นครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่มีเสน่ห์น่าไปเยือนมากเมืองหนึ่ง
นอกจากจะมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม เช่นเขาหลวง
หรือชุมชนพัฒนาตัวอย่างที่บ้านคีรีวง และเมืองนครฯยังเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรม
ทั้งหนังตะลุง โนรา มีแฝงไว้ด้วยคติธรรม และเป็นเมืองพุทธในแดนใต้
พระมหาธาตุวรมหาวิหาร มรดกทางวัฒนธรรมที่เมืองนครมีอยู่
ในปัจจุบันนั้นได้รับการสั่งสมความเป็น มาทางประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า
1800 ปี
"ตามพรลิงค์" คือแคว้นที่เคยตั้งอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชปัจจุบัน
ได้รับการบันทึกอยู่ในเอกสารมิลินทปัญหา ของอินเดียตั้งแต่
พุทธศตวรรษที่ 5 และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่พ่อค้า จากอินเดีย
จีน ตะวันออกกลาง ด้วยเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรที่กั้นน่านน้ำทั้งสองด้าน
จึงเหมาะที่จะเป็นเส้นทาง แลกเปลี่ยนสินค้าจากทั้งสองฝั่งสมุทร
และประกอบกับมีอ่าวที่เป็นท่าจอดเรือได้ พร้อมกันนั้นศาสนาพราหมณ์ก็ได้แพร่
ขยายเข้ามาด้วย พบหลักฐานมากในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11-14
ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 14-16 อาณาจักรศรีวิชัยที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองครหิไชยา
มีอำนาจ ปกครองเหนือดินแดนแถบคาบสมุทร พุทธศาสนานิกายมหา
ยานจึงได้แพร่เข้ามาที่แคว้นตามพรลิงค์ด้วย
เมื่อเข้าสู่พุทธศตวรรษที่ 17-18 แคว้นตามพรลิงค์รุ่งเรืองสูงสุด
ผู้ครองแคว้นตั้งตนเป็นกษัตริย์ ทรงนามพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
พร้อมกันนั้นได้สถาปนา ราชวงศ์ปทุมวงศ์ และแผ่อิทธิพล รวมทั้งพุทธศาสนาไปยังเมืองต่างๆ
ในภาคใต้ จนเป็นที่ยอมรับว่านครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยนั้น
เมืองนครศรีธรรมราช หรือ นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม
รุ่งเรืองอยู่ประมาณร้อยกว่าปี และเสื่อมลงเมื่อยกทัพไปตีเมืองลังกา
และโจรชวาถือโอกาสเข้าปล้นเมืองถึง 3 ครั้งประกอบกับเกิดไข้ห่าระบาด
จึงเป็นเหตุให้บ้านเมืองถูกทิ้งร้าง จนกระทั่งสมัยอยุธยา
ผู้คนเริ่มกลับมาตั้งบ้านเมืองใหม่อีกครั้ง และนครศรีธรรมราชได้กลายมาเป็นหัวเมือง ฝ่ายใต้ของราชอาณาจักรอยุธยา
ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ในช่วงรัชกาลที่ 5 ได้มีการแก้ไขการปกครองหัวเมืองปักษ์ใต้ใหม่
นครศรีธรรมราชได้เปลี่ยนฐานะ เป็นมณฑลนครศรีธรรมราช ในปี
พ.ศ. 2439 จนกระทั่ง พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
จึงได้ยุบมณฑลนครศรีธรรมราช และเปลี่ยนมาเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและอ่าวไทย
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดพัทลุง สงขลา
ทิศตะวันออก ติดกับชายทะเลฝั่งอ่าวไทย
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดตรัง และกระบี่
การเดินทาง
รถยนต์ เส้นทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร
แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช
หรือถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงหมายเลข
401 เลียบชายฝั่งทะเลไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง
780 กิโลเมตร
รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง มีขบวนรถเร็ว
และรถด่วน ไปนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 832 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 หรือจองบัตรโดยสารรถไฟได้ที่
โทร. 0 2220 4444 www.railway.co.th สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช
โทร. 0 7535 6364, 0 7534 6129
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด
มีบริการรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้
ถนนบรมราชชนนี สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2435 1199
(รถปรับอากาศ) และโทร. 0 2434 5558 (รถโดยสารธรรมดา) www.transport.co.th
สถานีขนส่งนครศรีธรรมราช โทร. 0 7534 1125 อำเภอขนอม มีรถวี
ไอ พี ปรับอากาศ ชั้น 1 ขนอม-กรุงเทพฯ รถออกจากขนอม เวลา
17.30 น. และ 18.00 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 04.00 น. และกรุงเทพฯ-ขนอม
มีรถออกจากกรุงเทพฯ เวลา 19.30 น. และ 20.30 น. ถึงขนอม
เวลา 05.30 น. และ 07.00 น. ตามลำดับ สอบถามข้อมูลได้ที่
บริษัท ทรัพย์ไพศาล จำกัด โทร. 0 7552 8323
เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด
(มหาชน) มีเที่ยวบินไป/กลับ กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ช่วงเช้าทุกวัน
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1566, 0 2280 0060, 0 2628
2000 หรือ สำนักงานนครศรีธรรมราช โทร. 0 7534 2491, 0
7534 3874 www.thaiairways.com และ พีบี แอร์ (PB Air)
มีเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ช่วงเย็นทุกวัน
สอบถามข้อมูลได้ที่ โทร. 0 2261 0220-5, 0 7531 3030
การคมนาคมภายในตัวจังหวัด มีรถสองแถววิ่งบริการรอบเมือง
และจากนครศรีธรรมราชไปสู่จังหวัดข้างเคียง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งรถตู้
รถแท็กซี่ รถโดยสาร และรถไฟ
การเดินทางจากอำเภอเมืองนครศรีธรรมราชไปยังอำเภอต่างๆ
ขนอม 100 กิโลเมตร
จุฬาภรณ์ 50 กิโลเมตร
ฉวาง 71 กิโลเมตร
เฉลิมพระเกียรติ 22 กิโลเมตร
ชะอวด 71 กิโลเมตร
เชียรใหญ่ 52 กิโลเมตร
ถ้ำพรรณรา 103 กิโลเมตร
ท่าศาลา 28 กิโลเมตร
ทุ่งสง 55 กิโลเมตร
ทุ่งใหญ่ 102 กิโลเมตร
นาบอน 72 กิโลเมตร
บางขัน 94 กิโลเมตร
ปากพนัง 36 กิโลเมตร
พรหมคีรี 21 กิโลเมตร
พิปูน 93 กิโลเมตร
พระพรหม 75 กิโลเมตร
ร่อนพิบูลย์ 32 กิโลเมตร
ลานสกา 21 กิโลเมตร
สิชล 66 กิโลเมตร
หัวไทร 66 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอช้างกลาง 50 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอนบพิตำ 52 กิโลเมตร
การเดินทางจากนครศรีธรรมราชไปยังจังหวัดใกล้เคียง
กระบี่ 336 กิโลเมตร
ตรัง 123 กิโลเมตร
พัทลุง 112 กิโลเมตร
สงขลา 161 กิโลเมตร
สุราษฎร์ธานี 134 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยว
วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน
ตำบลในเมือง วัดพระมหาธาตุเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร
เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง
ของภาคใต้และประเทศไทย ตามตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช
กล่าวว่า เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน
ณ หาดทรายแก้วและสร้างเจดีย์องค์เล็ก ๆ เป็นที่หมายไว้
ต่อมาในปีมหาศักราช 1098 (พ.ศ.1719) พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
ทรงสร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น พร้อมการก่อสร้างเจดีย์ขึ้นใหม่
พระบรมธาตุเจดีย์มีลักษณะรูปแบบ ศิลปกรรมเป็นเจดีย์ทรงลังกาสูง
55.78 เมตร (กรมศิลปากรวัดเมื่อการบูรณะปลียอดทองคำเมื่อ
พ.ศ. 2538) จากฐานบัวคว่ำบัวหงายถึงปลียอด 6.80 เมตร ใช้ทองคำเนื้อสิบหุ้มโดยรอบ
ภายในวัดพระมหาธาตุฯ มีวิหารที่มีความสำคัญหลายหลัง ประดิษฐานอยู่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
พระวิหารหลวง มีความงามตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา นอกจากนั้นยังมี
วิหารสามจอม วิหารที่มีพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ชื่อว่า
"พระศรีธรรมาโศกราช" ประดิษฐานอยู่ วิหารพระมหาภิเนษกรมน์
