่สูงนักเบื้องล่าง เป็นแอ่งน้ำที่ยังมีเศษแร่ตกค้างอยู่
ช่วงหน้าฝนน้ำจะไหลแรง มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง
2 กิโลเมตร ตามเส้นทางสามารถจะเห็น บัวผุด เป็นพันธุ์ไม้ที่มีดอกใหญ่ที่สุดในโลก
เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร เป็นพืชกาฝากเกาะกินรากไม้เถาชื่อ
ย่านไก่ต้ม กลีบดอกมี 5 กลีบ มีสีน้ำตาลแดง เป็นพืชที่หาดูได้ยาก
จะเกิดเฉพาะป่าที่มีความสมบูรณ์ ออกดอกปลายหน้าฝนประมาณเดือนตุลาคม
นอกจากนั้นตามเส้นทางจะสังเกตุเห็น เหมืองเก่าร่องรอยแห่งอดีต
จุดดูนก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของป่า ผ่านน้ำตกหินเพิง
ซึ่งถือเป็นแหล่งต้นน้ำ เป็นต้น การเดินศึกษาต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ปัจจุบันมีบริษัทนำเที่ยวจัดกิจกรรม
ท่องเที่ยวทั้งนั่งช้างผ่านป่าชมธรรมชาติ สองข้างทางของลำธารซึ่งยังคง
ความบริสุทธิ์ของป่าที่ยัง ไม่มีใครเข้าไปรุกราน และล่องแก่ง
ที่นี่มีเกาะแก่งมากทำให้สนุกสนาน และตื่นเต้นเหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย
โดยใช้เวลาในการล่องแก่งประมาณ 45 นาที และสามารถล่องได้ตลอดทั้งปี
ที่พัก มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 2 หลัง
และมีที่กางเต็นท์โดยนักท่องเที่ยว จะต้องนำเต็นท์มาเอง
ติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนปริวรรต
หมู่ 2 ตำบลสองแพรก อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000 การเดินทาง
รถยนต์ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ
5 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 4 เลี้ยวขวาที่บ้านสองแพรกเข้าไปประมาณ
10 กิโลเมตร รถโดยสารประจำทาง สามารถนั่งรถสายกรุงเทพฯ-พังงา
มาลงที่สถานีเดินรถโดยสาร ประจำทางจังหวัดพังงา แล้วทางเจ้าหน้าที่เขตฯ
จะมารับ โดยต้องติดต่อล่วงหน้า
อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีพื้นที่ประมาณ
250,000 ไร่ ครอบคลุมอำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง
และอำเภอเกาะยาว อุทยานฯ แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติ ประเภทชายฝั่งทะเลแห่งที่สองของประเทศ
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเล และเกาะน้อยใหญ่ มีเขาหินปูนลักษณะต่าง
ๆ ที่มีความงามแตกต่างกันไปตามลักษณะของหิน สมบูรณ์ด้วยป่าชายเลน
และยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำอีกด้วย ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2524 ช่วงที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวคือ
เดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงที่ฝนตกชุก
คลื่นลมแรง สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่
เกาะปันหยี เป็นเกาะเล็ก ๆ มีที่ราบประมาณ
1 ไร่ มีบ้านเรือน 200 หลังคาเรือน ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม
มีอาชีพประมง ขายของที่ระลึก และขายอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว
มีโรงเรียน และสถานีอนามัยอยู่บนเกาะ
เกาะพนัก เป็นเกาะที่สวยงาม มีถ้ำหินงอก
หินย้อย และมีแอ่งน้ำตกขนาดเล็กเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันอยู่ในถ้ำด้วย
เขาพิงกัน เหตุที่ชื่อนี้เพราะ ภูเขาหินแตกออกจากกัน หินที่เล็กกว่าเลื่อนลงมา
ฐานจมลงไปในดินแยกห่างจากกัน ส่วนด้านบนยังคงพิงกันอยู่
ด้านหลังของเขาพิงกันมีทิวทัศน์ที่สวยงาม มองออกไปในทะเลจะเห็น
"เขาตะปู" หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เกาะเจมส์บอนด์"
มีลักษณะเหมือนตะปู อยู่กลางน้ำ อุทยานฯ เก็บค่าขึ้นเขาพิงกัน
ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่
200 บาท เด็ก 100 บาท เพราะเป็นเกาะที่อยู่บนหาด
เขาหมาจู อยู่ระหว่างทางผ่านที่จะไปยังเกาะปันหยี
เขาหมาจู เป็นภูเขาหินมีลักษณะคล้ายรูปสุนัขแบ่งเป็นส่วนหัว
ลำตัวและหางเป็นพู่
เขาเขียน หรือ ภาพเขียนสี เป็นทางผ่านที่จะไปยังเกาะปันหยี
บริเวณหน้าผาจะมีรูปเขียนเป็นภาพสัตว์ชนิดต่าง ๆ สันนิษฐานว่าเป็นภาพวาด
โดยนักเดินเรือสมัยโบราณ ที่แวะมาจอดพักหลบมรสุม ซึ่งกรมศิลปากรได้ทำการศึกษาว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า
3,000 ปี
ถ้ำลอด เป็นภูเขาลักษณะเกาะทะลุ ปากถ้ำกว้างประมาณ
50 เมตร สูง 40 เมตร เรือขนาดเล็กสามารถแล่นผ่านทะลุ ไปอีกด้านของถ้ำได้
บนเพดานถ้ำมีหินย้อยดูแปลกตา
เกาะห้อง เป็นภูเขาเล็กใหญ่สลับซับซ้อน
เมื่อแล่นเรือเข้าไประหว่างเกาะ มองโดยรอบเหมือนอยู่ในห้องโถงใหญ่ที่มีประตู
2 บาน และเป็นแหล่งปะการังที่สวยงาม
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา
รถยนต์ อุทยานฯ อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร
จากทางหลวงหมายเลข 4 จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข
4144 เข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงท่าเรือท่าด่านศุลกากร
สามารถเช่าเรือจากบริเวณท่าเรือได้ หรือเดินทางโดยรถสองแถว
มีรถออกจากตัวเมือง ไปท่าเรือท่าด่านศุลกากรทุกวัน
การเช่าเรือล่องอ่าวพังงา มีเรือบริการนำเที่ยวออกจากท่าเรือต่าง
ๆ ดังนี้
-ท่าเรือท่าด่านศุลกากร ใกล้โรงแรมพังงาเบย์ รีสอร์ท มีเรือนำเที่ยวหลายขนาดให้เช่า
เรือสำหรับ 5 คน ราคา 650 บาท 15 คน ราคา 1,500 บาท 40-50
คน ราคา 2,500 บาท 80 คน ราคา 3,500 บาท* ใช้เวลาเดินทางประมาณ
3-4 ชั่วโมง
- ท่าเรือสุระกุล หรือ ท่าเรือกะโสม ในอำเภอตะกั่วทุ่ง
มีเรือให้เช่าหลายขนาด เรือสำหรับ 1-10 คน ราคา 1,000
บาท 11-20 คน ราคา 1,200 บาท 21-30 คน ราคา 1,500 บาท*
- ท่าเรือในบริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีเรือหลายขนาดไว้บริการนักท่องเที่ยว
เรือสำหรับ 2-4 คน ราคา 800 บาท 10-15 คน ราคา 1,500 บาท
40 คน ราคา 3,500 บาท 41-60 คน ราคา 4,500 บาท 61-80 คน
ราคา 5,500 บาท* ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง * (อัตราค่าเรืออาจเปลี่ยนแปลงได้)
ที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 5
หลัง พักได้ 4 คน ราคา 500 บาท พักได้ 15 คน ราคา 900
บาท มีบริการเต็นท์ให้เช่า พักได้ 1-2 คน ราคา 200 บาท
