จังหวัดเลยเมืองท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อนท่ามกลาง สายหมอกปกคลุมเหนือยอดภู
อุดมไปด้วยพืชพรรณป่าไม้นานาชนิดที่รู้จักกันดีคือ ภูกระดึง
ภูหลวงและภูเรือ อากาศอันเย็นสบาย ภูมิประเทศที่งดงาม
ประเพณีวัฒนธรรมอันแตกต่าง ไปจากถิ่นอื่นซึ่งได้แก่การละเล่นผีตาโขน
ที่รอคอยนักเดินทางมาสัมผัสเมือง แห่งขุนเขาดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้
เลยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 520 กิโลเมตร มีพื้นที่
11,424 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัด ชายแดนที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
ริมฝั่งแม่น้ำโขงในแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ ในอดีตนั้นเป็นเพียง
ชุมชนเล็กๆ ของอาณาจักรที่มีความรุ่งเรืองควบคู่กับกรุงศรีอยุธยาของไทย
ภายหลังอาณาจักรล้านช้างเริ่มอ่อนแอลง จึงมาขึ้นอยู่กับกรุงศรีอยุธยา
ต่อมาชุมชนนี้ได้รับการยกฐานะเป็นเมืองเลย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
จังหวัดเลยแบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ
คือ อำเภอเมืองเลย วังสะพุง ปากชม เชียงคาน ท่าลี่ ภูเรือ
ด่านซ้าย ภูกระดึง นาแห้ว นาด้วง ภูหลวง ผาขาว กิ่งอำเภอเอราวัณ
และกิ่งอำเภอหนองหิน
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดขอนแก่น
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดหนองคาย และจังหวัดหนองบัวลำภู
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดพิษณุโลก
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข
1 ถนนพหลโยธิน ผ่านตัวเมืองสระบุรี จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข
21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก
หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ
ถึงตัวเมืองเลยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง หรือ
จากจังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา
ถึงจังหวัดขอนแก่น รวมระยะทาง 536 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข
12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 201 เข้าเขตจังหวัดเลยที่อำเภอ
ภูกระดึง อำเภอวังสะพุง ถึงตัวเมืองเลย รวมระยะทาง 540
กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด
มีรถโดยสารประจำทางวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-เลย ทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ
ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง รายละเอียดสอบถามที่สถานีขนส่ง
หมอชิต ถนนกำแพงเพชร 2 โทร. 0 2936 2841-8, 0 2936 2852-66
หรือ www.transport.co.th นอกจากนั้นยังมีบริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ
ได้แก่ บริษัท แอร์เมืองเลย จำกัด กรุงเทพฯ โทร. 0 2936
0142 สาขาเลย โทร. 0 4283 2042 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชุมแพ
ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3842 สาขาเลย โทร. 0 4283
2285 บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด กรุงเทพฯ โทร. 0 2936
3230 สาขาอำเภอภูเรือ โทร. 0 4289 9386 สาขาอำเภอด่านซ้าย
โทร. 0 4289 1908
รถไฟ จังหวัดเลยไม่มีสถานีรถไฟ แต่สามารถนั่งรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพง
มาลงที่สถานีรถไฟอุดรธานี และต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดเลย
สอบถามรายละเอียดตารางรถไฟเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการ
เดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2233 7010,
0 2223 7020 หรือ www.srt.or.th หรือ สถานีรถไฟอุดรธานี
โทร. 0 4222 2061
เครื่องบิน บริษัท แอร์อันดามัน จำกัด
มีบริการเที่ยวบินที่บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดเลย
สอบถามตารางการบินได้ที่ โทร. 0 2229 9555-9 และจังหวัดเลย
โทร. 0 4281 2355 www.airandaman.com
ระยะทางจากตัวเมืองเลยไปยังอำเภอ
และกิ่งอำเภอต่าง ๆ
อำเภอวังสะพุง 22 กิโลเมตร
อำเภอนาด้วง 37 กิโลเมตร
อำเภอท่าลี่ 46 กิโลเมตร
อำเภอเชียงคาน 48 กิโลเมตร
อำเภอภูเรือ 49 กิโลเมตร
อำเภอภูหลวง 50 กิโลเมตร
อำเภอภูกระดึง 74 กิโลเมตร
อำเภอด่านซ้าย 82 กิโลเมตร
อำเภอปากชม 92 กิโลเมตร
อำเภอผาขาว 112 กิโลเมตร
อำเภอนาแห้ว 117 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอเอราวัณ 42 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอหนองหิน 50 กิโลเมตร
ระยะทางจากจังหวัดเลยไปยังจังหวัดใกล้เคียง
เพชรบูรณ์ 225 กิโลเมตร
หนองบัวลำภู 231 กิโลเมตร
ขอนแก่น 240 กิโลเมตร
การเดินทางภายในตัวจังหวัดเลยมีรถโดยสารประจำทาง (รถสองแถว)
ออกจากท่ารถ ถนนมะลิวัลย์ วิ่งบริการ การเดินทางจากตัวจังหวัดเลยไปอำเภอต่าง
ๆ และจังหวัดใกล้เคียงมีรถโดยสารประจำทาง (รถบัส) ออกจากท่ารถ
ถนนมะลิวัลย์วิ่งบริการ
แหล่งท่องเที่ยว