(วิหารพระทรงม้า) วิหารทับเกษตร ส่วน วิหารเขียน และวิหารโพธิ์ลังกานั้นเป็นสถานที่จัดแสดง
โบราณวัตถุที่พุทธศาสนิกชนถวายเป็นพุทธบูชา
พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานภายในหอพระพุทธสิหิงค์
บริเวณศาลากลางจังหวัด เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ตามตำนานกล่าวว่า
พระมหากษัตริย์ลังกาโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 700 และมาอยู่ประเทศไทยในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ปัจจุบันพระพุทธ สิหิงค์ในประเทศไทยมีอยู่ 3 องค์ คือ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่
และหอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช หอพระพุทธสิหิงค์นี้เดิมเป็นหอ
พระประจำวังของเจ้าพระยานคร (น้อย) ภายในหอแบ่งเป็นสองตอน
ตอนหน้าเป็นที่ประดิษฐานองค์ พระพุทธสิหิงค์และพระลากเงิน
พระลากทอง ส่วนหอตอนหลังเป็นที่บรรจุอัฐิของสกุล ณ นคร
หอพระอิศวร อยู่ริมถนนราชดำเนิน เป็นโบราณสถาน
ในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ซึ่งถือ
เป็นสัญลักษณ์ของพระอิศวร และฐานโยนิ รวมทั้งเทวรูปสำริดอีกหลายองค์
อาทิ เทวรูปศิวนาฏราช พระอุมา และพระพิฆเนศ ปัจจุบันเทวรูปสำริดในหอพระอิศวรเป็นของจำลอง
ของจริงได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช
หอพระนารายณ์ ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน
ตรงข้ามหอพระอิศวรเป็นโบราณสถาน ในศาสนาพราหมณ์อีกแห่งหนึ่ง
อาคารหอพระนารายณ์เดิม ไม่สามารถสืบทราบรูปแบบได้แล้ว
สิ่งที่พบภายในหอพระนารายณ์ ได้แก่ เทวรูปพระนารายณ์สลักจากหินทราย
สีเทาทรงหมวกรูปกระบอกปลายสอบ และพระหัตถ์ขวาทรงสังข์
มีอายุราวพุทธศตวรรษ ที่ 10-11 นับเป็นเทวรูปที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาตินครศรีธรรมราช
โบราณวัตถุที่ตั้งแสดงอยู่ในหอพระนารายณ์ขณะนี้คือ เทวรูปพระนารายณ์จำลองจากองค์จริง
ที่พบในแหล่งโบราณคดีแถบอำเภอสิชล
พระวิหารสูง หรือหอพระสูง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง
ของเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองโบราณ นครศรีธรรมราชด้านทิศเหนือ
ในบริเวณสนามหน้าเมือง ใกล้สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ถนนราชดำเนิน เรียกชื่อตามลักษณะของการก่อสร้างของ พระวิหารซึ่งสร้างบนเนินดินที่สูงกว่าพื้นปกติถึง
2.10 เมตร ไม่ปรากฏหลักฐานแสดงประวัติอย่างแท้จริง แต่สามารถสันนิษฐานจากลักษณะของสถาปัตยกรรม
และจิตรกรรมฝาผนังว่าสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภายในพระวิหารประดิษฐาน
พระพุทธรูปปูนปั้นแกนดินเหนียว สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่
23-24 หรือในสมัยอยุธยาตอนปลาย
กุฏิทรงไทย หรือ กุฎิร้อยปี ตั้งอยู่ในวัดวังตะวันตก
ริมถนนราชดำเนิน ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อครั้งเจ้าจอมมารดาปรางประทับอยู่ที่วังตะวันออก
โปรดให้ปรับปรุงป่าขี้แรด ตรงข้ามกับวังตะวันออกให้เป็นอุทยานวังตะวันตก
ครั้นเจ้าจอมมารดาปรางสิ้นชีพิตักษัยลง เจ้าพระยานคร (น้อย)
ผู้บุตรได้ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ปลงพระศพ และสร้างขึ้นใหม่ให้เป็นวัดวังตะวันตก
คู่กับวังตะวันออก ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2431 พระครูกาชาด (ย่อง)
พร้อมด้วยสานุศิษย์ได้สร้างกุฎิขึ้นหมู่หนึ่ง ด้วยประสงค์เพื่อ
"เปลื้องธุระสงฆ์ที่วังวนด้วยจากฟากฝา แลจะได้อยู่อาไสยเอาเรียนพระธรรม์
บำรุงพุทธศาสนาให้จิรัง" โดยใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง
13 ปี เป็นกุฎิไม้ทรงไทยเรือนเครื่องสับ 3 หลัง มีหลังคาจั่ว
แต่ละหลังคาคลุมเชื่อมต่อกัน ตัวเรือนฝาปะกน ตามประตู
หน้าต่างและช่องลม ประดับด้วยลวดลายที่เป็น เอกลักษณ์ของเมืองนคร
ปี พ.ศ. 2535 สมาคมสถาปนิกสยามคัดเลือกกุฏิ วัดวังตะวันตกให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น
ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม
วัดสวนหลวง ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน
ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช อยู่ภายในเขตเมืองพระเวียงอันเป็นเมืองโบราณ
วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป ที่มีพุทธลักษณะงดงามนามว่า
สมเด็จเจ้าแม่ลาวทอง ปางอุ้มบาตร และเป็นพระพุทธรูปสำคัญ
ในงานประเพณีลากพระในเทศกาลออกพรรษา โดยจะอัญเชิญสมเด็จเจ้าแม่ลาวทองประดิษฐานบน
"นมพระ" หรือ "พนมพระ" (บุษบก) และชักลากไปทั่วเมืองเพื่อ
ให้พุทธศาสนานิกชนได้ร่วมบุญด้วยการ "ลากพระ"
ตามประเพณีโบราณที่สืบทอดกันมา และพระอุโบสถในวัดสวนหลวงนั้น
เป็นพระอุโบสถสมัยอยุธยา โดยมีภาพปูนปั้นฝีมือช่างท้องถิ่น
เกี่ยวกับพุทธประวัติประดับอยู่ผนังภายใน พระอุโบสถ
วัดสวนป่าน อยู่ใกล้สามแยกหอนาฬิกา
ถนนศรีธรรมโศก ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับ สมัยรัชกาลที่
5 เสด็จมาประทับที่วัดสวนป่าน เมื่อครั้งเสด็จกลับจากประเทศอินโดนีเซีย
เมื่อปี พ.ศ.2441 และภาพพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ผลงานของ
แนบ ทิชินพงศ์ ผู้มีผลงานดีเด่นด้านศิลปของนครศรีธรรมราช
วาดเสร็จตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ผู้สนใจชมต้องติดต่อกับทางวัดเพื่อเปิดประตูโบสถ์
สำนักวิปัสสนากรรมฐานวัดชายนา ตั้งอยู่ที่ถนนพัฒนาการทุ่งปรัง
หลังวัดท้าวโคตร เป็นสถานที่ที่มีการสอนวิปัสสนากรรมฐาน
แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้เริ่มดำเนินการ
เพื่อให้เป็นสาขาของวัดสวนโมกข์ บรรยากาศในวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่
เก๋งจีนวัดแจ้ง ตัวอาคารเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนรูปทรง
อย่างอาคารจีนภายในประดิษฐานบัว บรรจุอัฐิของเจ้าพระยานคร
(หนู) และหม่อมทองเหนี่ยวผู้เป็นชายา ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตวิทยาลัยสงฆ์
ภาคทักษิณซึ่งอยู่ในวัดแจ้ง ถนนราชดำเนิน
เก๋งจีนวัดประดู่ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดประดู่
ถนนราชดำเนินใกล้สนามกีฬาจังหวัด สร้างสมัยต้น รัตนโกสินทร์
มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็น แบบจีนเช่นเดียวกับเก๋งจีนวัดแจ้ง
โดยเป็นที่ประดิษฐานอัฐิเจ้าพระยานคร (น้อย) ผู้เป็นบุตรของเจ้าพระยานคร
(หนู)
เจดีย์ยักษ์ อยู่ริมถนนศรีปราชญ์ ข้างสำนักงานเทศบาลนครศรีธรรมราช
เป็นเจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ
ทรงเจดีย์เป็นแบบลังกา สันนิษฐานว่าชาวลังกาที่สร้างพระบรมธาตุเป็นผู้สร้างราว
พ.ศ. 1800-1900 มีการซ่อมสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
แต่ก่อนองค์เจดีย์ทรุดโทรมมากและยอดหัก กรมศิลปากรได้ซ่อมแซมในปี
พ.ศ. 2518-2522 ด้านหน้าพระเจดีย์มีวิหารประดิษฐาน พระพุทธรูปปั้นนั่งองค์ใหญ่
สมัยอยุธยา เรียกพระเงินหรือหลวงพ่อเงิน
บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน เลขที่
10/18 ถนนศรีธรรมโศก ซอย 3 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
(Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2539 รางวัลดีเด่นประเภทวัฒนธรรม
และโบราณสถาน บริเวณบ้านหนังตะลุงได้จัดแบ่ง เป็นพิพิธภัณฑ์หนังตะลุง
จัดแสดงหนังตะลุงประเภทต่าง ๆ สาธิตการแกะรูปหนังตะลุง
มีเวทีสาธิตหนังตะลุงอย่างครบวงจร นักท่องเที่ยวและผู้สนใจสามารถ
เข้าชมและศึกษาศิลปวัฒนธรรมได้ทุกวัน โทร. 0 7534 6394
กำแพงเมือง อยู่ริมถนนราชดำเนิน เป็นกำแพงที่ซ่อมขึ้นใหม่ตามรูปเดิม
ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และได้รับการบูรณะเพิ่มเติมขึ้นอีกในปี