พักได้ 5 คน ราคา 250 บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์ มาเองเสียค่าอาบน้ำคนละ
20 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา
80 หมู่ 1 ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา 82000
โทร. 0 7641 1136, 0 7641 2188 หรือส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล
กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2920-1
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อยู่ตำบลเกาะพระทอง
ครอบคลุมพื้นที่ 80,000 ไร่ ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อ
1 กันยายน พ.ศ. 2525 คำว่า "สิมิลัน" เป็นภาษายาวี
หรือ มลายู แปลว่า เก้า หรือ หมู่เกาะเก้า หมู่เกาะสิมิลันเป็นหมู่เกาะเล็ก
ๆ ในทะเลอันดามัน มีทั้งหมด 9 เกาะ เรียงลำดับจากเหนือมาใต้
ได้แก่ เกาะหูยง เกาะปายัง เกาะปาหยัน เกาะเมี่ยง (มี
2 เกาะติดกัน) เกาะปายู เกาะหัวกระโหลก ( เกาะบอน) เกาะสิมิลัน
และเกาะบางู ที่ทำการอุทยานฯ อยู่ที่เกาะเมี่ยงเพราะเป็นเกาะที่มีน้ำจืด
หมู่เกาะเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่เกาะ ที่มีความงามทั้งบนบกและใต้น้ำ
ที่ยังคงความสมบูรณ์ของท้องทะเล สามารถดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก
มีปะการังที่มีสีสันสวยงามหลากชนิด ปลาหลากสีสันและหายาก
เช่น กระเบนราหู ปลาวาฬ ปลาโลมา ปลาไหลมอนเร่ ปลาการ์ตูน
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน เป็นช่วงที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด
ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน เป็นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
มีคลื่นลมแรง เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ และทางอุทยานฯ
จะประกาศปิดเกาะในเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็น การฟื้นฟูธรรมชาติทุกปี
สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่
เกาะสิมิลัน หรือ เกาะแปด เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด
ในหมู่เกาะสิมิลัน ลักษณะอ่าวเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้า
มีหาดทรายขาวละเอียดเนียน นุ่มน้ำทะเลใสน่าเล่น ใต้ทะเลมีปะการังสวยงามหลายชนิด
ทั้งปะการังเขากวาง ปะการังใบไม้ ปะการังสมอง ปะการังดอกเห็ดขนาดใหญ่
ที่มีความสมบูรณ์ กัลปังหา พัดทะเล กุ้งมังกร และปลาประเภทต่าง
ๆ ที่มีสีสันสวยงามมากมาย เป็นเกาะที่สามารถดำน้ำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น
และทางด้านเหนือของ เกาะมีก้อนหินขนาดใหญ่ รูปร่างแปลกตา
เช่น หินรูปรองเท้าบู๊ท หรือรูปหัวเป็ดโดนัลด์ดั๊ก ตอนบนที่ตรงกับแนวหาดมีหินรูปเรือใบ
ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ที่จะมองเห็นความสวยงาม ของท้องทะเลได้กว้างไกล
เกะบางู หรือ เกาะเก้า เป็นเกาะเล็ก
ๆ ที่มีโขดหินรูปลักษณะต่าง ๆ โดยเฉพาะที่จุดดำน้ำ กองหินคริสมาสพอยต์เป็น
กองหินใต้น้ำขนาดใหญ่ที่มีความ สวยงามสลับซับซ้อนกันเป็น
บริเวณกว้างจะมีแนวปะการัง และกัลปังหาที่สมบูรณ์ และยังเป็นที่อยู่ของปลาหลากชนิด
เช่น ปลาไหลริบบิ้น ฉลามครีบเงิน ปลาเก๋า ปลาบู่ กั้งตั๊กแตน
เกาะหัวกะโหลก-หินปูซา หรือเกาะเจ็ด
เป็นเกาะที่มีลักษณะเหมือนรูปหัวกะโหลก สภาพใต้น้ำสวยงามเหมือนหุบเขา
ใต้ทะเลที่เต็มไปด้วยปะการังอ่อน กัลปังหารูปพัดหลากสีสัน
ฝูงปลานานาพันธุ์ และยังสามารถพบปลากระเบนราหู หรือฉลามวาฬได้มากที่สุดแห่งหนึ่ง
ในหมู่เกาะสิมิลัน
เกาะหูยง หรือ เกาะหนึ่ง เป็นเกาะขนาดใหญ่
ที่มีหาดทรายขาวสะอาด และยาวมากที่สุดในเก้าเกาะ มักจะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้เห็นร่องรอยของเต่าที่ขึ้น
มาวางไข่บนชายหาดคล้าย กับรอยตีนตะขาบเล็ก ๆ
เกาะเมี่ยง หรือเกาะสี่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองจากสิมิลัน
เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ มีแหล่งน้ำจืด ชายหาดที่เกาะสี่จะมีสีขาว
ละเอียดเนียนสวยงามน่าสัมผัส น้ำทะเลใส บนเกาะสี่จะมีสัตว์ที่หาดูได้ยาก
เช่น ปูไก่ ที่มีลำตัวเป็นสีแดงสด มีก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน
เวลาร้องจะมีเสียงคล้ายไก่ จะเห็นได้ในช่วงหัวค่ำที่มันออกหากิน
นกชาปีไหน เป็นนกประจำถิ่นขนาดใหญ่ ตระกูลเดียวกับนกพิราบป่า
มีสีสันและลวดลายบนตัวที่งดงาม จะพบได้ตามริมชายหาด หรือร้านอาหารหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
และ ปูเสฉวน ที่มีมากมายหลายขนาดทั้งเล็กและใหญ่ นอกจากนั้นรอบ
ๆ อุทยานฯ ยังมีบริเวณดำน้ำ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอีก
ทั้ง จุดดำน้ำลึก ได้แก่ เกาะตาชัย อยู่ทางตอนเหนือสุดของอุทยานฯ
จะพบปลาสาก ปลาค้างคาว ปลากระเบนราหู ฉลามวาฬ เกาะบอน
อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของหมู่เกาะสิมิลัน จะพบฉลามครีบขาว
ปลากระเบนราหู ฉลามกบ กองหินคริสต์มาสพอยต์ จะพบปลาไหลริบบิ้นสีฟ้า
กั้งตั๊กแตน กองหินแฟนตาซี อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแปด
เป็นจุดรวมของหินดอกไม้ ปะการัง กัลปังหา สัตว์น้ำหลากชนิด
และ จุดดำน้ำตื้น ได้แก่ อ่าวลึก อ่าวกวางเอง เป็นต้น
นักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมดำน้ำสามารถติดต่อ บริษัทดำน้ำในจังหวัดภูเก็ตและพังงา
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน
- ท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง อยู่ห่างจากอำเภอเมือง
70 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายพังงา-ตะกั่วป่า และเป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้อุทยานฯที่สุด
ประมาณ 40 กิโลเมตร จากท่าเรือทับละมุใช้เวลา ในการเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลันประมาณ
3-4 ชั่วโมง มีเรือให้เช่าหลายขนาด สำหรับ 30 คน ราคาประมาณ
10,000 บาท* และ 40 คน ราคาประมาณ 12,000 บาท* และใกล้
ๆ บริเวณท่าเรือทับละมุมีที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ จะเดินทางไปหมู่เกาะสิมิลัน
สามารถติดต่อบริษัท เม็ดทราย ทัวร์ โทร. 0 7644 3276,
0 1893 8042 และ บริษัท ซีทราน ทราเวล จำกัด มีเรือขนาด
80 คน ราคา 2,300 บาท/คน โทร. 0 7621 3510 กรุงเทพฯ โทร.