ศาลเจ้าพ่อกุดป่องและศาลหลักเมือง ตั้งอยู่ห่างจากวงเวียนน้ำพุประมาณ
100 เมตร ติดกับสวนสาธารณะกุดป่อง เป็นศาลเก่าแก่ที่ประชาชนเคารพนับถือ
สำหรับศาลหลักเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2525 เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ราชพฤกษ์
แกะสลักเป็นรูปหัวเม็ดทรงมัณฑน์ ลงรักปิดทองทั้งองค์ มีความสูง
139 เซนติเมตร
สวนสาธารณะกุดป่อง อยู่ด้านหลังศาลเจ้าพ่อกุดป่อง
มีคูน้ำล้อมรอบ ภายในสวนสาธารณะตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับต่าง
ๆ อย่างสวยงาม ดูร่มรื่น ใช้เป็นที่พักผ่อนและออกกำลังกาย
สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติฯ ป่าเลิงใหญ่
เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ อยู่ตรงข้ามเทศบาลเมืองเลย มีการจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับ
พื้นที่รอบสวนสาธารณะติดแม่น้ำเลย นักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านสะพาน
แขวนเข้าไปเที่ยวชมได้
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย ตั้งอยู่ในสถาบันราชภัฏเลย
เป็นอาคาร 2 ชั้น รวบรวมและเผยแพร่เรื่องราวทางด้านศาสนา
ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวเลยในหลาย ๆ ด้าน ภายในตัวอาคารศูนย์วัฒนธรรม
มีการจัดแสดงแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรก ห้องประชุมและฉายสไลด์เกี่ยวกับเมืองเลย
และแสดงข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยว ข้องกับวิถีชีวิตของคนในอดีต
ส่วนที่สอง ห้องนิทรรศการชั่วคราวจัดแสดงเกี่ยวกับ พระพุทธรูปเก่าที่ทำมาจากไม้
หินทราย ดินเผาและเงิน หน้ากากผีตาโขน ข้าวของเครื่องใช้โบราณ
ซึ่งของทั้งหมดได้มาจากชาวบ้านในท้องถิ่นเมืองเลย นอกจากนี้ยังมีส่วนนิทรรศการหมุนเวียนทุก
3 เดือนโดยจัดแสดงเรื่องราวต่าง ๆ ของเมืองเลยตามเทศกาลประเพณี
ส่วนที่สาม มีห้อง "เบิ่งไทเลย" เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร
ถือเป็นส่วนสำคัญและจัดแสดงได้โดดเด่นที่สุด ภายในห้องขนาดใหญ่นี้จัดแสดงเรื่องราวต่าง
ๆ เกี่ยวกับจังหวัดเลย เนื้อหาของนิทรรศการครอบคลุมในทุกด้านทั้งธรณีวิทยา
ภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ ประเพณีและกลุ่มชาติพันธุ์ ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. ถ้าต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือ
แจ้งล่วงหน้าเพื่อความสะดวกในการเข้าชม ติดต่อที่ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเลย
สถาบันราชภัฎเลย ถนนเลย-เชียงคาน อำเภอเมือง จังหวัดเลย
42000 หรือสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0 4283
5223-8 การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 เส้นเลย-เชียงคาน
ระยะทาง 5 กิโลเมตร
วัดถ้ำผาปู่ หรือเรียกอีกชื่อว่า ถ้ำเพียงดิน
ภายในวัดมีพระธาตุบรรจุอัฐิของหลวงปู่คำดี ปภาโส ผู้ค้นพบวัดแห่งนี้
ภายในวัดมีลักษณะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อยู่ใต้ภูเขาหิน มีพระพุทธรูปประดิษฐ์อยู่ภายในถ้ำ
และมีหินงอก หินย้อย บริเวณภายนอกถ้ำเป็นแหล่งอาศัยของค่างแว่น
ชะนี และลิง การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคาน ออกจากตัวเมืองเลยไปประมาณ
7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าลี่ 3 กิโลเมตร
วนอุทยานภูผาล้อม ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำสวย
อยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ 24 กิโลเมตร วนอุทยานแห่งนี้เป็นภูเขาหินปูนสูงชัน
ที่มียอดหยักแหลมมากมาย ตั้งโอบล้อมเสมือนเป็นกำแพงตรงกลางเป็นผืนป่าดิบ
มีพืชสมุนไพร จุดชมวิว และถ้ำต่าง ๆ ได้แก่ ถ้ำแก้ว ถ้ำผาบ่อง
รวมทั้งบ่อน้ำซับ หรือน้ำผุด เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อยู่ใจกลางป่า
เชื่อกันว่าเป็นรูของพญานาคซึ่งเป็นทางน้ำ ใต้ดินที่ไปทะลุออกแม่น้ำโขงได้
ในการเดินทางเข้าไปชมจะต้องมี เจ้าหน้าที่นำทางในการเดินเที่ยวชมด้วย
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักแรม สามารถกางเต็นท์พักแรมได้บริเวณที่ทำการวนอุทยานฯ
นักท่องเที่ยวควรติดต่อล่วงหน้าก่อน 1 เดือน ได้ที่ วนอุทยานภูผาล้อม
ตู้ ปณ. 7 ปทจ. เลย จังหวัดเลย 42000 การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-นาด้วง
ทางหลวงหมายเลข 2138 ออกจากตัวเมืองเลยไปประมาณ 9 กิโลเมตร
แล้วเลี้ยวซ้ายตามเส้นทางเลย-บ้านเพีย ทางหลวงหมายเลข
2249 อีก 9 กิโลเมตร ถึงบ้านเพียมีทางแยกให้เลี้ยวขวาข้างวัดเลียบ
เข้าเส้นทางหมายเลข 3117 ตรงไปอีก 2 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายอีก
4 กิโลเมตร ก็จะถึง วนอุทยานภูผาล้อม
อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน และห้วยกระทิง
เป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดิน มีขนาดความจุ 26 ล้านลูกบาศก์เมตร
ครอบคลุมพื้นที่ 1,500 ไร่ สันเขื่อนยาว 800 เมตร สร้างเพื่อการชลประทาน