พ.ศ. 2533 เป็นแนวขนานไปกับคูเมือง ตั้งแต่ป้อมประตูชัยเหนือ
หรือประตูชัยศักดิ์ ไปทางตะวันออก ยาวประมาณ 100 เมตร
สนามหน้าเมือง ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือ
เป็นสนามรบในอดีต ต่อมากลายเป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรม
และกิจกรรมทั้งของรัฐและราษฎร เช่น เคยใช้เป็นที่สร้างพลับพลารับ
เสด็จพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลต่าง ๆ เป็นที่ประกอบพิธีสงกรานต์
ฝึกทหาร และยุวชนทหาร และจัดงานประเพณีที่สำคัญ ของชาวนครรวมทั้งงานรื่นเริงอื่น
ๆ บริเวณที่อยู่ใกล้หอพระสูงมีอาคาร สถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่สร้างแล้วเสร็จเมื่อ
พ.ศ. 2469 ชื่ออาคารศรีธรรมราชสโมสร ปัจจุบันคือ สำนักงาน
ททท. ภาคใต้ เขต 2 สมาคมสถาปนิกสยามได้มอบรางวัลดีเด่นด้านอนุรักษ์สถาปัตยกรรม
ประจำปี 2537 และทางด้านหลังสำนักงาน ททท. คือ ถนนท่าช้าง
ได้ชื่อว่าเป็นถนนหัตถกรรม เพราะมีอาคารร้านค้าจำหน่าย
ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมนานาชนิด อันเป็นเอกลักษณ์ เก่าแก่ของเมือง
นครศรีธรรมราชมาช้านาน
ศาลาโดหก หรือศาลาประดู่หก อยู่ริมถนนราชดำเนิน
เดิมเป็นศาลา นอกกำแพงเมืองตรงประตูชัยเหนือ อันเป็นที่พักของคนเดินทาง
ซึ่งเข้าเมืองไม่ทัน เพราะประตูเมืองปิดเสียก่อน ศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างต้นประดู่
(ต้นโด) หกต้น ชาวนครเรียกว่า "หลาโดหก" ศาลาหลังที่มีอยู่ทุกวันนี้สร้างขึ้นใหม่
เป็นศาลาทรงไทยอยู่ริมถนนราชดำเนิน ส่วนต้นประดู่ทั้งหกต้นได้ตายไปหมดแล้ว
ทางเทศบาลจึงปลูกขึ้นใหม่เพื่อ เป็นที่ระลึกถึงประดู่ทั้งหกต้น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช
ตั้งอยู่ถนนราชดำเนิน ตรงข้ามวัดสวนหลวง ตำบลในเมือง เป็นอาคารทรงไทย
2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2514 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จเปิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2517 บริเวณโดยรอบ พิพิธภัณฑสถานฯ
ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ภายในอาคารจัดแสดงโบราณวัตถุที่
พบในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียง โบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์
ศิลปะสมัยทวารวดีจนถึง สมัยรัตนโกสินทร์ เครื่องถ้วยจีน
เครื่องถ้วยอันนัม (ญวณ) เครื่องสังคโลก เงินตราสมัยต่าง
ๆ ศิลปพื้นบ้านภาคใต้ หนังตะลุง มโหรสพพื้นบ้านภาคใต้
เครื่องมือเครื่องใช้ในการ ดำรงชีวิตของคนภาคใต้ ได้แก่
เครื่องมือในการทำนา เครื่องทอผ้า อุปกรณ์การกรีดยาง รากไม้แก้วแกะสลักเป็นรูปสัตว์กว่า
ร้อยชนิดอยู่รวมกันเป็นฝีมือของ นายอ่ำ ศรีสัมพุทธ ซึ่งได้รับรางวัลที่
1 ประเภทงานแกะสลักของจังหวัดในงานเดือนสิบ และมรดกดีเด่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช
ได้แก่ พนักกันยา เรือพระที่นั่งทำด้วยแผ่นเงินขนาดใหญ่
ถมทองอย่างสวยงามถือว่าเป็นถมทอง ชิ้นเยี่ยมที่สุดและใหญ่ที่สุด
ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และยังมี หน้าบันไม้จำหลักภาพ
เทพรำศิลปะภาคใต้ เครื่องถม เครื่องทองเหลือง ผ้ายกเมืองนครศรีธรรมราช
รถม้าโบราณ เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ -วันอาทิตย์
เว้นวันจันทร์-วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา
09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30
บาท สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
นครศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
โทร. 0 7534 1075, 0 7534 0419, 0 7535 6229 โทรสาร 0
7534 0419
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด)
อยู่ที่ถนนราชดำเนิน เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ
1,257 ไร่ ตั้งอยู่หลังสนามกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ
"สวนราชฤดี" ในสมัย ร.5 ภายในสวนมีสวนสัตว์เปิด
สวนนกนานาชนิด สวนสุขภาพ รวมทั้งทะเลสาบซึ่งเป็นที่อาศัยของนกเป็ดน้ำ
ที่อพยพมาจากถิ่นอื่นในช่วงมกราคมถึงมีนาคม ของทุกปี
อนุสาวรีย์วีรไทย ตั้งอยู่ในค่ายวชิราวุธ
(กองทัพภาคที่ 4) ถนนราชดำเนิน เป็นอนุสาวรีย์ ที่หล่อด้วยทองแดงรมดำ
เป็นรูปทหารเตรียมรบสองมือจับปืนติดดาบเตรียมแทง ชาวบ้านเรียกว่า
"จ่าดำ" หรือ "เจ้าพ่อดำ" สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ของทหารไทย
ในภาคใต้ที่เสียชีวิตในการ ปะทะกับทหารญี่ปุ่น ในสงครามมหาเอเชียบูรพา
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484
สำนักศิลปและวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช
ตั้งอยู่ในสถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทาง
นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี (ทางหลวงหมายเลข 4016) ประมาณ
13 กิโลเมตร เป็นสถานที่รวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีที่
ขุดค้นพบในนครศรีธรรมราช ซึ่งได้จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านในอดีต
ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมืองในสมัยต่างๆ จนมาเป็นอาณาจักรศรีวิชัย
ทั้งยังเป็นศูนย์อนุรักษ์และฟื้นฟูมหรสพพื้นบ้าน เป็นแหล่งค้นคว้ารวบรวมทางด้านภาษาและวรรณกรรม
รวมทั้งคติชนวิทยาที่สำคัญ ได้แก่ข้อความจากศิลาจารึก
ที่ค้นพบที่เขาช่องคอย และโบราณวัตถุที่ชุมชนโบราณวัดโมคลาน
เป็นหลักฐานที่สำคัญที่ระบุว่าเมืองนครศรีธรรมราช สร้างขึ้นเมื่อใด
ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้แห่งนี้เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์
เวลา 08.00-16.00 น. โทร. 0 7539 2089
อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอเมือง
อำเภอพิปูน อำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา อำเภอฉวาง กิ่งอำเภอช้างกลาง
และกิ่งอำเภอนบพิตำ มีเนื้อที่ประมาณ 570 ตารางกิโลเมตร
ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517
ประกอบด้วยเทือกเขาที่สลับซับซ้อน มียอดเขาหลวงเป็นยอดเขาสูงสุดประมาณ
1,835 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงที่สุดในภาคใต้เป็นแหล่งของต้นน้ำ
ลำธารและคลองต่าง ๆ กว่า 15 สาย มีสภาพเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าดิบเขา
เส้นทางการเดินในอุทยานเป็นวงรอบ มีธรรมชาติที่สวยงามและมีความหลากหลายทางชีวภาพ
มีพืชและสัตว์ที่หายากอยู่มากมาย อุทยานแห่งนี้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม
( Thailand Tourism Awards) ประจำปี 2541 รางวัลยอดเยี่ยมประเภท
แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ช่วงเวลาที่เหมาะในการเดินทางมาท่องเที่ยว
คือเดือนมกราคม-เดือนกรกฎาคม
นอกจากในเขตอุทยานจะมีน้ำตกแล้ว อุทยานยังมีน้ำตกที่อยู่ในอำเภอต่าง
ๆ เช่น น้ำตกพรหมโลก น้ำตกอ้ายเขียว หรือน้ำตกในเขียว
ในอำเภอพรหมคีรี น้ำตกกรุงชิง กิ่งอำเภอนบพิตำ น้ำตกท่าแพ
อำเภอลานสกา น้ำตกสวนอาย อำเภอฉวาง สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจบริเวณอุทยาน
ได้แก่ น้ำตกกะโรม ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช
ไหลลงมาจากยอดเขาลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ มีหนานหรือชั้นถึง
19 ชั้น เช่น หนานผึ้ง หนานน้ำรวง หนานดาดฟ้า และหนานสอยดาว
เป็นหนานที่สูงสุดประมาณ 1,300-1,400 เมตร พระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ของไทยเคยเสด็จประพาสน้ำตกแห่งนี้
คือพระปรมาภิไธยย่อของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 คือ
"จปร." และ "วปร." การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข
4016 ประมาณ 9 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015
ไปอีก 20 กิโลเมตร ทางเข้าน้ำตกอยู่ทางขวามือ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
อุทยานมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกะโรม ระยะทาง 2 กิโลเมตร
และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกรุงชิง ระยะทาง 3.8 กิโลเมตร
ทั้ง 2 เส้นทางสามารถเดินเองหรือมีเจ้าหน้าที่นำก็ได้
อุทยานมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์บริการ สอบถามข้อมูลได้ที่
อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ตำบลเขาแก้ว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช
80230 โทร. 0 7535 4839
บ้านคีรีวง เป็นชุมชนเก่าแก่ที่อพยพไปอาศัยอยู่เชิงเขาหลวง
ตำบลกำโลน อันเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่ยอดเขาหลวง ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่สงบสังคมแบบเครือญาติ
อาชีพหลักคือการทำสวนผลไม้ผสม เรียกว่า "สวนสมรม"
เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ ชุมชนบ้านคีรีวง แบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม
ได้แก่ กลุ่มมัดย้อม กลุ่มสมุนไพร กลุ่มจักสานกะลามะพร้าว
กลุ่มแปรรูปน้ำผลไม้ กลุ่มไวน์ และกลุ่มทุเรียนกวน ซึ่งแต่กลุ่มจะมีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค
และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยว ก็มักจะซื้อเป็นของฝากกันอยู่เสมอ
สินค้าราคาไม่แพงและมีคุณภาพ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน
2531 ได้เกิดมหาอุทกธรณีภัย หมู่บ้านถูกน้ำพัดหายไปนับ
100 หลัง ซึ่งวัดและชาวคีรีวงได้รักษาพระอุโบสถ และบ้านที่ประสบภัยไว้เป็นอนุสรณ์สถาน
ชุมชนคีรีวงได้เป็นชุมชนต้นแบบ ในการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ( Thailand
Tourism Awards) ประจำปี 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีวิถีชีวิต
แบบชาวสวนอยู่กับธรรมชาติ และได้พัฒนาการบริการนักท่องเที่ยว
ขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่ของชุมชน ประกอบด้วยการนำทางเดินป่า
ลูกหาบ การจัดที่พักแบบโฮมสเตย์ โดยการจัดตั้งชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
เป็นองค์กรกลางของชาวชุมชน จัดแบ่งหน้าที่ไปยังกลุ่มต่าง
ๆ ให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างทั่วถึง การพักแบบโฮมสเตย์
ผู้สนใจจะเสียค่าที่พักคืนละ 100 บาท ค่าอาหาร 50 บาท
แต่สำหรับผู้ที่ต้องการ จะเรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิตชาวคีรีวง
จะเสียค่านำเที่ยว 1,300 บาท ใช้เวลา 3 วัน 2 คืน นักท่องเที่ยวจะเข้าไปเยี่ยมชม
วิถีชีวิตของชุมชนคีรีวงได้ตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูกาลผลไม้ออกชุกเดือนกรกฎาคม-กันยายน
สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ อบต.กำโลน โทร. 0 7553 3111-2
การเดินทางไปบ้านคีรีวง จากอำเภอเมือง ตามทางหลวงหมายเลข
4016 จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4015 บริเวณกิโลเมตรที่
9 เลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านคีรีวง เข้าไป 9 กิโลเมตร หรือขึ้นรถสองแถวจากตลาดยาว
ในอำเภอเมือง มีรถออก ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น. ราคา
20 บาท
ยอดเขาหลวง มีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติตามเส้นทาง
บ้านคีรีวง-ยอดเขาหลวง ซึ่งมีความสูง 1,835 เมตร ใช้เวลาในการเดินศึกษาท่องเที่ยว
3 วัน 2 คืน เสียค่าใช้จ่ายคนละ 1,500 คน การเดินไม่ควรจะเกินครั้งละ
15 คน ช่วงเดือนที่เหมาะจะเดินป่ายอดเขาหลวง คือเดือนมกราคม-มิถุนายน
ผู้สนใจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานบ้านคีรีวง
โทร. 0 9501 2706
พระตำหนักเมืองนคร จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข
4016 บริเวณกิโลเมตรที่ 23-24 พระตำหนักนี้ตั้งอยู่ในบริเวณสวนผลไม้เก่าแก่
ของตระกูลทองสมัครซึ่งเป็นผู้สร้างเรือนรับรอง ถวายในนามของชาวเมืองนครศรีธรรมราช
เพื่อเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ในคราวที่เสด็จมาทรงงานที่เมืองนครศรีธรรมราช
บริเวณโดยรอบแวดล้อมร่มรื่นด้วยไม้ผลและไม้ประดับ พระตำหนักเมืองนครเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันเวลา
8.00-17.00 น. เว้นวันพุธและเวลาที่ พระราชวงศ์เสด็จประทับ
โทร. 0 7539 6300
วัดเขาขุนพนมและศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเขาขุนพนม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเกาะ จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข
4016 ถึงกิโลเมตรที่ 21 ผ่านตลาดพรหมโลก มีทางแยกขวาไปอีก
2.5 กิโลเมตร วัดเขาขุนพนม เป็นวัดที่มีความสำคัญทาง ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
มีถ้ำซึ่งมีกำแพงก่ออิฐถือปูน และใบเสมาเช่นเดียวกับกำแพงเมือง
ผนังด้านหน้ามีลายปูนปั้นประดับเครื่องลายครามจีน ในถ้ำมีพระพุทธรูปสำริดประมาณ
30 องค์ และพระพุทธบาทสำริด ถ้ำในวัดแห่งนี้มีหลายถ้ำทะลุถึงกัน
สันนิษฐานว่าเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
แต่บางท่านก็ว่าเป็นที่พักผ่อนสำหรับ เจ้าหญิงเกศิณีธิดาของเจ้านราสุริยวงศ์
เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ช่วง พ.ศ. 2312 - 2319 ริมทางเดินขึ้นเขาขุนพนม
มีศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเขาขุนพนม เพื่อให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแก่ประชาชน
ชุมชนเขาขุนพนมเป็นชุมชนวัฒนธรรม มีกิจกรรมการเข้าค่ายพักอบรม
การรวมกลุ่มเป็นชมรมการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษาเที่ยวชมสวนผลไม้ด้วยจักรยาน
ศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันอาทิตย์
เวลา 9.00-16.00 น. โทร. 0 7534 5154
น้ำตกพรหมโลก อยู่ตำบลพรหมโลก ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข
4016 (นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี) ถึงกิโลเมตรที่ 20 มีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวง
4132 อีกประมาณ 5 กิโลเมตร จัดว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีลานหินกว้างและสวยงามแห่งหนึ่ง
มีต้นน้ำจากเทือกเขานครศรีธรรมราชไหลลงมาบนแผ่นหิน 4 ชั้น
(หนาน) ได้แก่ หนานบ่อน้ำวน หนานวังไม้ปัก หนานวังหัวบัว
หนานวังอ้ายแล สายน้ำไหลผ่านหมู่ไม้นานาพันธุ์ริมเชิงเขา
แล้วไหลไปเป็นคลองท่าแพ และลงสู่อ่าวไทยที่ตำบลปากพูน
น้ำตกอ้ายเขียว หรือในเขียว อยู่ตำบลทอนหงส์
ห่างจากอำเภอเมือง ประมาณ 30 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข
4016 ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกพรหมโลก แต่เลยไปจนถึงกิโลเมตรที่
24 มีทางแยกซ้ายเข้าไปอีก 5 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากเขาหลวงเช่นกัน
มีทั้งหมด 15 ชั้น เช่น หนานช่องไทร หนานบังใบ หนานไม้ไผ่
หนานเสือผ่าน หนานบุปผาสวรรค์ หนานหินกอง หนานหัวช้าง
หนานไทรกวาดลาน หนานฝาแฝด สภาพทั่วไปยังคงเป็นป่าทึบ สองข้างทางเข้าน้ำตกเป็นสวนพลู
ชาวนครเรียกว่า "พลูปากหราม" เพราะมีรสเผ็ดร้อน
กลิ่นหอม การเดินทางไปชมน้ำตกควร จะไปในช่วงหน้าฝนเพราะน้ำจะไหลแรง
เป็นสายสีขาวจากผาสูง ดูสดชื่น และหากจะชมทิวทัศน์ยอดเขาหลวง
ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,835 เมตร ควรไปชมที่น้ำตกแห่งนี้
บ้านปลายอวน หมู่ 5 ตำบลพรหมโลก อยู่เชิงเขาหลวงใกล้น้ำตกพรหมโลก