0 2240 2572-82 (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้)
การเดินทางไปท่าเรือทับละมุ สามารถไปได้หลายเส้นทาง คือ
- จากกรุงเทพฯ นั่งรถประจำทาง สายกรุงเทพฯ-ระนอง และกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี
ลงที่สามแยกลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จากนั้นนั่งรถมอเตอร์ไซด์มาท่าเรือทับละมุ
- จากตัวเมืองพังงา มีรถประจำทางสายพังงา-ท่าเรือทับละมุ
ออกจากสถานีขนส่งพังงา หรือนั่งรถประจำทางกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี
หรือ กรุงเทพฯ -ระนอง ลงที่สามแยกลำแก่น จากนั้นนั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปท่าเรือ
- จากอำเภอท้ายเหมือง มีรถสองแถวสายท้ายเหมือง-ทับละมุ
รถโดยสารประจำทางสายภูเก็ต-ตะกั่วป่าหรือ ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี
ขึ้นที่ตลาดถนนเพชรเกษม มาลงที่ สามแยกลำแก่นจากนั้นให้นั่ง รถมอเตอร์ไซด์ไปท่าเรือ
- ท่าเรือคุระบุรี อำเภอคุระบุรี อยู่ห่างจากหมู่เกาะสิมิลัน
70 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชั่วโมง สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่
คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท
- ท่าเรือหาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ก็สามารถเดินทางไปอุทยานฯได้
ระยะทาง 70 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่
บริษัทนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต หรือเดินทางโดยเรือท่องเที่ยว ของบริษัทเอกชน
ที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพักเป็นเรือนแถว พักได้ห้องละ
4 คน จำนวน 10 ห้อง ราคา 600 บาท พักได้ 2 คน จำนวน 5
ห้อง ราคา 1,000 บาท มีบริการเต็นท์ให้เช่า หลังละ 100-300
บาท สำหรับ นักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ
40 บาท/คืน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าขึ้นเกาะ
นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ
ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หมู่ 1 ทับละมุ ตำบลลำแก่น
อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 82120 โทร. 0 7642 1365
สำนักงานบนฝั่ง โทร. 0 7659 5045 หรือส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล
กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2920-1
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามัน
ห่างจากฝั่งไปทางทิศ ตะวันตกประมาณ 70 กิโลเมตร เป็นหมู่เกาะที่อยู่ติดกับเขตชายแดนไทย-พม่า
มีพื้นที่ประมาณ 84,375 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่บนบกประมาณ
20,594 ไร่ ประกอบด้วยเกาะสำคัญ 5 เกาะ คือ เกาะสุรินทร์เหนือ
เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) เกาะกลาง (เกาะปาจุมบา)
และเกาะรี (เกาะสต๊อก) ประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่9
กรกฎาคม 2524 เป็นหมู่เกาะที่มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์สวยงาม
มีปลาสีสันต่าง ๆ มากมาย เป็นแหล่งสำหรับเหมาะชมปะการังน้ำตื้น
โดยเฉพาะเกาะตอรินลาและเกาะปาจุมบา สำหรับบริเวณที่เหมาะจะดำน้ำลึก
คือ กองหินริเชลิว อยู่ห่างจากเกาะสุรินทร์ไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้
10 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่สมบูรณ์ด้วยธรรมชาติใต้ทะเล มีปลาหลายพันธุ์
ปะการังสีสวย และเป็นจุดที่มีโอกาสพบฉลามวาฬ ที่ได้ชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล
มาว่ายให้เห็นอยู่เสมอ ช่วงเวลาที่เหมาะจะเดินทางท่องเที่ยวคือ
เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม
เป็นช่วงที่มีลมมรสุม ฝนตกชุก คลื่นลมแรง สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ
ได้แก่
เกาะสุรินทร์เหนือ และ เกาะสุรินทร์ใต้
เป็นเกาะที่อยู่ติดกันโดยมีร่องน้ำคั่นกลาง มีอ่าวทั้งเล็กและใหญ่กระจายอยู่รอบเกาะ
ทุกอ่าวมีความสวยงามของหาดทราย และน้ำทะเลแตกต่างกันไป
เกาะสุรินทร์เหนือเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
บ้านพัก ที่กางเต็นท์ และมีเรือหางยาวให้เช่าเที่ยวตามเกาะต่าง
ๆ
อ่าวช่องขาด อยู่ทางใต้ของเกาะสุรินทร์เหนือ
เป็นจุดสำหรับกางเต็นท์ หาดทรายขาวสะอาด เล่นน้ำได้ มีปะการังและฝูงปลา
เช่น ปลานกแก้วสีสดใส และปลานกขุนทอง มาว่ายเวียนทักทายให้ดูอยู่เสมอ
อ่าวแม่ยาย อยู่ทางใต้ของเกาะสุรินทร์เหนือ
เป็นอ่าวที่มีคลื่นลมสงบ และมีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะสุรินทร์
มีปะการังน้ำตื้น
อ่าวไทรเอน อยู่ทางตะวันออกของเกาะสุรินทร์เหนือ
เป็นอ่าวที่มี ชาวเลหรือมอแกน ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่ยังคง
มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมกินนอนอยู่ในเรืออาศัยอยู่ นับถือเทวรูปอินเดียนแดง
ซึ่งแกะสลักด้วยท่อนไม้ ถือเป็น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวเล
ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเมษายนของทุกปี ชาวเลจะมาชุมนุมเพื่อไหว้ผีที่ตนเคารพนับถือ
งานจะจัดเป็นเวลา 3 วัน
อ่าวลึก อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุรินทร์เหนือ
มีปะการังน้ำตื้น สาหร่ายทะเล ดอกไม้ ทะเล กัลปังหา ฝูงปลาการ์ตูน
และฝูงปลาหลากชนิดสีสันสวยงาม
อ่าวจาก อยู่ทางทิศเหนือของเกาะสุรินทร์เหนือ
มีหาดทรายขาวละเอียดสะอาด เป็นจุดดำน้ำตื้นที่มีแนวปะการัง
ที่สวยงามสมบูรณ์
อ่าวไม้งาม อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะสุรินทร์เหนือ
ติดกับอ่าวที่ทำการฯ เป็นอ่าวใหญ่ ชายหาดยาวโค้ง มีแนวปะการังที่สวยงาม
และปลาหลากสีหลายพันธุ์ นอกจากนั้นยังมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่าวไม้งาม
เดินผ่านป่าดงดิบเลียบชายหาด มีป้ายสื่อความหมาย ระยะทาง
2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง จะพบพืชพรรณนานาชนิด
สัตว์ป่าต่าง ๆ เช่น กระจง บ่าง นกที่หาดูได้ยาก ได้แก่
นกชาปีไหน นกลุมพูขาว
อ่าวบอน อยู่ทางตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้