บริเวณอ่างเก็บน้ำมี ทัศนียภาพที่สวยงามของป่าไผ่และภูเขาที่โอบล้อม
การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-ภูเรือ ออกจากตัวเมือง 15 กิโลเมตร
และให้เลี้ยวขวาไป 5 กิโลเมตร
วัดศรีคุณเมือง อยู่ที่ถนนชายโขง ซอย
7 ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2485
มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านน
าและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนา
ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก
ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก
พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่
24-25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์แกะ สลักไม้ลงรักปิดทองทุกด้านที่
พนักหลังมียอดคล้ายปราสาท ด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน
ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดก ชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม
วัดท่าแขก เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง
ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้
ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์สกัดจากหินทรายทั้งก้อน
เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300
กว่าปี
แก่งคุดคู้ เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง
ช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง
ในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้คือ
ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะ
แก่งชัดเจนมีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัส
สายน้ำโขงและธรรมชาติสองฝั่งอย่างใกล้ชิด ที่บริเวณแก่งคุดคู้มีบริการเช่าเรือยนต์ล่องแม่น้ำโขง
ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาแล้วแต่จะตกลง นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหาร
เช่น ไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ โดยเฉพาะพล่า กุ้งเต้น ต้มยำปลาจากลำน้ำโขงเป็น
อาหารแนะนำในราคาไม่แพง การเดินทาง จากตัวอำเภอเชียงคานนักท่องเที่ยว
สามารถนั่งรถสายรอบเมืองไปแก่งคุดคู้ได้ ซึ่งห่างจากตัวอำเภอเชียงคานไปประมาณ
3 กิโลเมตร
พระพุทธบาทภูควายเงิน อยู่ที่บ้านอุมุง
ตำบลบุฮม พระพุทธบาทภูควายเงินเป็นรอย พระพุทธบาทยาวประมาณ
120 เซนติเมตร กว้าง 65 เซนติเมตร ประดิษฐานบนหินลับมีด
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ. 2478 รอยพระพุทธบาทภูควายเงินเป็นที่เคารพ
สักการะของชาวบ้านในแถบนี้มาก เมื่อครั้งที่การเดินทางมานมัสการยังลำบาก
เชื่อกันว่าคนที่มีบุญวาสนาเท่านั้นจึง จะเดินทางมากราบไหว้ได้
คนที่วาสนาไม่ถึงจะต้องมีเหตุให้มาไม่ได้ ทั้งที่ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่ก็ตาม
บางคนก็หลงทาง ทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ทางวัดจะจัดงานสมโภชประจำปีถือ
เป็นงานสำคัญของชาวบ้านในแถบนี้ การเดินทาง ใช้เส้นทางสายเชียงคาน-ปากชม
ระยะทาง 6 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านผาแบ่นมีทางแยกเข้าบ้านอุมุง
3 กิโลเมตร จะถึงทางขึ้นเขาเป็นทางลูกรังระยะทาง 1 กิโลเมตร
พระใหญ่ภูคกงิ้ว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวิน คราภิรักษ์ ตั้งอยู่ที่ภูคกงิ้ว
บ้านท่าดีหมี ตำบลปากชม ประดิษฐานอยู่บนเนินเขาบริเวณ
ปากลำน้ำเหืองจรดกับแม่น้ำโขง เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร
หล่อด้วยไฟเบอร์ผสมเรซิ่นสีทองทั้งองค์ สูง 19 เมตร ตัวฐานกว้าง
7.2 เมตร สร้างขึ้นโดยกองทัพภาคที่ 2 และประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิม
พระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ เมื่อ
พ.ศ. 2542 และในมหามงคลแห่งราชพิธีราชาภิเษก ครบ 50 ปี
พ.ศ. 2543 สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544
บริเวณโดยรอบสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำโขง และประเทศลาวได้
การเดินทาง จากตัวเมืองเลยให้เส้นทางหลวงหมายเลข 201 เส้นเลย-เชียงคาน
ไป 47 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายบริเวณสามแยกตรงไปจนถึงบ้านท่าดีหมี
และเลี้ยวขวาที่โรงเรียนบ้านท่าดีหมี ไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ ตั้งอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด
ตำบลเขาแก้ว เดิมชาวไทดำอพยพมาจากเมืองเชียงขวาง ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2448 มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด
ปัจจุบันยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำ มีบ้านที่สร้างขึ้นตามแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมของชาวไทดำ
รวมทั้งเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่
ในอดีตและยังมีการรวมกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของชาวบ้าน โดยสามารถชมการทอผ้าและเลือกซื้อสินค้าเป็นของฝากได้