เดินทางตามทางหลวงหมายเลข 4016 บริเวณกิโลเมตรที่ 19 เลี้ยวซ้าย
เป็นชุมชนที่ประกอบอาชีพสวนผลไม้ เช่น ลองกอง มังคุด ชาวบ้านมีการจัดตั้งชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ
จัดกิจกรรมการเดินป่า คือเส้นทางจากหมู่บ้านไปถึงน้ำตกพิมานเมฆ
ซึ่งมีความสูง 1,505 เมตร ระยะทาง 6 กิโลเมตร ตามเส้นทางมีพรรณไม้
สัตว์ป่า ถ้ำ สายน้ำลำธารและต้นเต่าร้างแดงยักษ์ และการเดินป่ายอดเขาหลวง
ใช้เวลาเดินทาง 3 วัน 2 คืน ค่าใช้จ่ายคนละ 1,500 บาท
ติดต่อรายละเอียดได้ที่ ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติบ้านปลายอวน
โทร. 0 7533 8633
น้ำตกกรุงชิง เป็นน้ำตกที่สวยงาม และสำคัญของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง
ตั้งอยู่ในตำบลกรุงชิง ชื่อ "กรุงชิง" มาจากคำว่า
"ต้นชิง" ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในเขตนี้
น้ำตกกรุงชิงมีอยู่หลายชั้น เช่น หนานมัดแพ หนานฝนแสนห่า
หนานปลิว หนานจน หนานโจร หนานต้นตอ หนานวังเรือบิน ชั้นที่สวยที่สุด
ได้แก่ "หนานฝนแสนห่า" อยู่ที่ชั้น 2 เพราะน้ำตกจากหน้าผาสูงชันประมาณ
100 เมตร กระแสน้ำแผ่เป็นผืนกว้าง กระจายออกเป็นละอองเหมือนม่านฝน
ไม่จับกันเป็นเกลียวน้ำดังน้ำตกทั่วไปจึงเรียกว่า "ฝนแสนห่า"
จากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ที่ ขล. 4 ถึงหนานฝนแสนห่า
ระยะทาง 3.8 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกกรุงชิงมีที่พัก และสถานที่สำหรับเล่นแคมป์ไฟ
มีร้านค้าและร้านอาหาร การเดินทางจากตัวเมือง ใช้เส้นทางหลวงสายนครศรีธรรมราช-พรหมคีรี
(ทางหลวงหมายเลข 4016) ถึงสามแยกนาเหรงเลี้ยวซ้ายไปถึงกิ่งอำเภอนบพิตำแล้วเลี้ยวขวา
(ทางหลวงหมายเลข 4186) ระยะทาง 70 กิโลเมตร
ถ้ำหงส์ เป็นถ้ำขนาดกลาง ปากถ้ำค่อนข้างเล็กขนาดคนรอดได้ทีละคน
ต้องใช้ความระมัดระวังในการลงไต่ลงไปในถ้ำ ภายในถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านตลอดแนวถ้ำ
ก่อนไหลลงใต้ดินไปสู่ลำธารภายนอก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ
กัน และมีลักษณะพิเศษที่พบเห็นได้ไม่มากนัก คือ ภายในถ้ำมีน้ำตกที่ไหลผ่านหินสามชั้น
การเที่ยวชมภายในถ้ำจะต้องเดินท่องน้ำตลอด สามารถเดินทะลุออกไปอีกด้านหนึ่งได้
ความยาวประมาณ 300 เมตร ถ้ำหงส์นี้อยู่ในความดูแล ของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขานันที่
ขน.6 (คลองลำแพน) การเดินทางไปตามเส้นทางเดียวกับน้ำตกกรุงชิง
แต่ถึงก่อน
น้ำตกยอดเหลือง หรือน้ำตกเมืองใหม่
อยู่ทางทิศใต้ของน้ำตกกรุงชิง หมู่ที่ 6 ตำบลนาเหรง เป็นน้ำตกขนาดกลางมี
4 ชั้น คือ หนานเตย หนานกระโดด หนานหญ้าคา หนานปลิว สามารถลงเล่นน้ำได้
สภาพทั่วไปเป็นป่าร่มครึ้ม การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข
4016 (นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี) ระยะทาง 40 กิโลเมตร
น้ำตกท่าแพ อยู่หมู่ที่ 14 ตำบลช้างกลาง
สามารถเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางสาย
นครศรีธรรมราช-จันดี-ฉวาง-บ้านส้อง (ทางหลวงหมายเลข 4015)
36 กิโลเมตร และมีทางแยกขวามือมีป้าย บอกทางเข้าน้ำตกประมาณ
2 กิโลเมตร น้ำตกท่าแพมีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่น มีทั้งหมด
10 ชั้น ชั้นที่นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำได้ คือ หนานแพน้อย
หนานนางครวญ และหนานเตย
น้ำตกสวนอาย อยู่หมู่ที่ 5 ตำบลคลองละอาย
สามารถเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางสายนครศรีธรรมราช-ลานสกา-จันดี
(ทางหลวงหมายเลข 4015) ระยะทาง 55 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมี
5 ชั้น ชั้นที่สามารถเล่นน้ำได้ คือ หนานช่องส้มหลอด หนานต้นเหรียง
และหนานเลากา
น้ำตกสวนขัน อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลสวนขัน
สามารถเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางสาย
นครศรีธรรมราช-ลานสกา-จันดี (ทางหลวงหมายเลข 4015) ระยะทางประมาณ
55 กิโลเมตร และต่อรถโดยสารประจำทางสายจันดี-พิปูน ระยะทาง
4 กิโลเมตร บริเวณรอบน้ำตกยังเป็นป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงาม
เหมาะแก่การเดินป่า ชมธรรมชาติ ศึกษาพันธุ์ไม้
วัดถ้ำทองพรรณรา อยู่หมู่ที่ 9 ตำบลถ้ำพรรณรา
ห่างจากถนนเอเซีย (ทางหลวงหมายเลข 41) หลักกิโลเมตรที่
192-193 ประมาณ 2 กิโลเมตร ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 1 กิโลเมตร
ตำนานเล่าว่ามีชีปริงและชีปราง นำสัมภาระและผู้คนเดินทางมาทางทะเล
เพื่อนำแก้วแหวนเงินทองไปสร้างพระบรมธาตุ เมื่อมาถึงอู่เรือ
(ปัจจุบันคือบ้านปากรา) ได้ทราบว่าพระบรมธาตุสร้างเสร็จแล้ว
จึงได้ขึ้นบกหาสถานที่ที่เหมาะสมคือ ถ้ำทอง แล้วได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ในถ้ำดังกล่าว
และนำแก้วแหวนเงินทอง บรรจุไว้ในองค์พระพุทธไสยาสน์นั้นด้วย
เมื่อถึงแก่กรรม ลูกหลานจึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้น 2 องค์
นำกระดูกของ ชีปริง ชีปรางบรรจุ พอถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน
11 จะมีการทำบุญบูชาพระพุทธไสยาสน์ และพระพุทธรูปที่บรรจุกระดูกชีปริง
ชีปราง ซึ่งต่อมาเรียกว่า พระปริง พระปราง เป็นประจำตลอดมาทุกปี
ซึ่ง "ประเพณีขึ้นถ้ำ" ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ
เดือน 11 ของทุกปี ประชาชนทั่วสารทิศมานมัสการพระพุทธไสยาสน์
แก้บนด้วยขนมพอง ขนมลา และเที่ยวชมถ้ำต่าง ๆ ภายในวัด
ซึ่งมีอยู่หลายถ้ำ ทั้งเป็นถ้ำแจ้งและถ้ำมืด
อุทยานแห่งชาติหาดขนอมหมู่เกาะทะเลใต้
ที่ทำการฯ ตั้งอยู่บนเส้นทางถนนขนอม-โรงไฟฟ้า แยกซ้ายเข้าไปประมาณ
100 เมตร เนื้อที่ของอุทยาน ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเล เกาะแก่ง
ภูเขา และพื้นที่ชายฝั่งทะเลของอำเภอขนอมทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่ทางทะเลสาบ
บางส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี อุทยานแห่งชาติหาดขนอมหมู่เกาะทะเลใต้
ประกอบด้วยเกาะน้อย เกาะวังใน เกาะวังนอก เกาะแตน เกาะราบ
เกาะท่าไร่ เกาะผี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอ่าวขนอม อ่าวท้องท่าค่ำ
อ่าวท้องหลาง อ่าวท้องหยี อ่าวท้องยาง และภูเขาต่างๆ เช่น
เขาพลายดำ เขาผีหงาย เขาคอ เขาเพลา เขาดาดฟ้า เป็นต้น
อ่าวขนอม เป็นอ่าวที่ใหญ่ที่สุด ในบรรดาอ่าวต่างๆ ของอำเภอขนอม
อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 1.5 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยทางหลวงหมายเลข
4014 แยกจากทางหลวงสาย 401 ประมาณ 17 กิโลเมตร ผ่านตลาดสุขาภิบาลขนอมประมาณ
1 กิโลเมตร จากนั้นจึงเลี้ยวขวาไปตามชายหาดขนอม หาดขนอมนั้นเป็นชายฝั่งทะเล
ที่สวยงามยาวติดต่อกัน ประกอบด้วย
หาดในเพลา เป็นหาดที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอขนอม
และเป็นจุดที่เด่นที่สุดในการท่องเที่ยว ลักษณะหาดเป็นแนวยาวโค้งขนานกับแนวภูเขา
ทัศนียภาพโดยรอบมีความเป็นธรรมชาติที่งดงาม หาดทรายขาวสะอาดเหมาะสำหรับเล่นน้ำ
บริเวณหาดจะมีที่พัก ร้านอาหาร บริการนักท่องเที่ยว
หาดหน้าด่าน ลักษณะหาดเป็นแนวยาว ทรายขาว
มีสวนมะพร้าวโดยรอบ สถานที่เงียบสงบสามารถมอง ทิวทัศน์ท้องทะเลสีครามสวยงาม
หาดในแปร็ด ลักษณะหาดเป็นแนวยาวโค้งสวยงาม
บริเวณชายหาดมีโขดหินสลับบางแห่ง อยู่ระหว่างหาดหน้าด่านและหาดในเพลา
เป็นอีกหาดที่มีความร่มรื่นของ ธรรมชาติที่ประทับใจผู้มาเยือน
อ่าวท้องหยี มีสภาพแวดล้อม เป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์
เหมาะสำหรับการพักแรมแบบแค้มปิ้ง หรือ เต็นท์ อ่าวท้องหยีมีพื้นที่อยู่ใน
วงล้อมของเขาเพลาและเขากลาง ทำให้ชายหาดสงบเงียบและเป็นส่วนตัว