เป็นที่อยู่ของชาวมอแกน หรือชาวเลอีกกลุ่มหนึ่ง
อ่าวเต่า อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะสุรินทร์ใต้
มีเต่าทะเลอาศัยจำนวนมาก บริเวณใกล้แนวปะการัง เป็นอ่าวที่เหมาะจะดำน้ำตื้น
เพราะมีปะการังอ่อน และกัลปังหา
อ่าวผักกาด อยู่ทางทิศใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้
เป็นจุดดำน้ำตื้นที่มีแนวปะการังเขากวาง เป็นอ่าวที่ดำน้ำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก
อ่าวสุเทพ อยู่ทางเหนือของเกาะสุรินทร์ใต้
เป็นอ่าวที่มีปะการังสมบูรณ์ เหมาะสำหรับดำน้ำตื้น
เกาะปาจุมบา หรือ เกาะกลาง อยู่ทางเหนือของเกาะสุรินทร์ใต้
เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวละเอียดสะอาด แนวปะการังสมบูรณ์
บริเวณนี้ยังพบปลากระเบนราหู ปลาหลากพันธุ์สีสวยงาม และกุ้งมังกรจำนวนมากซึ่งหาดูได้ยาก
จนได้ชื่อว่า อ่าวมังกรและยังเป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเล
เกาะไข่ หรือ เกาะตอริลลา อยู่ทางใต้ของเกาะสุรินทร์ใต้
ด้านทิศตะวันออกของเกาะมีแนวปะการังยาวเหยียด ที่ยังคงความสวยงามสมบูรณ์เหมาะ
แก่การดำน้ำลึก
การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
รถยนต์ จากอำเภอเมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม
ไปอำเภอคุระบุรี และก่อนถึงอำเภอคุระบุรี ประมาณ 6 กิโลเมตร
บริเวณกิโลเมตรที่ 721 มีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายเข้าท่าเรือคุระบุรีประมาณ
2 กิโลเมตร จะมองเห็นป้ายอุทยานฯ อยู่ทางขวามือ
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารประจำทาง ปรับอากาศออกจากสถานีขนส่งสายใต้
ถนนบรมราชชนนี วันละ 2 เที่ยว เวลา 19.00 น. ถึงอำเภอคุระบุรีเวลา
05.00 น. และเวลา 21.00 น. ถึงอำเภอคุระบุรีเวลา 07.00
น. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่
กรุงเทพฯ โทร. 0 2434 7192 อำเภอคุระบุรี โทร. 0 7649
1218 และ บริษัท ลิกไนท์ ทัวร์ มีบริการรถโดยสารวิ่งวันละ
1 เที่ยว ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 19.00 น. ถึงอำเภอคุระบุรี
เวลา 05.00 น. สอบถามรายละเอียด กรุงเทพฯ โทร. 0 2435
5016, 0 2435 7428 สำนักงานพังงา โทร. 0 7641 2300 สำนักงานอำเภอตะกั่วป่า
โทร. 0 7644 1107
เรือโดยสาร และเรือเช่าเหมาลำ นักท่องเที่ยวที่ต้องการติดต่อเรือโดยสาร และเช่าเรือเหมาลำสำหรับเดินทาง เป็นหมู่คณะสามารถติดต่อได้ที่
- ท่าเรือคุระบุรี อำเภอคุระบุรี ห่างจากอุทยานฯ 60 กิโลเมตร
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ติดต่ออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
โทร. 0 7649 1378 และ คุระบุรี กรีนวิว รีสอร์ท โทร. 0
7649 1477-8, 0 7659 5068
- ท่าเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง บริษัท เม็ดทราย ทัวร์
มีเรือให้เช่าเหมาลำ ขนาดนั่งได้ 30-60 คน ราคา 9,000-15,000
บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร. 0 7644 3276
ที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 20
หลัง ราคาหลังละ 1,200 บาท เรือนแถว จำนวน 5 ห้อง ราคาห้องละ
400 บาท เต็นท์สำหรับให้เช่า ราคาเต็นท์ละ 300 บาท/คืน
ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเอง เสียค่าพื้นที่คนละ
40 บาท/คืน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าขึ้นเกาะ
ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่
200 บาท เด็ก 100 บาท ค่าธรรมเนียมการจอดเรือ 300 บาท
นอกจากนั้นทางอุทยานฯ มีบริการเรือให้เช่าเที่ยวรอบเกาะ
ราคา 100 บาท/คน และมีอุปกรณ์ดำน้ำให้เช่า ราคา 150 บาท
สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์
อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา 82150 โทร. 0 7649 1378 หรือส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล
กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2920-1
อุทยานแห่งชาติศรีพังงา อยู่ในเขตอำเภอคุระบุรี
และอำเภอตะกั่วป่า ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานมสาว
มีเนื้อที่ 153,800 ไร่ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีป่าไม้สมบูรณ์
เป็นประเภทป่าดิบชื้น มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ เช่น ไม้ยาง
ไม้ตะเคียนทอง ปาล์มสกุลต่าง ๆ กระพ้อหนู ชายผ้าสีดา กล้วยไม้
เช่น รองเท้านารี เอื้องเงินหลวง และยังสามารถพบสัตว์ป่าและนกต่าง
ๆ หลายชนิด ได้แก่ สมเสร็จ เลียงผา วัวแดง เก้ง เสือ นกเงือก
นกเขียวคราม นกชนหิน ปลาพลวง กบทูด เป็นต้น อุทยานฯ จะมีฤดูฝนมากกว่าฤดูร้อน
ฝนตกเกือบตลอดปี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม ประกาศเป็นอุทยานฯ
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2531 และได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยาน
เฉลิมพระเกียรติพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาส เฉลิมพระชนมพรรษาครบ
5 รอบ สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่
น้ำตกตำหนัง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ
1 กิโลเมตร เมื่อถึงบริเวณที่จอดรถต้องเดินเท้าเข้าไปอีก
500 เมตร เป็นน้ำตกที่ตกจากหน้าผาสูง 63 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปีแต่ในช่วงหน้าฝน
จะมีน้ำมากไหลแรง บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่
และมีปลาพลวงอาศัยอยู่ในลำธาร มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
ระยะทาง 2 กิโลเมตร เส้นทางลาดชัน ใช้เวลาเดินประมาณสามชั่วโมง
ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
น้ำตกโตนต้นเตย ตรงไปตามทางแยกซ้ายมือ
ก่อนถึงด่านตรวจทางเข้าที่ทำการ เป็นน้ำที่ตกจากหน้าผาหินสูง
45 เมตร สามารถเดินไปถึงบริเวณต้นน้ำตกได้ ระยะทาง 1 กิโลเมตร
ตามเส้นทางที่เดินไป จะผ่านจุดชมวิวสามารถมองเห็น ป่าเขาที่สมบูรณ์ของอุทยานฯ
ใช้เวลาในการเดินเท้าไปกลับ ประมาณ 3 ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง
ระหว่างทางมีน้ำตกโตนต้นเตยน้อย สูงประมาณ 10 เมตร ให้แวะพักให้หายเหนื่อยด้วย
น้ำตกโตนต้นไทร เป็นน้ำตกที่ไหลจากโขดหินสูง