นักท่องเที่ยวที่สนใจที่จะสัมผัส ชีวิตความเป็นอยู่ชาวไทดำแบบโฮมสเตย์
ควรติดต่อได้ที่สมาคมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทดำก่อนล่วงหน้าประมาณ
1 สัปดาห์ โทร. 0 1048 2000 พัก 1 คืน อาหาร 2 มื้อ ราคา
300บาท/คน การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-เชียงคาน ไปประมาณ
38 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปบ้านนาสีจนถึงบ้านนาป่าหนาดอีกประมาณ
10 กิโลเมตร
ถ้ำผายา ตั้งอยู่ที่บ้านใหม่สันติธรรม
ตำบลนาดอกคำ ภายในวัดถ้ำผายามีความสงบ ร่มรื่นและบริเวณภายในถ้ำผายาจะมีฝูงค้างคาวพันธุ์กินแมลงอาศัยอยู่จำนวนหลายล้านตัว
ฝูงค้างคาวจะออกหากินในเวลาตอนเย็นเป็นแถวนานเกือบชั่วโมง
การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 2138 เส้นเลย-นาด้วง จากอำเภอเมืองไปประมาณ
8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายแยกเข้าเส้น 2249 ไป 9 กิโลเมตร
และเลี้ยวขวาที่บ้านเพีย เข้าเส้นทาง รพช. อีก 11 กิโลเมตร
ก็จะถึงวัดถ้ำผายา
อ่างเก็บน้ำห้วยลิ้นควาย ตั้งอยู่ที่บ้านแสงเจริญ
ตำบลนาด้วง ในบริเวณอ่างเก็บน้ำมีทัศนียภาพที่สวยงาม และมีหาดทรายบรรยากาศเหมือนชายทะเล
เหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำ พายเรือ ตกปลา การเดินทาง
ใช้เส้นทางหมายเลข 2138 เส้นเลย-นาด้วง เป็นระยะทาง 34
กิโลเมตร
พระพุทธบาทถ้ำผาบิ้ง อยู่บริเวณวัดถ้ำผาบิ้ง
บ้านผาบิ้ง ตำบลนาแก ห่างจากอำเภอวังสะพุง 9 กิโลเมตร
กรมศิลปากรจดทะเบียนเป็นโบราณ สถานพร้อมกับพระธาตุศรีสองรัก
เมื่อ พ.ศ. 2498 เมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปในถ้ำจะมองเห็นพระพุทธบาทขนาดใหญ่อยู่บนเพดานถ้ำ
ลวดลายและนิ้วพระบาทไม่ปรากฏเด่นชัด ขนาดกว้าง 2 ฟุต ยาว
3 ฟุต การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 201 เส้นอำเภอเมือง-วังสะพุง
แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 7 กิโลเมตร จะเห็นวัดอยู่ทางขวามือ
ศูนย์ศิลป์สิรินธร อยู่ภายในโรงเรียนศรีสงครามวิทยา
บนเนื้อที่ทั้งหมด 6 ไร่ ศูนย์ฯ นี้เป็นสถานที่แสดงภาพเขียนของนักเรียนที่มี
ความสวยงามโดยสร้างชื่อเสียงทั้ง ในประเทศและระดับโลกมาแล้ว
ทั้งยังเป็นแหล่งความรู้ทางศิลปะวัฒนธรรม ประกอบด้วยหอนิทรรศการถาวรและหมุนเวียน
อาคารฝึกปฎิบัติงานศิลปะ และร้านจำหน่ายผลงานศิลปะและของที่ระลึก
โดยได้รับชื่อพระราชทานนามว่า "ศูนย์ศิลป์สิรินธร"
จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การเดินทาง
จากอำเภอวังสะพุงใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 210 เส้นวังสะพุง-
กิ่งอำเภอเอราวัณ ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ศูนย์ฯ จะอยู่ทางด้านขวามือ
พระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ อยู่บ้านโคกมน
ตำบลผาน้อย พระเจดีย์วัดป่าสัมมานุสรณ์ สร้างตามแบบของกรมศิลปากร
ขนาดฐานองค์พระเจดีย์กว้างยาวด้านละ 25 เมตร สูง 33 เมตร
ก่อสร้างด้วยโครงเหล็ก ก่ออิฐถือปูนและเคลือบด้วยกระเบื้องอย่างดี
วัดป่าสัมมานุสรณ์นี้เป็นวัดป่าวิปัสสนากัมมัฏฐาน สายพระอาจารย์มั่น
ภูริทัตโต การเดินทาง พระเจดีย์แห่งนี้อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังสะพุง
ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 210 เส้นอำเภอวังสะพุง-อุดรธานี
ถึงสี่แยกโรงเรียนบ้านวังไห ให้แยกซ้ายไปตามถนน รพช. อีก
8 กิโลเมตร
เสมาหินทรายที่บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก
บ้านปากแบ่งและบ้านนาหลัก ตำบลวังสะพุง อยู่ห่างกัน 4
กิโลเมตร โดยบ้านนาหลักตั้งอยู่ทางทิศเหนือแ ละบ้านปากแบ่งอยู่ทางทิศใต้
ทั้งสองแห่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มานาน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเลย
ใบเสมาบ้านปากแบ่งพบครั้งแรกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2508 ลักษณะใบเสมามีลวดลายสลักรูปบัวบนฐาน
แบบที่มีรูปพระสถูปเจดีย์ ประทับอยู่ตรงกลางแผ่นเสมา โดยส่วนบนมีลักษณะรูปกรวยคล้าย
กับยอดเจดีย์ที่พบในดินแดนอีสานทั่วไป ส่วนที่บ้านนาหลัก
เป็นเสมาหินปักคู่สองหลัก แบบที่มีคู่สลักนูนขึ้นไปจากยอดเสมา
เป็นรูปคล้าย ๆ กับสถูปเท่านั้นโดยไม่มีลวดลายใด ๆ และปี
พ.ศ. 2519 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่นได้นำไปเก็บรักษาไว้
1 หลัก จึงเหลือไว้ในสถานที่เดิมเพียง 1 หลักเท่านั้น
กลุ่มเสมาหินที่พบในภาคอีสานแสดง ให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรม
ในภูมิภาคตั้งแต่โบราณ เสมาหินที่พบส่วนมากเป็นศิลปะวัตถุแบบทวาราวดีและลพบุรี
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่
หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน เกิดจากการยกตัวของพื้นผิวโล
กและดินส่วนที่อ่อนพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ ภูหลวงประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่