การพักแรมต้องติดต่อ ขออนุญาตจากเจ้าของสถานที่ การเดินทางใช้เส้นทางถนน
ต่อจากหาดในเพลาที่บริเวณขนาบน้ำรีสอร์ท ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร
ถ้ำเขาวังทอง ห่างจากตัวเมือง 77 กิโลเมตร
เป็นถ้ำที่มีความงดงามทางธรรมชาติแห่งหนึ่ง ของจังหวัดนครศรีธรรมราช
ภายในถ้ำเขาวังทองมีลักษณะ เป็นห้องโถงขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้างหลายห้อง
แต่ละห้องมีหินงอกหินย้อย ที่มีลักษณะรูปร่างต่างกันไป
บ้างคล้ายเจดีย์ ไดโนเสาร์ น้อยหน่า หรือไข่ดาว เป็นต้น
การเข้าชมบางห้องจะต้องใช้วิธีคลาน ลอด หรือปีนป่าย ภายในถ้ำมีไฟ
ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง เสียค่าเข้าชม 30-50 บาท
ผู้ที่ต้องการเข้าชมถ้ำวังทองต้องติดต่อ ขอกุญแจจากผู้ดูแลถ้ำที่บ้านตรงปากทางเข้าถ้ำ
หรือ โทร. 0 9672 4995 การเดินทางจากอำเภอขนอมเลี้ยว ขวาตรงทางแยกไปยังอำเภอดอนสัก
และเลี้ยวซ้ายอีกครั้งหนึ่ง ตรงปากทางเข้ามีศาลาที่พักผู้โดยสารเป็นที่สังเกต
(ชื่อศาลาตันสกุล) เข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงปากทางเข้าถ้ำ
เขาพลายดำ เป็นภูเขาที่ติดทะเลเป็นรอยต่ออำเภอขนอมและอำเภอสิชล
เป็นที่ตั้งของสถานที่พัฒนา และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเขาพลายดำ
ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งใส มีหาดที่สวยงามคือ บริเวณหาดท้องยาง
สามารถลงเล่นน้ำได้ เขาพลายดำมีสัตว์ป่า ประเภทกินพืชอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง
เช่น กวาง กระจง และนกนานาชนิด การเดินทาง จากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข
401 แยกจากตัวเมืองสิชลไปทางเหนือ ตำบลทุ่งใสประมาณ 12
กิโลเมตร
วัดกระดังงา เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอขนอม
สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในอุโบสถมีภาพเขียนพุทธประวัติฝีมือวิจิตรบรรจง
มีพระประธานเป็นพระพุทธรูป สมัยอยุธยาประดิษฐานอยู่ภายใน
และมีโบราณวัตถุที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเครื่องถ้วยชาม
เป็นต้น วัดนี้ห่างจากถนนสายขนอม-ในเพลา ประมาณ 200 เมตร
วัดธาตุธาราม หรือ วัดเขาธาตุ มีเจดีย์ปะการังประดิษฐานอยู่บนเขาธาตุ
ตามตำนานกล่าวว่าเจดีย์นี้ได้ทำการก่อสร้าง หลังจากสร้างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช
เสร็จเรียบร้อย โดยผู้มีจิตศรัทธาจากเมืองไชยา ได้รวบรวมเงินทองและของมีค่าต่างๆ
เพื่อไปบรรจุที่พระบรมธาตุเมืองนคร แต่ได้ก่อสร้าง เสร็จเรียบร้อยแล้วผู้มีจิตศรัทธาดังกล่าว
จึงได้ร่วมใจกันสร้างเจดีย์ขึ้นบนเขาธาตุ ซึ่งสร้างด้วยหินปะการังทั้งองค์
องค์เจดีย์เป็นรูปโอคว่ำ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-6
เมตร รอบๆ เจดีย์มีพระพุทธรูปแกะสลักหินทรายแดง ประดิษฐานบริเวณเจดีย์
เชื่อว่าคงเป็นแหล่งอารยธรรมทางด้านพุทธศาสนา ในบริเวณอ่าวทางตอนเหนือ
ของคาบสมุทรนี้อยู่สมัยหนึ่ง
วัดเจดีย์หลวง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านท่าใน
ตำบลควนทอง เป็นชุมชนโบราณ ซึ่งมีร่องรอยของเนินดิน สระน้ำ
หินชิ้นส่วนของเทวสถาน แท่นเทวรูป แท่นศิวลึงค์ ที่กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก
หาดสิชล หรือ ชาวท้องถิ่นเรียกกันว่า หัวหินสิชล
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อมานานของอำเภอสิชล บริเวณชายหาดเป็นแนวหินไปจนจดหาดทรายโค้ง
เป็นบริเวณที่เล่นน้ำได้ บนหาดมีที่พักและร้านอาหาร สำหรับนักท่องเที่ยว
หาดหินงาม บริเวณชายหาดเต็มไปด้วยก้อนหินกลมเกลี้ยง
มีสีสันสวยงามและเป็นที่มาของชื่อหาดหินงาม ตลอดแนวชายหาดไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกบริการ
หาดคอเขา (หาดปิติ) เป็นหาดที่ชาวท้องถิ่นนิยมไปพักผ่อน
ชายหาดจะต่อจากหาดหินงาม บริเวณโดยรอบ ได้รับการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก
ด้านที่พักและร้านอาหาร สำหรับบริการนักท่องเที่ยว การเดินทาง
โดยทางหลวงหมายเลข 401 จากอำเภอเมือง ประมาณ 70 กิโลเมตร
เข้าสู่อำเภอสิชล จากตัวอำเภอสิชลแยกขวาไปทางบ้านปากน้ำ
ระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงชายหาดสิชล และจากหาดสิชลไปอีก
1.5 กิโลเมตร ถึงหาดหินงาม และหาดคอเขา ซึ่งอยู่ห่างจากหาดหินงามไป
2 กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด อยู่ในแนวเทือกเขานครศรีธรรมราชตอนบน
ครอบคลุมพื้นที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอกาญจนดิษฐ์
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่
17 มิถุนายน 2542 มีเนื้อที่ทั้งหมด 90,625 ไร่ มียอดเขาคีโหมดเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด
สูง 1,303 เมตร ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นมีระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์
มีพรรณไม้ที่พบ ได้แก่ ไม้ในวงศ์ไม้ยาง ตะเคียนทอง หลุมพอ
จำปาป่า สัตว์ป่าก็มีชุกชุม เช่น สมเสร็จ เลียงผา นกประจำถิ่นภาคใต้ที่หายาก
อากาศค่อนข้างเย็นสบาย จะมีฝนตกชุกเดือนพฤศจิกายน สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในอุทยาน
ได้แก่
น้ำตกสี่ขีด อยู่ติดกับที่ทำการอุทยาน
เป็นน้ำตกหินปูน ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ชั้นแรกไหลจากยอดเขาสูง
60 เมตร ไหลผ่านชั้นหินระยะทางยาว 12 กิโลเมตร มีแอ่งน้ำกว้างสามารถลงเล่นน้ำได้
บริเวณน้ำตกสวยงามร่มรื่นด้วยไม้กับสายน้ำ
น้ำตกหน่อตง เป็นน้ำตกที่สวยงาม ซ่อนตัวอยู่กลางป่า
มีจำนวน 7 ชั้น อยู่อำเภอสิชล
ถ้ำเขาพับผ้า เป็นถ้ำหินปูนขนาดเล็กมีหินงอก
หินย้อย ที่สวยงาม มีความลึกจากปากถ้ำประมาณ 60 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน
5 กิโลเมตร
ถ้ำสวนปราง เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่
ภายในถ้ำกว้างขวาง มีหินงอกหินย้อยอยู่ตามผนังถ้ำ มองดูเหมือนผ้าม่านขนาดใหญ่
เป็นถ้ำที่ได้รับฉายาว่า "วิมานค้างคาว" เนื่องจากมีค้างคาวมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ตั้งอยู่ในใกล้เคียงหน่วยพิทักษ์อุทยานที่ สข.1 (สวนปราง)
น้ำตกภูริน อยู่ห่างจากถ้ำสวนปรางประมาณ
2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจาก ลำห้วยที่ไหลผ่านภูเขาหินปูน
และถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย นอกจากนั้นในลำห้วยยังมีปลาชนิดต่าง
ๆ อาศัยอยู่จำนวนมาก
ถ้ำโครำ เป็นถ้ำหินปูน มีปากถ้ำกว้างใหญ่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน
บริเวณหน่วยพิทักษ์ที่ สข.1 ปากถ้ำสามารถมองเห็นทิวทัศน์
สภาพป่าเบื้องล่างที่สวยงาม และยังเป็นที่อยู่ของเลียงผา
ในภาษาท้องถิ่น เรียกว่า "โครำ" ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนที่หายาก
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางเดินป่าระยะสั้น
และเส้นทางเดินป่าประเภทท่องไพร
สอบถามรายละเอียด และติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง ได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
อุทยานมีร้านค้าสวัสดิการและสถานที่กางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว
ได้แก่ บริเวณที่ทำการอุทยาน หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ
สข.1 (สวนปราง) และน้ำตกภูริน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสี่ขีด หมู่ 2 ตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล
จังหวัดนครศรีธรรมราช 80120 การเดินทาง จากอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
ไปตามทางหลวงหมายเลข 401 ระยะทาง 69 กิโลเมตร ถึงสี่แยกอำเภอสิชล