20 เมตร บริเวณโดยรอบมีต้นไทรขึ้นปกคลุม มีโขดหินสวยงาม
ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกโตนต้นเตย แต่เลยไปประมาณ 500
เมตร
นอกจากนี้อุทยานฯ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
อาทิ น้ำตกสวนใหม่ เป็นน้ำตกที่มีบรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย
มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทุ่งชาลี เป็นทุ่งขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ
2,000 ไร่ เป็นแหล่งหากินของสัตว์ป่านานาชนิด มีนกอาศัยอยู่จำนวนมาก
และสามารถกางเต็นท์ได้แต่ต้องนำเต็นท์ไปเอง สะพานพระอร่าม
เป็นสะพานที่ก่อสร้างขึ้นโดยคนที่มาทำเหมืองแร่ดีบุก ใช้ก้อนหินก่อสร้างข้ามแม่น้ำ
มีความยาว 25 เมตร ปัจจุบันเหลือแต่เพียงร่องรอยของซากเสาหิน
อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20
บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100
บาท ที่พัก อุทยานฯ ไม่มีบ้านพัก แต่มีสถานที่กางเต็นท์
และร้านสวัสดิการบริการ โดยนักท่องเที่ยวจะต้องนำเต็นท์มาเอง
เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์คนละ 20 บาท/คืน สอบถามรายละเอียด
ได้ที่ อุทยานแห่งชาติ ศรีพังงา อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
โทร. 0 7641 2611 การเดินทาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ
100 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 4 สายอำเภอตะกั่วป่า-ระนอง
เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 756 จะมีแยกขวามือให้เลี้ยวเข้าไป
5 กิโลเมตร
เกาะพระทอง อยู่ตำบลเกาะพระทอง เป็นเกาะขนาดใหญ่ในทะเลอันดามัน
มีหาดทรายขาวสวยงาม และยังคงสภาพสมบูรณ์ทางธรรมชาติ บรรยากาศเงียบสงบ
มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ เช่น กวาง หมูป่า นกเงือก
นกตะกรุม บนเกาะมีชาวบ้านอาศัยอยู่ทำอาชีพประมง และมีที่พักของเอกชนไว้บริการนักท่องเที่ยว
การเดินทาง สามารถเช่าเรือหางยาวได้ที่ท่าเรือคุระบุรี
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ติดต่อได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะพระทอง
โทร. 0 7649 1735
หาดบางสัก อยู่ตำบลบางม่วง ริมถนนสายเพชรเกษม
สายท้ายเหมือง-ตะกั่วป่า กิโลเมตรที่ 76-77 มีทางแยกซ้ายมือเข้าไป
100 เมตร ชายหาดบางสักมีหาดทราย ขาวสะอาดยาวขนานกับทิวสนร่มรื่น
เล่นน้ำได้ ยามเย็นจะมีชาวบ้าน นักท่องเที่ยวมานั่งชมรอ
พระอาทิตย์ตกอยู่เสมอ ชายหาดจะมีที่พัก และร้านอาหารบริการ
น้ำตกโตนช่องฟ้า อยู่ห่างจากอำเภอตะกั่วป่า
28 กิโลเมตร เป็นน้ำตกในส่วนอุทยานฯเขาหลัก-ลำรู่ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ
5 กิโลเมตร ไปตามถนนเพชรเกษม เส้นทางตะกั่วป่า-เขาหลัก
จากอำเภอตะกั่วป่าให้เลี้ยวซ้ายไปทางวัดพนัสนิคมเข้าไปอีก
5 กิโลเมตร มีต้นน้ำเกิดจากคลองบางเนียง เป็นน้ำตกสูง
5 ชั้น น้ำไหลตลอดปี สภาพแวดล้อมร่มรื่น และมีสัตว์ป่าหายาก
เช่น สมเสร็จ นกเงือก และนกนานาชนิด
ชายทะเลเขาหลัก ห่างจากอำเภอตะกั่วป่า
32 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางชายทะเล ที่กำลังเป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่ง
บริเวณชายหาดเขาหลักมีหาดทราย กว้างและหินก้อนเล็กใหญ่เรียงราย
อยู่มากมาย บรรยากาศน่านั่งพักผ่อน เล่นน้ำได้ ยามเย็นจะมีชาวบ้านมานั่งชมพระอาทิตย์ตก
นอกจากนั้นยังเป็นที่ตั้งของโรงแรม รีสอร์ทหลายแห่งที่มีการจัดรูปแบบของที่พัก
สวนสวย กลมกลืนกับบรรยากาศชายทะเล เงียบสงบ ร่มรื่นด้วยต้นสน
ต้นมะพร้าวริมชายหาด สมบูรณ์ด้วยธรรมชาติที่ไม่ได้ ปรุงแต่งด้วยสีสันที่กำลังเป็นที่นิยม
ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ และฝั่งตรงข้ามทางเข้าอุทยานฯ
มี ศาลเจ้าพ่อเขาหลัก ซึ่งเป็นที่เคารพของชาวบ้าน ในละแวกนั้นตั้งอยู่
อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ อยู่ห่างจากอำเภอตะกั่วป่า
33 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณกิโลเมตรที่ 59
ให้เลี้ยวขวา ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อเดือนสิงหาคม
2534 มีพื้นที่ 78,125 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า
อำเภอท้ายเหมือง อำเภอกะปง และอำเภอเมือง พื้นที่อุทยานฯ
มีลักษณะเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ได้แก่ เขาหลัก เขาแสงทอง
เขาไม้แก้ว และเขาปลายบางโต๊ะ เป็นป่าประเภทป่าดงดิบมีพันธุ์ไม้
อาทิ ไม้ยาง พะยอม หลุมพอ บุนนาค ตะเคียนทอง กระบาก มียอดเขาสูงที่สุดประมาณ
1,077 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่สำคัญในจังหวัดพังงา
ได้แก่ แม่น้ำพังงา และแม่น้ำตะกั่วป่า และสัตว์ที่มีให้พบเห็น
ได้แก่ สมเสร็จ เสือ เลียงผา ลิง ค่าง กวาง เก้ง นกหว้า
นกเงือก นกหัวขวาน นกปรอด นกขุนทอง อุทยานฯ มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกโตนช่องฟ้า
ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ
2 ชั่วโมงและ 5 ชั่วโมง ตามลำดับ ตามเส้นทางเดินจะมีป้ายสื่อความหมาย
ทางลาดชัน ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทาง อุทยานฯ มีบ้านพักและเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ ตำบลคึกคัก
อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา 82110 โทร. 0 7642 0243 หรืองานบริการบ้านพัก
กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร.0 2579 5734, 0 2579 7223
แหลมปะการัง อยู่ระหว่างเส้นทางตะกั่วป่า-เขาหลัก
จากตัวเมืองตะกั่วป่าเลี้ยวขวา กิโลเมตรที่ 78-79 เข้าไปอีก
5 กิโลเมตร เป็นหาดทรายที่มีซากปะการัง เขากวางหักอยู่เต็มหาด
เล่นน้ำได้ บรรยากาศ ร่มรื่นด้วยแนวสน ช่วงเย็นๆ เหมาะที่จะนั่งชมพระอาทิตย์ตก
และใกล้ๆ แหลมปะการังยังมีที่พักสวยๆ บรรยากาศดี ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกพักผ่อนอีกด้วย
น้ำตกลำรู่ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่
อยู่ในเขตป่าเทือกเขากระได เป็นน้ำตกขนาดกลางสูง 5 ชั้น
มีน้ำตลอดทั้งปี สามารถเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 4090
ผ่านที่ว่าการอำเภอกะปงไปหมู่บ้านลำรู่ ประมาณ 9 กิโลเมตร