18 ธันวาคม 2517 มีพื้นที่ประมาณ 560,593 ไร่ สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูง
อากาศเย็นตลอดปี ตั้งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอวังสะพุง
อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอภูหลวง ฤดูกาลบนภูหลวงมี
3 ฤดูเหมือนพื้นราบแต่ระดับอุณหภูมิต่างกัน ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20-24 องศาเซลเซียส จะมีดอกไม้ที่มีสีสันเจิดจ้าสวยงามเช่นเอื้องตาเหิน
กล้วยไม้ป่าดอกขาว กุหลาบขาวและกุหลาบแดงช่วงเวลาที่เหมาะสม
ในการชมทุ่งกุหลาบขาวและกุหลาบแดง คือระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม อุณหภูมิใกล้เคียงหรือสูงกว่าหน้าร้อนเล็กน้อยจะมีดอกไม้ป่าดอกเล็ก
ๆ สีชมพูอมม่วงขึ้นแซมตามทุ่งหญ้า ฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงมาก
เฉลี่ย 0-16 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
บางวันอุณหภูมิลดลงถึง -4 องศาเซลเซียสจะมี ก่วมแดงหรือที่รู้จักกันว่าเมเปิ้ล
จะเปลี่ยนสีแดง แล้วผลัดใบ ตามพื้นดินจะเห็นต้นกระดุมเงินแ
ละรองเท้านารีปีกแมลงปอขึ้นอยู่ บนก้อนหินและตามพื้นป่าดิบเขา
ด้านตะวันออกของเทือกภูหลวงมีการ ค้นพบซากหินรอยเท้าไดโนเสาร์อายุกว่า
120 ล้านปี นอกจากนี้ยังมีป่าหลากชนิด เช่น ป่าผลัดใบหรือป่าเบญจพรรณ
ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา แต่ป่าที่โดดเด่นที่สุดบนภูหลวง
คือป่าสนสองใบ สนสามใบ และทุ่งหญ้าตามพื้นที่ราบ เนินเขาและลานหิน
นอกจากนั้นทางเขตฯ ได้จัด เส้นทางศึกษาธรรมชาติภูหลวง
เป็นเส้นทางที่ขึ้นทางอำเภอภูเรือ โดยเริ่มจากโคกนกกระบา
ผ่านลานสุริยัน ผาสมเด็จ รอยเท้าไดโนเสาร์ ระหว่างทางจะพบกุหลาบขาวและกุหลาบแดง
กล้วยไม้ป่าต่าง ๆ โดยใช้ระยะทางเป็นเวลา 1-2 วัน นักท่องเที่ยวที่เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางด้วย การเดินทางขึ้นภูหลวง
นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขตบางเขน กรุงเทพฯ
โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 755 หรือ www.dnp.go.th ช่วงที่เหมาะในการเที่ยวชมภูหลวงคือระหว่างเดือนตุลาคม-พฤษภาคม
หมายเหตุ ภูหลวงจะปิดในช่วงฤดูฝน สถานที่พัก ทางเขตฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว
สำรองที่พักล่วงหน้าได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 4292-3 ต่อ 755 และที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
โทร. 0 1221 0547 หรือ www.dnp.go.th
โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ผานาง-ผาเกิ้ง
เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
ในโครงการมีการทอผ้าไหม เครื่องหัตถกรรม เครื่องครัวผลิตจากไม้ไผ่และไม้สัก
โรงเพาะเห็ดหลินจือ เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า และมีสินค้าของแต่ละผลิตภัณฑ์จำหน่าย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น การตกปลา ขี่จักรยานท่องเที่ยว
ให้อาหารสัตว์นานาชนิด ชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ บริเวณโครงการ
และมีที่พักไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยวด้วย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ได้ที่ โทร. 0 4281 2290 การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-วังสะพุง
ระยะทาง 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปกิ่งอำเภอเอราวัณประมาณ
31 กิโลเมตร จนถึงโรงเรียนบ้านวังสำราญ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก
1.5 กิโลเมตร
ถ้ำมโหฬาร อยู่ที่บ้านหนองหิน ตำบลหนองหิน
อยู่ในบริเวณวัดถ้ำมโหฬาร ภายในถ้ำมีบริเวณกว้างขวาง มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยสลับซับซ้อนมากมาย
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 201 (เลย-ชุมแพ) พอถึงกิโลเมตรที่
162-163 เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางลาดยาง ประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึงถ้ำ
ถ้ำโพธิสัตว์หรือกุ้ยหลินเมืองเลย ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านปวนพุ
ตำบลปวนพุ ถ้ำแห่งนี้มีถ้ำเล็กถ้ำน้อยเรียงรายอยู่ใต้ยอดเขาทั้งหมด
15 คูหา แต่ละคูหามีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน เช่น เขาวงกต
ถ้ำลับแล สวรรค์ชั้นต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหินย้อยรูปร่างสวยงามแปลกตาอีกมากมาย
การเข้าชมนั้นควรติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ อบต.ก่อน เนื่องจากไม่มีไฟฟ้า
และการเดินถ้ำวกวนมาก ใช้เวลาในการเดินชมอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับสวนหิน ห่างจากปากทางราว
9 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าไปตามทางลูกรัง 600 เมตร
แล้วเลี้ยวซ้ายอีก 1.4 กิโลเมตร
สวนหินผางาม หรือคุนหมิงเมืองไทย อยู่ที่บ้านผางาม