(สี่แยกต้นพยอม) เลี้ยวซ้ายระยะทาง 15 กิโลเมตร หรือจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
ใช้ทางหลวงหมายเลข 401 ระยะทาง 52 กิโลเมตร ถึงสามแยกเขาหัวช้างเลี้ยวขวาระยะทาง
10 กิโลเมตร
แหล่งโบราณคดีเขาคา อยู่ตำบลเสาเภา
ตามทางหลวงหมายเลข 401 จากสี่แยกจอมพิบูลย์ ถึงกิโลเมตรที่
99 แยกซ้ายเข้าถนนจินดาประชาสวรรค์ ประมาณ 7 กิโลเมตร
โบราณคดีเขาคามีอายุกว่า 1,500 ปี บริเวณเขาคาเป็นศาสนสถาน
สำคัญในลัทธิไศวนิกาย ซึ่งเคารพนับถือพระศิวะ หรือพระอิศวรเป็นเทพเจ้าสูงสุด
มีเขาคาประดุจเขาพระสุเมรุ เป็นศูนย์กลางและโบราณสถานเล็ก
ๆ กระจายเป็นบริวารโดยรอบ มีการค้นพบโบราณวัตถุที่ใช้พิธีกรรม
เช่น ฐานโยนิ ศิวลึงค์ ท่อโสมสูตร (ท่อน้ำมนต์) ตลอดจนซากโบราณสถานที่เป็นเทวสถาน
สระน้ำโบราณ กรมศิลปากร ได้ทำการบูรณะเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เมื่อปี พ.ศ. 2540
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งอยู่เลขที่
222 ตำบลไทยบุรี สถาปนาเมื่อ 29 มีนาคม พ.ศ. 2535 ลักษณะเป็นเมืองมหาวิทยาลัย
และเป็นอุทยานการศึกษา ที่เปิดให้เข้าชมได้แล้วสำหรับผู้ที่สนใจ
คือ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีหอดูดาว อุทยานโบราณคดี
(ตุมปัง) มีพื้นที่ประมาณ 9,000 ไร่ เปิดให้เข้าชมวันและเวลาราชการ
สอบถามรายละเอียด โทร. 0 7533 9124, 0 7538 4000 ต่อ ประชาสัมพันธ์
หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะ ควรติดต่อล่วงหน้า การเดินทาง
ห่างจากอำเภอเมือง 30 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 401
เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 19
อุทยานแห่งชาติเขานัน ห่างจากอำเภอท่าศาลา
30 กิโลเมตร อุทยานมีเนื้อที่ประมาณ 436 ตารางกิโลเมตร
ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล และกิ่งอำเภอนบพิตำ
นอกจากนี้ ยังมีอาณาเขตที่ครอบคลุม เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขานัน
และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิงบางส่วน ลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน
เป็นแนวติดต่อมาจากอุทยานแห่งชาติเขาหลวง เป็นป่าต้นน้ำของคลองหลายสาย
อุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่
น้ำตกสุนันทา เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความงดงามตามธรรมชาติ
สายน้ำไหลจากหน้าผาชันลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง และไหลลงสู่ลำคลองกลาย
ซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญในเขตอำเภอท่าศาลา สามารถจัด กิจกรรมล่องแพตามลำน้ำได้ในช่วงฤดูน้ำหลาก
น้ำตกกรุงนาง เป็นน้ำตก 3 ชั้น ขนาดกลาง แต่ละชั้นสูงประมาณ
30 เมตร ตั้งอยู่ที่บ้านสวนปราง แยกจากเส้นทางไปบ้านปากลง
เป็นทางลูกรังใช้ได้ตลอดปี น้ำตกคลองปาว เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง
มีลักษณะไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ เป็นต้นกำเนิดของคลองกลาย
ตลอดลำคลองกลายมีโขดหินสวยงาม การเดินทาง ใช้เส้นทางไปบ้านปากลงเข้าสู่
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขานันที่ ขน. 1 (คลองกลาย)
ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 1 กิโลเมตรถึงน้ำตก
อุทยานมีสถานที่กางเต็นท์บริการนักท่องเที่ยว โดยทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า
ทีอุทยานแห่งชาติเขานัน ตู้ ป.ณ. 51 อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
80160 การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401
จนข้ามคลองกลายผ่านบ้านสระแก้ว อำเภอท่าศาลา หลักกิโลเมตรที่
110 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าบ้านปากเจา เข้าสู่ที่ทำการอุทยานประมาณ
15 กิโลเมตร
หาดสระบัว ห่างจากอำเภอเมือง 20 กิโลเมตร
ตามทางหลวงหมายเลข 401 มีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังไปถึงชายหาด
ลักษณะชายหาดเป็นแนวยาว จากเหนือลงใต้ ประกอบด้วยหาดสวรรค์นิเวศน์
หาดจันทร์เพ็ญ หาดสันติสุข หาดปากน้ำท่าศาลา หาดสระบัว
หาดบ้านหน้าทัพ หาดบ้านปากพะยิง และหาดปากน้ำปากนคร แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ
หาดสระบัว ซึ่งรอบบริเวณ เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน แต่ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำทะเล
เพราะค่อนข้างขุ่นและมีตะกอนโคลน
โบราณสถานวัดโมคลาน ตั้งอยู่หมู่ 12
ตำบลโมคลาน ห่างจากตัวอำเภอ 10 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข
401 ถึงบ้านหน้าทัพเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 4022 อีก
6 กิโลเมตร เดิมเป็นเทวสถาน ของศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย
ขนาดใหญ่มาก่อน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-14 ต่อมาเทวสถานแห่งนี้ถูกทิ้งร้างไป
จนสมัยอยุธยากลุ่มชุมชนได้มาสร้างวัดขึ้นใหม่ จนปี 2480
มีพระมาสร้างเป็นสำนักสงฆ์และเป็นวัด หลักฐานที่ยังคงมีอยู่ให้เห็น
ได้แก่ แนวเสาหิน หินแกะสลักกรอบประตูอาคาร ธรณีประตู
ชิ้นส่วนโยนิและศิวลึงค์ สระน้ำโบราณ แท่นตั้งเทวรูป กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน
เป็นโบราณสถานไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2518
พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดจาก โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุงและสงขลา
ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในบริเวณ สถานที่ดำเนินโครงการพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
ประกอบด้วยห้องทรงงานส่วนพระองค์ ห้องประชุมและห้องนิทรรศการปากพนังในอดีต
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังฯ
โทร. 0 7551 7933, 0 7551 7534
ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก เป็นสถานที่ซึ่งอยู่บริเวณตอนบนของอำเภอปากพนัง
ด้านที่ติดกับทะเลด้านใน (อ่าวนครฯ) มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่
ส่วนด้านนอกที่ติดกับอ่าวไทย เป็นหาดทรายและมีต้นสนขึ้นเป็นแนวยาว
เป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์มหาวาตภัย ครั้งใหญ่จากพายุโซนร้อนแฮร์เรียต
พัดถล่มแหลมตะลุมพุก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2505 ระดับน้ำสูง
5 เมตร กำลังลม 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คลื่นสูง 6.8 เมตร
มีชาวแหลมตะลุมพุกสูญหายกว่า 1,300 คน ลักษณะของชายหาดปากพนัง
เป็นชายหาดยาวไปตามชายฝั่งทะเล มีแหลมตะลุมพุกเป็นแหลมทราย
รูปจันทร์เสี้ยวยื่นไปในอ่าวไทย สามารถขับรถไปจนถึงปลายแหลมได้ระยะทางประมาณ
6 กิโลเมตร การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4013 (นครศรีธรรมราช-ปากพนัง)
มีทางแยกเข้าสู่แหลมตะลุมพุก ประมาณ 16 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีการทำนากุ้ง
สองข้างทางสลับกับแนวป่าชายเลน
บ้านรังนก อำเภอปากพนังเป็นอำเภอที่มีชื่อ
ในเรื่องของนกนางแอ่นที่เข้า มาทำรังอยู่ในชุมชนเมือง
มีบ้านและตึกแถวหลายหลังที่ถูกปิดลง เนื่องจากมีนกนางแอ่นจำนวนมากเข้าไป
อาศัยอยู่และทำรังในบ้านเหล่านั้น เช่นเดียวกับนกที่อาศัยอยู่ตามถ้ำหรือเกาะ
ลักษณะบ้านเป็นตึกสูงประมาณ 6 ชั้น ปิดทึบตลอดทั้งตึกจะมีก็เพียงช่องเล็ก
ๆ ที่จะให้นกบินเข้าออกเพื่อทำรัง จะเห็นได้ในอำเภอปากพนัง
บ้านหรือตึกแถวเหล่านี้เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล จึงไม่สะดวกในการเปิดให้เข้าชมโดยทั่วไป
และในปัจจุบันมีชาวบ้านได้ปลูกบ้าน เพื่อที่จะให้นกนางแอ่นเข้ามาทำรัง