วัดนารายณิการาม ตั้งอยู่หมู่ที่ 3
ตำบลเหล ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 14 กิโลเมตร หรือตามทางหลวงหมายเลข
401 (ตะกั่วป่า-สุราษฎร์ธานี) จะมีทางแยกขวาเข้าไป 2 กิโลเมตร
เป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ เทวรูปพระลักษณ์ องค์จำลอง
ซึ่งองค์จริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อำเภอถลาง
จังหวัดภูเก็ต และเทวรูปพระแม่นางสีดา (นางสีดา) ซึ่งเป็นองค์จริง
นอกจากนี้ยังพบศิลาจารึกอายุ 1,300-1,400 ปี ที่ขุดได้บริเวณยอดเขาเลียง
อยู่ภายในวัด รูปสลักเหล่านี้มีความสำคัญเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาของเมือง
"ตะโกลา" (ชื่อเดิมของเมืองตะกั่วป่า) และการเผยแพร่เข้ามา
ของวัฒนธรรมอินเดียในภูมิภาคแถบนี้ นอกจากนั้นอำเภอกะปงยังมีน้ำตกอื่น
ๆ ที่ชาวบ้านนิยมไปเที่ยวพักผ่อน คือ น้ำตกแสงทอง เป็นน้ำตกเล็ก
ๆ และ น้ำตกหินลาดหรือน้ำตกแล่งหิน เป็นน้ำตกที่มีโขดหินและธารน้ำใส
น้ำตกเต่าทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบ่อแสน
ห่างจากตัวเมืองพังงา 19 กิโลเมตร อยู่ก่อนถึงอำเภอทับปุด
8 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลจากในถ้ำ และไหลสู่ฝายเพื่อกักเก็บน้ำให้ประชาชนได้ใช้
ภายในบริเวณน้ำตกร่มรื่น สามารถเล่นน้ำได้
วัดราษฎร์อุปถัมภ์ หรือวัดบางเหรียง
จากที่ว่าการอำเภอทับปุดไปบ้านบางเหรียง ตามทางหลวงหมายเลข
4118 ระยะทาง 11 กิโลเมตร วัดตั้งอยู่บนเขาล้าน เจดีย์เป็นรูประฆังคว่ำ
โดยมีพระพุทธรูปล้อมรอบฐานโดยรอบ เป็นวัดที่มีภูเขาล้อมรอบ
สมบูรณ์ด้วยต้นไม้ใหญ่ ในวัดมีถาวรวัตถุทางธรรมที่สำคัญ
คือ พระธาตุเจดีย์เทพนิมิต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงพระราชทานนามว่า "พระมหาธาตุ เจดีย์พุทธธรรมบันลือ"
ในวัดยังมีเจ้าแม่กวนอิม และพระพุทธอัฐิมงคลชัยนาคปรก
สร้างไว้เพื่อปกป้องชาวใต้ให้พ้น จากภัยอันตรายทางธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง
ประกาศเป็นเขตอุทยานฯ เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2529
มีพื้นที่ทั้งหมด 45,000 ไร่ แยกออกเป็นสองส่วน คือ เทือกเขาลำปี
ประกอบด้วยภูเขาหลายลูกเรียงเป็นแนวยาว ส่วนใหญ่เป็นหินอัคนี
อายุอยู่ในช่วง 60-140 ล้านปี สภาพป่าเป็นป่าดงดิบ มีพันธุ์ไม้
เช่น ไม้ยาง ตะเคียนทอง กระบาก เฟิร์น หวาย ไผ่ มียอดเขาที่สูงที่สุดคือ
ยอดเขาขนิม สูง 622 เมตร และหาดท้ายเหมืองซึ่งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน
ชายหาดฝั่งตะวันตกเป็นหาดทรายขาว ด้านตะวันออกติดป่าชายเลน
และเป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ สัตว์ที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานฯ
ได้แก่ อีเห็น กวางป่า ไก่ป่า นกเขาเปล้าธรรมดา ส่วนในทะเลและชายหาดจะพบ
ปลากระเบน ปลากระบอก ปลาบิน ปลาดาว และปะการังกลุ่มเล็ก
สถานที่น่าสนใจภายในเขตอุทยานฯ ได้แก่
หาดท้ายเหมือง อยู่ในเขตสุขาภิบาลท้ายเหมือง
มีทางแยกขวาเข้าไปอีก 1.5 กิโลเมตร จากนั้นเข้าถนนเลียบชายหาดไปอีก
5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ชายหาดท้ายเหมืองเป็นหาดทรายสะอาด
ขนานไปกับทางหลวงแผ่นดิน มีความยาวกว่า 13 กิโลเมตร น้ำทะเลใส
เล่นน้ำได้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่
จึงมีกิจกรรมเดินดูเต่าไข่ใน ตอนกลางคืนเดือนหงาย และช่วงที่ไข่เต่าฟักเป็นตัว
จะมีการปล่อยเต่าลงทะเล เรียกว่า ประเพณีปล่อยเต่า มีในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี
ทุ่งเสม็ด ทางตอนกลางของหาดท้ายเหมือง
เป็นป่าเสม็ดขาวล้วน ในพื้นที่ 1,000 ไร่ สภาพดินเป็นทรายขาวละเอียด
น้ำตกโตนไพร เป็นน้ำตกที่มีความสูงใหญ่
เกิดจากเขาโตนย่านไทร สภาพป่าโดยรอบร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่
การเดินทาง จากอำเภอท้ายเหมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณกิโลเมตรที่
28-29 ให้เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 7 กิโลเมตร
น้ำตกลำปี เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 4
ชั้น ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาลำปี ชั้นล่างเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่
มีน้ำตลอดปี ในฤดูฝนจะมีประชาชนนิยม ไปพักผ่อนกันมาก การเดินทาง
จากอำเภอท้ายเหมือง ตามทางหลวงหมายเลข 4 บริเวณกิโลเมตรที่
32-33 จะมีทางแยกให้เลี้ยวขวา เข้าไป 2 กิโลเมตร
ที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว จำนวน 3
หลัง พักได้ 5-10 คน ราคา 800-1,000 บาท เต็นท์ ให้เช่าสำหรับ
2-5 คน ราคา 100-200 บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเอง เสียค่าพื้นที่กางเต็นท์
คนละ 20 บาท/คืน นักท่องเที่ยวจะต้องนำอาหารมาเอง ทางอุทยานฯ
ไม่มีร้านค้าสวัสดิการ ติดต่อรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง
อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา 82120 หรือ ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล
กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2918-22
การเดินทาง จากตัวเมืองพังงาใช้เส้นทางสายพังงา-ท้ายเหมือง
ระยะทาง 56 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกตลาดท้ายเหมืองประมาณ
6 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ แต่หากเดินทางโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯ
ใช้เส้นทาง ถนนเพชรเกษมผ่านอำเภอตะกั่วป่า แล้วใช้เส้นทางสายตะกั่วป่า-ท้ายเหมือง
ประมาณ 66 กิโลเมตร ก็จะถึงสี่แยกตลาดท้ายเหมือง
บ่อน้ำพุร้อน บ้านบ่อดาน อยู่ตำบลบ่อดาน
ห่างจากตัวเมืองพังงา 43 กิโลเมตร ตามเส้นทางพังงา -โคกกลอย
เมื่อถึงสี่แยกโคกกลอย ขับตรงไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นป้ายบ่อน้ำพุร้อนให้เลี้ยวขวาเข้าไปอีก
3 กิโลเมตร น้ำพุร้อน บ้านบ่อดาน เป็นของเอกชน รอบบริเวณจัดเป็นสวนสวยงามร่มรื่น
มีน้ำแร่อุ่น ๆ ไหลวนเวียนอยู่ในสระเหมาะสำหรับ การแช่เพื่อการพักผ่อนคลาย
ความเครียด บรรเทาอาการปวดข้อ กระดูก เหน็บชา ตลอดจนบำรุงผิวพรรณ
และเส้นผม เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น.
อัตราค่าบริการ ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 20 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร. 0 7658 1115, 0 7658 1360
ศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์
อยู่ในกองทัพเรือภาค 3 หมู่บ้านทับละมุ ตำบลลำแก่น ฐานทัพเรือพังงาตั้งขึ้นเพื่อ
ให้ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ใต้ทะเลแก่นักท่องเที่ยว
และประชาชนทั่วไป เป็นอาคาร 2 ชั้น แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความ
สำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมทางทะเล การฉายสไลด์มัลติวิชั่นเกี่ยวกับ
ใต้ทะเลอันดามัน ศูนย์ฯ แห่งนี้ เปิดบริการทุกวัน ไม่เสียค่าเข้าชม
ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. และทางศูนย์ฯ มีบริการที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 7644 3299-300
บ่ออนุบาลเต่า กองทัพเรือ ภาค 3 อยู่ใกล้
ๆ ศูนย์อนุรักษ์อุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์
เป็นบ่ออนุบาลและเพาะเลี้ยงเต่าทะเล ที่สำคัญแห่งหนึ่งทางฝั่งทะเลอันดามัน
มีทั้งเต่าตนุ เต่ากระ และเต่าหญ้า เปิดให้เข้าชมในวัน
และเวลาราชการ
วัดสุวรรณคูหา ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลกระโสม
ตามทางหลวงหมายเลข 4 (พังงา-ภูเก็ต) ห่างจากตัวเมืองพังงาประมาณ
9 กิโลเมตร บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 30 จะมีถนนลาดยาง แยกเข้าขวามือไปอีก
1 กิโลเมตร วัดสุวรรณคูหานี้ชาวบ้านทั่วไป เรียกว่า "วัดถ้ำ"
เป็นวัดสำคัญของจังหวัดพังงา เนื่องจากเป็นโบราณสถาน ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์
และทางโบราณคดี บริเวณที่ตั้งวัดมีภูเขา ซึ่งมีถ้ำใหญ่น้อย
ถ้ำที่สำคัญ ได้แก่ ถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด และถ้ำแก้ว
โดยถ้ำใหญ่อยู่ตอนล่างสุด ตลอดความยาวของถ้ำประดับ ตกแต่งด้วยกระเบื้อง
ถ้วย จานเชิงลายคราม และเบญจรงค์ ถ้ำใหญ่นี้ใช้เป็นวิหารมีพระพุทธรูปต่าง
ๆ ประดิษฐานอยู่หลายองค์ ที่สำคัญคือ พระพุทธไสยาสน์ มีความงดงามมาก
นอกจากนั้นยังมีพระปรมาภิไธยย่อ ของพระเจ้าแผ่นดิน และพระราชวงศ์หลายพระองค์
เช่น จปร. ปปร. ภปร. รพ. เป็นต้น นอกจากนั้นบริเวณหน้าถ้ำยังเป็นที่อยู่อาศัย
ของฝูงลิงจำนวนมากที่ลงมาหาอาหาร เก็บค่าเข้าชมเฉพาะชาวต่างชาติ
คนละ 10 บาท
วนอุทยานน้ำตกรามัญ อยู่ตำบลกระโสม
ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาโตนดิน มีพื้นที่ประมาณ
125 ไร่ วนอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำไหลตลอดทั้งปี
เหตุที่มาของชื่อน้ำตกรามัญ คือ เมื่อสงครามเก้าทัพ ได้มีชาวมอญกลุ่มหนึ่งหนีทัพพม่า
ขึ้นไปตั้งชุมชนตรงชั้นบนสุด ของน้ำตกแห่งนี้ ชาวบ้านจึงรียกว่า
"น้ำตกรามัญ" บริเวณต้นน้ำมีลักษณะเป็นเทือกเขา
เรียงรายติดต่อกัน สภาพป่าค่อนข้างสมบูรณ์เป็นป่าดงดิบ
วนอุทยานฯ ในส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ประกอบด้วยธารน้ำขนาดกลางไหล
จากป่าต้นน้ำผ่านหุบเขา และพื้นที่ต่างระดับทำให้เกิดน้ำตกชั้นต่าง
ๆ หลายชั้น นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่า ได้แก่ เลียงผา สมเสร็จ
ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน ตะพาบน้ำ ปลาซิว ปลาพรวงหิน ปลาเสือ
วนอุทยานฯ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติด้วย นอกเหนือจากน้ำตกรามัญ
ยังมีน้ำตกอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีก เช่น โตนใต้ เป็นน้ำตกชั้นล่างสุด
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ตีนล่าง โตนขอนปัก มีลักษณะเป็นสระน้ำขนาดกลาง
มีความลึกพอสมควร เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ โตนไอ้จุ่น มีลักษณะเหมือนชั้นที่
2 สามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดทั้งปี โตนกลาง เป็นชั้นที่มีธารน้ำตกสูงพอสมควร
มีความสวยงาม และเหมาะสำหรับเล่นน้ำใต้ธารน้ำตก โตนหินราว
เป็นชั้นน้ำตกที่มีความลึกมาก โตนสาวงาม เป็นน้ำตกชั้นสุดท้ายที่มีความสวยงามเช่นกัน
ที่พัก วนอุทยานฯ ไม่มีบริการบ้านพัก แต่มีสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว
โดยจะต้องนำเต็นท์ เตรียมเครื่องนอน-อุปกรณ์ ในการพักแรมมาเอง
และมีบริการร้านค้าสวัสดิการ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30
น. การเดินทาง รถยนต์ จากตัวเมืองพังงาไปตาม ทางหลวงหมายเลข
4 ถนนเพชรเกษม ไปทางตำบลกระโสม ห่างจากตัวเมืองประมาณ
11 กิโลเมตร มีทางแยกขวาเข้าสู่วนอุทยานฯ อีก 6 กิโลเมตร
หรือจากอำเภอตะกั่วทุ่ง ตามทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 10
กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่วนอุทยานฯ รถประจำทาง สามารถจะเช่าเหมา
ได้จากตลาดในอำเภอเมืองไปวนอุทยานฯ ได้
ชายทะเลท่านุ่น อยู่เชื่อมระหว่างสะพานสารสิน
- สะพานเทพกษัตรี ระหว่างจังหวัดพังงาและภูเก็ต จากทางหลวงหมายเลข
4 ตรงเข้าสู่จังหวัดภูเก็ต โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 402
ก่อนถึงเกาะภูเก็ตบริเวณช่องแคบปากพระ จะแลเห็นหาดทรายทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
ที่หาดทรายนี้ทุก ๆ ปี จะมีเต่าขึ้นมาวางไข่อยู่เสมอ
เกาะยาว มีพื้นที่ประมาณ 137.6 ตารางกิโลเมตร
ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เกาะยาวนี้ประกอบด้วยเกาะ
2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ล้อมรอบด้วยเกาะเล็ก
ๆ มีชายหาดและอ่าวที่น่าสนใจ ได้แก่
หาดป่าทราย อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะยาว
บนเกาะยาวน้อยประมาณ 7 กิโลเมตร หาดทรายขาวสะอาด มีทิวไม้ร่มรื่น
สามารถลงเล่นน้ำได้โดยปลอดภัย สามารถมองเห็นทิวทัศน์เกาะต่าง
ๆ ของจังหวัดกระบี่
หาดท่าเขา อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะยาวน้อย
5 กิโลเมตร หาดทรายมีหินเล็ก ๆ หลากลวดลาย ห่างจากฝั่งออกไปเล็กน้อยมีเกาะเล็ก
ๆ ยามน้ำแห้งสามารถเดินไปเที่ยวเกาะ เหล่านี้ได้สะดวก
บนเกาะมีไม้ป่า และกล้วยไม้ขึ้นอยู่ทั่วไป
อ่าวตีกุด อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ เป็นอ่าวที่มีหาดทรายขาวสะอาด
ทางทิศเหนือของอ่าวเป็นแหลมที่มีทิวทัศน์สวยงาม ชายฝั่งร่มรื่นด้วยทิวสน
อ่าวคลองสน อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ หาดทรายขาวสะอาดร่มรื่นไปด้วยทิวสน
ทางด้านซ้ายมือมีโขดหิน และก้อนหินเล็ก ๆ หลากสีสวยงาม
อ่าวนี้เล่นน้ำ และดำน้ำชมปะการังได้
อ่าวหินกอง อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ มีหาดร่มรื่นด้วยไม้เคียม
มีลูกปลากระเบนอาศัยอยู่จำนวนมาก ไม่เหมาะกับการลงเล่นน้ำ
ที่อ่าวนี้ยังมีชาวบ้านมุสลิมทำ อาชีพหาปลาอาศัยอยู่
อ่าวล้าน อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ มีหาดทรายสวยงาม
สามารถลงเล่นน้ำได้ ทางทิศเหนือของแหลมเป็นหน้าผาชัน เดินทางทางเรือสะดวกที่สุด
อ่าวทราย อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ มีหาดทรายขาวละเอียด
สามารถเล่นน้ำได้
เกาะโละปาแรด อยู่ที่เกาะยาวใหญ่ เป็นหาดทรายที่ร่มรื่นด้วยสวนมะพร้าว
หาดทรายขาวละเอียดเป็นแนวยาวเหยียด ทางเหนือของอ่าวมีแหลมที่มีโขดหินสวยงาม
ลงเล่นน้ำทะเลได้
แหลมนกออก ตั้งอยู่ที่เกาะยาวใหญ่
มีหาดทรายที่มีโขดหิน และก้อนหินหลากสีสวยงาม สามารถเล่นน้ำได้
นอกจากนั้นบนเกาะยาวใหญ่มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการ สัมผัสวิถีชีวิตแบบพื้นบ้าน
ร่วมกิจกรรมกับชาวบ้าน เช่น การออกไปจับปลา จับหอยแครง
ขี่จักรยานเที่ยวศึกษาเส้นทางธรรมชาติ สอบถามข้อมูลได้ที่
ชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เกาะยาวน้อย โทร. 0 7659
7428, 0 7659 7244 และบนเกาะมีที่พักเอกชนบริการอีกด้วย
เช่นเดียวกับเกาะยาวน้อยก็มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ สอบถามได้ที่
คุณสำเริง ราเขต โทร. 0 7659 7244 หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะยาวน้อย
โทร. 0 7659 7122 การเดินทาง ไปเกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่
สามารถเดินทางได้ทั้งจากจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่
แต่การเดินทางจากจังหวัดภูเก็ต จะสะดวกที่สุด
การเดินทางไปเกาะยาวน้อย
จังหวัดภูเก็ต เที่ยวไป มีเรือออกจากท่าเรือบางโรง ตำบลป่าคลอก-เกาะยาวน้อย
(ท่าเรือสุขาภิบาล) เวลา 11.00 น. 12.00 น. 13.00 น. 14.30
น. และ 17.00 น. เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะยาวน้อย-ท่าเรือบางโรง
เวลา 07.00 น. และ 07.30 น. อัตราค่าเรือคนละ 40 บาท/เที่ยว
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที หรือเช่าเหมาเรือหางยาว
ราคา 800-1,000 บาท และมีเรือเร็วขนาดต่าง ๆ ราคาเช่าเหมาลำละ
4,000-6,000 บาท/เที่ยว
จังหวัดกระบี่ เที่ยวไป จากท่าเรือท่าเลน-เกาะยาวน้อย
มีเรือออกวันละ 3 เที่ยว เวลา 12.00 น. 13.00 น. (เรือจอดท่าเรือท่าเขา)
และ 15.00 น. (เรือจอดท่าเรือมาเนาะ) เที่ยวกลับ จากเกาะยาวน้อย
-ท่าเรือท่าเลน มีเรือเมล์วันละ 2 เที่ยว เวลา 07.30 น.
(เรือจอดท่าเรือท่าเขา) และเวลา 08.30 น. (เรือจอดท่าเรือมาเนาะ)
ใช้เวลาในการเดินทาง 30 นาที ค่าเรือเที่ยวละ 50 บาท และจากท่าเรือท่าเลนนักท่องเที่ยว สามารถนั่งรถสองแถวมาขึ้น รถโดยสารประจำทาง ที่สถานีขนส่งกระบี่
ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารคนละ 30 บาท
จังหวัดพังงา เที่ยวไป จากท่าเรือท่าด่านศุลกากร-เกาะยาวน้อย
(ท่าเรือมาเนาะหรือท่าเรือสุขาภิบาล ขึ้นอยู่กับน้ำขึ้นน้ำลง)
มีเรือออกวันละ 1 เที่ยว เวลา 12.00 น. เที่ยวกลับ จากเกาะยาวน้อย-ท่าเรือท่าด่านศุลกากร
มีเรือออกเวลา 07.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง
ค่าโดยสารคนละ 80 บาท และมีเรือให้เช่าเหมาลำ ราคา 1,000-1,500
บาท สามารถเช่าเรือได้ที่ท่าเรือท่าด่านศุลกากร
การเดินทางไปเกาะยาวใหญ่
จังหวัดภูเก็ต เที่ยวไป จากท่าเรือเทียนสิน ถนนศรีสุทัศน์
จังหวัดภูเก็ต-เกาะยาวใหญ่ (ท่าเรือโล๊ะจาก) มีเรือออกเวลา
10.00 น. และ 14.00 น. ใช้เวลา 1 ชั่วโมง และ เที่ยวกลับ
เรือออกจากท่าเรือโล๊ะจาก-ท่าเรือเทียนสิน เวลา 12.00
น. ค่าโดยสารคนละ 50 บาท/เที่ยว นอกจากนั้นจากเกาะยาวน้อย สามารถเดินทางมาเกาะยาวใหญ่ได้
จากเกาะยาวน้อย ขึ้นเรือที่ท่าเรือมาเนาะ ถึงเกาะยาวใหญ่
ขึ้นเรือที่ท่าเรือบ้านช่องหลาด หรือท่าเรือคลองเหีย ค่าโดยสารคนละ
10 บาท ใช้เวลาเดินทาง 10 นาที
เกาะไข่ เป็นเกาะเล็ก ๆ สองเกาะ เรียกว่า
เกาะไข่นอก เกาะไข่ใน ทั้งสองเกาะมีหาดทรายขาว น้ำทะเลใสมีปลาหลากชนิด
สีสันสวยงามว่ายอยู่ใกล้ ๆ ชายหาด มีปะการังสวยงาม การเดินทางไปเกาะไข่สามารถซื้อทัวร์ได้จากบริษัทนำเที่ยว
หรือเช่าเรือได้จากท่าเรือเกาะสิเหร่ ท่าเรือแหลมหิน หรืออ่าวฉลอง
ในจังหวัดภูเก็ต
ถ้ำพุงช้าง อยู่ภายในบริเวณวัดประจิมเขต
หลังศาลากลางจังหวัด ถนนเพชรเกษม เป็นถ้ำใหญ่ที่อยู่ใจกลาง
เขาช้างบริเวณที่เรียกว่า "พุงช้าง" เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ที่สร้างความยิ่งใหญ่ของหินงอกหินย้อย ให้ประทับใจตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น
การเที่ยวถ้ำพุงช้าง ถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย นักท่องเที่ยวจะต้องเดินลุยน้ำ
นั่งแพ และนั่งเรือแคนนู เพื่อเข้าไปชมหินงอกหินย้อยที่เป็นฝีมือธรรมชาติ
หินงอกหินย้อยมีลักษณ ะของช้างหลากรูปแบบที่แปลกตา ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นหินงอกหินย้อยรูปช้างร้อย ๆ เชือกเดินตามกันเป็นวงรอบ
หินงอกรูปช้างนั่งอยู่ใต้ฉัตรภายในถ้ำ บันไดสีทองเกิดจากหินงอกอันวิจิตร
ยิ่งเมื่อถูกแสงไฟจะเป็นประกาย สวยงามมาก การเดินเที่ยวถ้ำพุงช้างใช้เวลาประมาณ
1 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถติดต่อบริษัท ทองแท้
ซี แคนู จำกัด โทร. 0 7626 4320, 0 7641 2292
ล่องแก่งน้ำตกโตนปริวรรต เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ตื่นเต้นสนุกสนานผจญภัย
มีแก่งเล็กใหญ่จำนวนมากที่นักล่องแก่งจะต้องประทับใจ ท่ามกลางสายน้ำที่ไหลแรงเป็นคลื่นระรอกแล้วระรอกเล่า
ผ่านป่าร่มรื่นด้วนต้นไม้ใหญ่ และป่าไม้นานาชนิด สามารถล่องแก่งได้ตลอดปี |