หมู่ 10 ตำบลปวนพุ จากกิ่งอำเภอหนองหินใช้เส้นทางหมายเลย
201 เลย-ชุมแพ ไปประมาณ 43 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปประมาณ
19 กิโลเมตร จนถึงสวนผางาม เป็นสวนหินปูนอายุประมาณ 230-280
ล้านปี ที่เกิดจากการสะสมตัวของตะกอนชายฝั่งระดับตื้น
ต่อมาเปลือกโลกยกตัวขึ้น และมีการผุพังจากธรรมชาติหลายล้านปี
ทำให้ภูเขามีลักษณะสวยงามแปลกตาคล้ายกับสวนหิน ที่เมืองคุนหมิง
ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จนได้รับการขนานนามว่า "คุนหมิงเมืองไทย"
ภายในบริเวณสวนหินมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไว้บริการ
การเดินเที่ยวชมธรรมชาติสามารถติดต่อ เจ้าหน้าที่เพื่อนำชมสวนหินผางามในการนำชมเป็นกลุ่ม
ๆ ละ 10 คน นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าบริการนำชม 100 บาท/กลุ่ม
เนื่องจากทางเดินภายในสวนหิน แคบและวกวนอาจมีการพลัดหลงได้
เส้นทางเดินชมสวนหินมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ ถ้ำทะลุ ภูเขาทรงแปลกคล้ายรูปสัตว์
จุดชมวิวที่ยอดเขาผาบ่อง หรือภูเขาหินที่มีลักษณะเป็นช่องทะลุตรงกลาง
น้ำตกสวนห้อม หรือน้ำตกสันติธารา อยู่ที่บ้านสวนห้อม
น้ำตกสวนห้อมเป็นน้ำตกขนาดกลาง เห็นได้แต่ไกล ไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ
บริเวณน้ำตกร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อน การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับสวนหินผางาม
แต่อยู่เลยเข้าไปอีกประมาณ 300 เมตร
น้ำตกเพียงดิน หรือน้ำตกวิสุทธารา อยู่เลยสวนหินผางามไป
2 กิโลเมตร น้ำตกเพียงดินเป็นน้ำตกขนาดกลาง แต่มีหลายชั้น
บางชั้นก็ต้องปีนป่าย บางชั้นก็มีน้ำใสไหลเป็นแอ่ง ลงเล่นน้ำได้ไม่อันตราย
บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น เหมาะสำหรับพักผ่อน นั่งรับประทานอาหาร
อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน
มีพื้นที่ 217,576 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่
23 พฤศจิกายน 2505 เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย
เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบ ด้วยระบบนิเวศและภูมิประเทศหลากหลายทั้งทุ่งหญ้า
ป่าสนเขา ป่าดิบ ป่าต้นเมเปิ้ล พันธุ์ไม้ดอกที่สวยงาม
กุหลาบป่า เอื้องคำหิน น้ำตกและหน้าผาชมทิวทัศน์ ลักษณะเด่นของอุทยานฯแห่งนี้คือเป็น
ภูเขาหินทรายยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่คล้ายใบบอนหรือรูปหัวใจ
มีความสูง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ก่อนเดินทางมาท่องเที่ยวป่าเขาที่ภูกระดึง
นักท่องเที่ยวควรสำรวจสุขภาพความ พร้อมของร่างกายก่อนเดินทาง
เพราะต้องใช้เวลาเดินและปีนป่ายเขาที่มีระยะทางร่วม 9
กิโลเมตร (ขึ้นเขา 5 กิโลเมตร ทางราบอีกประมาณ 3-4 กิโลเมตร)
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทาง โดยรถส่วนตัวจากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข
201 เส้นเลย-ภูกระดึง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเลยประมาณ
75 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2019 อีก
8 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ
มีด่านเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่คนละ
20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก
100 บาท และค่าบริการลูกหาบสัมภาระ กิโลกรัมละ 10 บาท
นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเต็นท์และบ้านพักได้ที่ที่ทำการอุทยานฯ
โทร. 0 4287 1333 หรือที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2920-1 ต่อ 724-725, 0
2579 5734, 0 2579 7223 www.dnp.go.th อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
จะปิดระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายนทุกปี เพื่อให้สภาพธรรมชาติฟื้นตัวและปรับปรุง
สถานที่พักสิ่งอำนวยความ สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติภูเรือ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองบัว
อำเภอภูเรือ และอำเภอท่าลี่ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับ
ซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผาชะโงกยื่นออกมาเหมือนหัวเรือสำเภาใหญ่
ลักษณะภูมิประเทศเป็น ทิวเขาสลับซับซ้อนประกอบด้วยเขาหินทรายและหินแกรนิตสลับกัน
สัตว์ป่าที่พบเห็นได้แก่ หมี เก้ง หมาใน ไก่ฟ้าพญาลอ เต่าปูลู
อุทยานภูเรืออยู่บนยอดเขาสูงทำให้มีอากาศ เย็นตลอดปีและเป็นอุทยานที่มีอากาศ
หนาวเย็นที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก
จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้าจะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
ภาษาพื้นเมือง เรียกว่า "แม่คะนิ้ง" ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2522 มีเนื้อที่ประมาณ 75,525
ไร่ ช่วงเดือนที่เหมาะที่จะมาเที่ยวคือเดือนตุลาคม-มีนาคม
สถานที่พัก อุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ โทร. 0 4280
1716 หรือที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2920-1 ต่อ 724-725, 0
22579 5734, 0 2579 7223 หรือ www.dnp.go.th การเดินทาง
จากตัวเมืองเลยใช้ทางหลวงหมายเลข 203 เส้นเลย-ภูเรือ ระยะทางประมาณ
50 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลเมตร 49-50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ
เข้าไปเป็นทางลาดยางประมาณ 8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถขึ้นได้
และมีทางเดินเท้า 700 เมตร ก็จะถึงยอดภูเรือ
น้ำตกปลาบ่า หรือน้ำตกตาดสาน อยู่ที่หมู่
1 บ้านปลาบ่า ตำบลปลาบ่า เป็นน้ำตกที่ตกมาจากแผ่นหินขนาดใหญ่
ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างเหมาะสำหรับ เล่นน้ำและนั่งพักผ่อนรับประทานอาหาร
การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 203 เส้นภูเรือ-ด่านซ้าย
บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57-58 เลี้ยวซ้ายทางเดียวกับสถานีทดลองเกษตรที่สูง
ภูเรือ (บ้านกกโพธิ์) เข้าไปตามทางลาดยาง 7 กิโลเมตร ก็จะถึงบ้านปลาบ่า
จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 2 กิโลเมตร
จะถึงน้ำตก
พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน
ห่างจากตัวอำเภอด่านซ้ายประมาณ 1 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวจังหวัด
83 กิโลเมตร พระธาตุศรีสองรักมีรูปทรงลักษณะศิลปกรรมแบบล้านช้าง
องค์พระธาตุสูง 19.19 เมตร ฐานกว้างด้านละ 10.89 เมตร
ฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง องค์ระฆังทรง
"บัวเหลี่ยม" คล้ายพระธาตุพนม พระธาตุหลวง (เวียงจันทน์)
พระธาตุศรีโคตรบอง (แขวงคำม่วน) และอีกมาก มายแถบลุ่มน้ำโขง
พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นถวายเป็นอุเทสิกเจดีย์ (หมายถึงเจดีย์สร้างขึ้นโดยเจตนาอุทิศให้พระศาสนา
โดยไม่กำหนดว่าต้องเก็บรักษาสิ่งใด) สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยา
พ.ศ. 2103 เสร็จในปี พ.ศ.2106 พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นเพื่อเป็นสักขีพยาน
ในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา (สมัยพระมหาจักรพรรดิ)
และกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช
นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปางนาคปรกศิลปะธิเบตด้วย
ทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ชาวด่านซ้ายหรือ "ลูกผึ้งลูกเทียน"
จะร่วมกันจัดงานสมโภชพระธาตุศรีสองรักขึ้นโดยจะนำต้นผึ้ง
(ประดิษฐ์จากโครงไม้ไผ่เป็นทรงหอปราสาทขนาดกว้าง 2 ฟุต
สูง 2 ฟุตเศษ กรุรอบด้วยลวดลายงานแทงหยวกจากนั้นประดับด้วย
"ดอกผึ้ง" ซึ่งทำจากแผ่นเทียนกลม ๆ บาง ๆ ตากแดดแล้วจับเป็นกลีบ
ตรงกลางติดดอกบานไม่รู้โรย หรือขมิ้นหั่นเล็ก ๆ ต่างเกสรดอกไม้สีสดใส)
เทียนเวียนหัว (เทียนแท่งที่ฟั่นยาวพอคาดได้รอบศีรษะ)
มาถวายองค์พระธาตุถือเป็น ประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี
ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม จะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุศรีสองรักขึ้นทุกปี
การเดินทาง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 203 เส้นเลย-ภูเรือ
แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2013 อีก 15 กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้ายจากนั้นแยกขวาเข้าเส้นทาง
2113 อีก 1 กิโลเมตร
ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับองค์พระธาตุศรีสองรัก คือ ไม่ควรนำสิ่งของหรือดอกไม้สีแดงขึ้นบูชา
ไม่ควรแต่งกายด้วยชุดสีแดงขึ้นไปนมัสการ เพราะองค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อสัจจะและไมตรี
สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของเลือดและความรุนแรง ไม่ควรกางร่ม
สวมหมวกและสวมรองเท้าขึ้นไปบนพระธาตุ ไม่ควรนำเด็กต่ำกว่า
3 ปีขึ้นไปนมัสการ (หมายเหตุ : ก่อนท่านจะทำหรือประกอบพิธีใด
ๆ ที่เกี่ยวกับองค์พระธาตุขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าองค์พระธาตุก่อน)
วัดเนรมิตรวิปัสสนา ตั้งสูงเด่นอยู่บนเนินเขา
ห่างจากพระธาตุศรีสองรักเพียงเล็กน้อย พระอุโบสถและเจดีย์ภายในวัดก่อสร้าง
ด้วยศิลาแลงทั้งหลังที่เกิดจากจินตนาการ สร้างสรรค์ออกแบบโดยพระและเณร
ภายในพระอุโบสถตกแต่งไว้ตามแบบศิลปะส่วนกลาง มีพระพุทธชิณราชจำลองเป็นพระประธาน
และมีหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มและได้มรณภาพแล้วประดิษฐานอยู่
และมีภาพจิตกรรมที่สวยงามประดับอยู่โดยรอบพระอุโบสถ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบมีการ
จัดแต่งสวนต้นไม้ที่ร่มรื่นสวยงาม และมีต้นไม้ที่สำคัญทางพุทธศาสนา
คือ "ต้นสาละ" เป็นต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ
น้ำตกแก่งสองคอน อยู่ที่บ้านหัวนายูง
ตำบลด่านซ้าย ลักษณะของน้ำตกเป็นธารน้ำกว้างไหล ผ่านก้อนหินใหญ่น้อยมากมายลด
หลั่นกันลงมาท่ามกลางต้นไม้ ใหญ่เขียวครึ้มทั่วบริเวณ
มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน การเดินทาง ใช้เส้นทางหมายเลข 2013
เส้นด่านซ้าย-นครไทย อยู่เลยพระธาตุศรีสองรักไปราว 400
เมตร ทางเข้าอยู่ข้างวัดเนรมิตวิปัสสนา (เข้าทางเดียวกับโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กน้ำหมัน)
เลี้ยวเข้าไปตามทางลูกรังอีก 3 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปจึงจะถึงตัวน้ำตก
วัดโพธิ์ชัย อยู่ที่บ้านนาพึง ตำบลนาพึง
การเดินทาง ใช้เส้นทางเลย-ด่านซ้าย ไปประมาณ 82 กิโลเมตร
แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2113 เส้นด่านซ้ายนาแห้วไป
23 กิโลเมตร วัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างประมาณปลายกรุงศรีอยุธยา
พระพุทธรูปองค์แสนที่ ประดิษฐานอยู่ในกุฏิเจ้าอาวาสนั้น
เป็นพระพุทธรูปโบราณคู่บ้านคู่เมือง มาหลายชั่วอายุคน
ประทับขัดสมาธิราบ พระพักตร์ยาวรี ยอดพระเมาลีเป็นเปลวเพลิง
พระสังฆาฏิเป็นท้องนาค สันนิษฐานว่าเป็นพระเชียงแสน นอกจากนี้ภายในวิหารหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า
อาราม มีจิตรกรรม ฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติและวรรณกรรม
ท้องถิ่นที่ผนังด้านทิศเหนือมีจารึกว่า ภาพเขียนดังกล่าวเขียนขึ้นเมื่อจุลศักราช
1214 ตรงกับ พ.ศ. 2395 ตรงกับช่วงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
และที่ด้านนอกพระอุโบสถหลังเดียว กันนี้ยังมีภาพจิตรกรรม
ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยหลังคือเมื่อปี พ.ศ. 2459 นับเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุ
ที่มีค่ายิ่งแห่งหนึ่งของจังหวัดเลย และกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์ชัย
เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2530
อุทยานแห่งชาตินาแห้ว อยู่ในเขตอำเภอนาแห้ว
มีพื้นที่ทั้งหมด 73,225 ไร่ ภูมิประเทศประกอบด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน
ทอดตัวเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ สภาพป่าไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบแล้งที่มีไม้ผลัดใบผสม
ตามพื้นที่สูงเป็นป่าดิบเขาเป็นพรมแดน ธรรมชาติระหว่างแผ่นดินไทย-ลาว
สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ เลียงผา หมาใน นกเหยี่ยว เต่าปูลู
สถานที่พัก ทางอุทยานฯ มีบริการที่พักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
พักได้ 10-15 คน ราคา 2,000 บาท และพักได้ 30-40 คน ราคา
3,000 บาท เต็นท์ให้เช่า นอนได้ 3 คน ราคา 250 บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่
คนละ 30 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานฯ
โทร. 0 4281 9340-1 หรือที่สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2920-1 ต่อ 724-725, 0
2579 5734, 0 2579 7223 หรือ www.dnp.go.th การเดินทาง
จากตัวเมืองเลยใช้เส้นทางหมายเลข 203 ระยะทาง 68 กิโลเมตร
ถึงทางแยกบ้านโคกงามให้เลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข 2031
ระยะทาง 12 กิโลเมตร ถึงอำเภอด่านซ้ายให้เลี้ยวขวาตามเส้นทางหมายเลข
2113 ไปอีก 32 กิโลเมตร จนถึงอำเภอนาแห้ว จากอำเภอนาแห้วเดินทางต่อไปอีก
4 กิโลเมตร ถึงบ้านเหมือนแพร่เลี้ยวซ้ายตามเส้นทาง 1268
ผ่านตำบลแสงภา และเลี้ยวขวาตามทางแยกบนทางหลวง 1268 อีกครั้ง
ตรงหลักกิโลเมตรที่ 0 อีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ
น้ำตกธารสวรรค์ อยู่หลังโรงเรียนนาแห้ววิทยา
เป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 15 เมตร บริเวณน้ำตกมีศาลาสำหรับพักผ่อน
ตอนล่างมีก้อนหินน้อยใหญ่เรียงราย มีสาหร่ายและพันธุ์ไม้นานาชนิดขึ้นบริเวณริมฝั่งสองข้างทาง
รถยนต์สามารถเข้าถึงน้ำตกได้
น้ำตกคริ้ง อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ
10 กิโลเมตร อยู่ติดกับถนนสายเหมืองแพร่-ร่มเกล้า บริเวณน้ำตกมีพืชพันธุ์นานาชนิด
ขึ้นริมฝั่งทำให้ดูมีความอุดมสมบูรณ์ มีก้อนหินเรียงกันเป็นชั้น
ๆ ตอนล่างมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ มีศาลาพักผ่อนสำหรับผู้มาเยือน
พระธาตุสัจจะ ตั้งอยู่บริเวณวัดลาดปู่
บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่ องค์ประกอบของพระธาตุสัจจะ ประกอบด้วยดอกบัวบานมีกลีบ
3 ชั้น สูงประมาณ 1 เมตร ตั้งอยู่รอบองค์พระธาตุสัจจะ
องค์พระธาตุสูง 33 เมตร สร้างขึ้นเพื่อต่อดวงชะตาพระธาตุพนมที่พักโค่นลงมาในอดีต
และให้เป็นปูชนียสถานอัน เป็นที่เคารพสักการะบูชาต่อไป
มีสัญลักษณ์คล้ายคลึงกับพระธาตุพนม มีเศวตฉัตร 7 ชั้น
ประดิษฐานไว้บนยอดสุดของพระธาตุสัจจะ การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข
201 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2115 สายท่าลี่-อาฮี ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าลี่ประมาณ
2 กิโลเมตร |