โดยเฉพาะอยู่เป็นจำนวนหลายหลัง
วัดนันทาราม เดิมชื่อวัดใต้ อยู่ถนนชายน้ำ
ปากพนังฝั่งตะวันออกเป็น วัดที่ประดิษฐานหลวงพ่อผุด พระพุทธรูปหินทรายแดง
ศิลปสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดยังได้เก็บรักษาศิวลึงค์องค์ใหญ่
องค์หนึ่งพบที่โบราณสถานเขาคา อายุประมาณ 1,200 ปี ในราวศตวรรษที่
12-14 สลักจากหินปูนและสมบูรณ์ที่สุด เท่าที่พบในภาคใต้
อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง หรือเรียกกันทั่วไปว่า
"น้ำตกโยงใสใหญ่" มีพื้นที่ประมาณ 126,675 ไร่
ครอบคลุมพื้นที่อำเภอทุ่งสง อำเภอฉวาง อำเภอนาบอน ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
เมื่อปี 2534 มีสภาพป่าและทิวทัศน์ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามอีกแห่งหนึ่ง
พื้นที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ทอดยาวตามแนวเหนือมาใต้
ได้แก่ เขาเหมน เขาทง เขาวังหีบ เขาพระ เขาหลวง เขาโยง
เขาลำโรม เขาปากแพรก เขาปลายเปิด เป็นต้น เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของลุ่มน้ำตาปี
ลุ่มน้ำปากพนัง และลุ่มน้ำกันตัง และมียอดเขาเหมน เป็นยอดเขาสูงสุด
มีความสูง 1,235 เมตรจากระดับน้ำทะเล นอกจากนั้นยังพบสัตว์ป่าและพืชต่าง
ๆ ที่น่าสนใจและหายากหลายชนิด อุทยานมีฝนตกชุกเกือบทั้งปี
แต่ก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยว ได้ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม
อุทยานมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ได้แก่
น้ำตกโยง เกิดจากเทือกเขาลำโรม เขาปากแพรกและเขาโยง
สูง 7 ชั้น ชั้นที่ 1 สูง 30 เมตร เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นกระแสน้ำ
ที่รวมกันเป็นเกลียวเชือกสีขาวเส้นมหึมา ตกจากหน้าผาที่สูงชันสู่เบื้องล่าง
ที่มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาด 20 x 30 เมตร ลึก 10-15 เมตร
บริเวณที่น้ำตกลงมาเป็นกระแสน้ำวนอันตราย มีน้ำไหลตลอดปี
น้ำตกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยาน 300 เมตร
เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ บริเวณที่ทำการอุทยานมี 2
เส้นทาง คือ ระยะทาง 1 กิโลเมตรและ 3 กิโลเมตร ตามทางเดินจะมีป้ายสื่อความหมาย
สามารถเดินเองหรือมีเจ้าหน้าที่นำทางก็ได้ นอกจากนี้ในเขตพื้นที่อุทยานซึ่งอยู่ในอำเภออื่น
ๆ มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น
น้ำตกวังปริง อยู่ที่หมู่ 1 ตำบลถ้ำใหญ่
อำเภอทุ่งสง มีลานหินเป็นบริเวณกว้าง เหมาะสำหรับการพักผ่อน
ห่างจากที่ทำการอุทยาน 13 กิโลเมตร
น้ำตกหนานเตย อยู่ที่หมู่ 8 ตำบลนาหลวงเสน
มี 3 ชั้น ชั้นที่ 3 มีต้นเตยลักษณะเด่น ห่างจากที่ทำการอุทยาน
18 กิโลเมตร
น้ำตกหนานปลิว อยู่ที่หมู่ 1,4 ตำบลนาหลวงเสน
มี 3 ชั้น น้ำตกชั้นที่ 3 เป็นชั้นที่สวยงามที่สุด โดยเดินทางจากอำเภอทุ่งสง
ตามถนนยุทธศาสตร์-บ้านนาประดิษฐ์ ระยะทาง 7 กิโลเมตร เลี้ยวขวาระยะทาง
4 กิโลเมตร
น้ำตกหนานปลิว 2 ตั้งอยู่หมู่ 5,7
ตำบลนาหลวงเสน มี 2 ชั้น คือหนานตากผ้า และหนานปลิว โดยเดินทางจากอำเภอทุ่งสง
ตามถนนยุทธศาสตร์-บ้านนาประดิษฐ์ ระยะทาง 6 กิโลเมตร ถึงฝายกั้นน้ำบ้านประดู่
เดินเท้าระยะทาง 4 กิโลเมตร ค่ายผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์
ตั้งอยู่หมู่ 1 ตำบลถ้ำใหญ่ เป็นสถานที่อยู่และหลบภัย
ของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในอดีต ได้แก่ หลุมหลบภัย
หลุมขวาก บังเกอร์ กะทะหุงข้าว ลานกว้างเป็นสถานศึกษา
สถานพยาบาล ห้องประชุม ห่างจากอุทยาน 6 กิโลเมตร
ยอดเขาเหมน อยู่อำเภอนาบอน เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด
อากาศหนาวเย็นตลอดปี สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา มีทุ่งหญ้าและกล้วยไม้
เช่นรองเท้านารี สามารถพบเห็นได้ในหน้าหนาว ในตอนเช้ามีทะเลหมอกให้ชมเกือบทุกวัน
โดยเดินทางจากอำเภอทุ่งสง ตามทางหลวงหมายเลข 41 ระยะทาง
15 กิโลเมตร หรือเดินทางด้วยเท้าจากน้ำตกคลอง จังถึงยอดเขาพระสุเมรุ
(ยอดเขาเหมน) ระยะทาง 6 กิโลเมตร
น้ำตกคลองจัง อยู่อำเภอนาบอน มีน้ำตก
7 ชั้น มีแอ่งน้ำใหญ่บริเวณชั้นที่ 1 และชั้นที่ 4 ห่างจากอุทยาน
20 กิโลเมตร
น้ำตกหนานโจร อยู่อำเภอลานสกา มี 2
ชั้น บริเวณน้ำตกมีต้นปาล์มร๊อค (ต้นลานสกา) เดินทางจากอำเภอลานสกา
ตามถนนสายลานสกา-บ้านน้ำรอบ ระยะทาง 8 กิโลเมตร
น้ำตกคูหาสวรรค์ อยู่อำเภอร่อนพิบูลย์
มี 7 ชั้น สภาพน้ำตกคล้ายหินก้อนใหญ่ มหึมาตั้งอยู่กลางน้ำตก
น้ำไหลลงมาทั้งสองข้าง มีหน้าผาที่สูงชัน การเดินทาง ตามทางหลวงหมายเลข
403 ระยะทาง 15 กิโลเมตร แยกซ้ายมือข้างที่ว่าการอำเภอร่อนพิบูลย์
ระยะทาง 11 กิโลเมตร จุดชมวิวยอดเขาคูหา ตั้งอยู่ตำบลร่อนพิบูลย์
อำเภอร่อนพิบูลย์ ห่างจากอุทยาน 15 กิโลเมตร ด้านตะวันออกจะมอง
เห็นตัวเมืองนครศรีธรรมราช อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอพระพรหม
ชายทะเลแหลมตะลุมพุก ไปถึงอำเภอเชียรใหญ่ ด้านตะวันตก
จะเห็นทิวทัศน์ผังเมือง อำเภอทุ่งสง ยอดเขาพระสุเมรุ ยอดเขาวังหีบ
ทะเลหมอก ทางด้านทิศเหนือ จะมองเห็นทิวทัศน์เขาหลวง สามารถขับรถถึงจุดชมวิวได้
รถที่ใช้ควรเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และก่อนจะขึ้นไปจุดชมวิว
จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานก่อน เพราะเส้นทางขึ้นรถไม่สามารถสวนกันได้
อุทยานฯ ไม่มีบ้านพักบริการแต่มีสถานที่กางเต็นท์ พร้อมเต็นท์ให้เช่า
นอกจากนั้นมีร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึกบริการอีกด้วย
สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง หมู่ที่
7 ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80110
โทร. 0 7535 4967 การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง
ระยะทาง 50 กิโลเมตร แล้วให้แยกเข้าไปทางขวาอีกประมาณ
3 กิโลเมตร
ถ้ำตลอด ห่างจากที่ว่าการอำเภอทุ่งสง
500 เมตร เลี้ยวซ้ายทางไป โรงพยาบาลทุ่งสง เป็นถ้ำเล็ก
เกิดจากภูเขาชัยชุมพล ตัวถ้ำสามารถเดินทะลุได้ตลอด จึงได้ชื่อว่าถ้ำตลอดหรือถ้ำหลอด
ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง
เป็นเรื่องราว พุทธประวัติเขียนโดยอาจารย์แนบ ทิชินพงศ์
จิตรกรชาวนครศรีธรรมราชที่มีชื่อเสียง รอบบริเวณถ้ำเป็นสวนสาธารณะ
ไว้สำหรับพักผ่อน
น้ำตกระแนะ ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลพิปูน
เป็นน้ำตกสูง 10 ชั้น รอบบริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์
การเดินทาง จากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางสายนครศรีธรรมราช-ลานสกา-จันดี
(ทางหลวงหมายเลข 4015) ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร (เส้นทางเดียวกับทางไป
น้ำตกสวนอายและสวนขัน) จากนั้นใช้เส้นทางสายจันดี-พิปูน
ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอพิปูน
1 กิโลเมตร ทางแยกขวามือมีป้าย บอกเข้าน้ำตกคลองระแนะ
ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
น้ำตกคลองจัง เป็นน้ำตกขนาด 7 ชั้น
ที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง ของจังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้
ไหลจากเทือกเขาเหมน เป็นยอดเขา ที่มีความสูงรองจากเขาหลวงและเขานัน
(เทือกเขานครศรีธรรมราช) บริเวณน้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์
การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทาง สายนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง
(ทางหลวงหมายเลข 401) ถึงสามแยกควนไม้แดง เลี้ยวเข้านาบอน
(ทางหลวงหมายเลข 4230) ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร |