อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ที่ได้รับความนิยมสูง และเป็นแหล่งที่ดำเนินงานตามแนวพระราชดำรัส ในการใช้พลังงานน้ำธรรมชาติมาประยุกต์ การดำเนินงานอย่างสอดคล้องเป็นประโยชน์ และเพื่อเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์ และการรักษาสภาพแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอวังเหนือ อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองปาน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ประมาณ ๗๖๘ ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๓๑ เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างลำปางและเชียงใหม่ ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและมีอากาศเย็นสบาย คือช่วงเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน เป็นแหล่งน้ำพุร้อนที่มีสภาพการเกิดทางธรณีวิทยา มีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ จำนวน ๙ บ่อ ตั้งอยู่รวมกันในบริเวณพื้นที่ที่ทำการอุทยานฯประมาณ ๓ ไร่ ภายในพื้นที่มีโขดหินน้อยใหญ่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป และมีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาจากบ่อปกคลุมรอบบริเวณ น้ำพุร้อนมีอุณหภูมิเฉลี่ย ๗๓ องศาเซลเซียส เป็นที่นิยมนำไข่ไก่และไข่นกกระทามาแช่ สำหรับไข่ไก่แช่นานประมาณ ๑๗ นาที ไข่แดงจะแข็งมีรสชาติมันอร่อย ส่วนไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า น้ำตกแจ้ซ้อน เป็นน้ำตกที่กำเนิดจากลำน้ำแม่มอญ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสาย ไหลตกลงมาเป็นชั้น ๆ มี ๖ ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๑ กิโลเมตร มีทางเดินไปสะดวกและมามารถเดินจากบ่อน้ำพุร้อนไปถึงน้ำตกได้ น้ำตกแม่มอญ เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลแรงจากชะง่อนผาสูงลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง น้ำจะตกลมาเป็นช้น ๆ สวยงาม ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๕ กิโลเมตร น้ำตกแม่ขุน อยู่ใกล้กับน้ำตกแม่มอญ มีลักษณะเป็นน้ำตกสายยาว สูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ไหลลงมาบรรจบกับน้ำตกแม่มอญ ต้องเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานฯ ๕ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำทาง ถ้ำผางาม ห่างจากที่ว่าการอำเภอวังเหนือ ๘ กิโลเมตร อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ แจ้ซ้อน ๓ (ผางาม) หน่วยนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๖๐ กิโลเมตร มีถ้ำที่สามารถเข้าไปศึกษาและท่องเที่ยวได้ เช่น ถ้ำฟางาม ถ้ำน้ำ ถ้ำหม้อ เป็นต้น ชมดอกกระเสี้ยวบาน ในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธุ์ของทุกปี ดอกเสี้ยวจะบานเต็มผืนป่า นักท่องเที่ยวสามารถขับรถชมดอกเสี้วบาน ได้ตามเส้นทางแจ้ซ้อน-บ้านป่าเหมี่ยง เป็นระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร แอ่งน้ำอุ่น ตั้งอยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อน เป็นแอ่งน้ำที่เกิดจากการไหลมาบรรจบกันของ น้ำพุร้อนและน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อนทำให้เกิด เป็นน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิเหมาะแก่การแช่อาบ ห้องอาบน้ำแร่ มีทั้งห้องอาบแช่ สำหรับ ๓-๔ คน ห้องรวมแบบตักอาบและบ่อสำหรับแช่อาบกลางแจ้ง น้ำแร่ที่ใช้ต่อท่อโดยตรงมาจากบ่อน้ำพุร้อน มีอุณหภูมิน้ำแร่ประมาณ ๓๙-๔๒ องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถใช้แช่อาบได้ ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่คือ ช่วยบำบัดความเมื่อยล้าของร่างกาย ช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้ เช่น กลาก เกลื้อน ผื่นคัน และยังช่วยบรรเทาอาการของโรคเกี่ยวกับกระดูก แต่น้ำแร่จากที่นี่ไม่สามารถใช้ดื่มได้ เพราะมีแร่ธาตุบางชนิดสูงกว่ามาตรฐาน ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้ ๒ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแจ้ซ้อน ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที โดยเส้นทางจะผ่านจุดสื่อความหมาย ๑๙ จุด ผ่านสภาพป่าและพรรณไม้ที่น่าสนใจหลายชนิด รวมถึงอาจพบสัตว์หายากอย่างนกเขนเทาหางแดง และปลาปุงแห่งลำห้วยแม่มอญ เป็นเส้นทางที่เหมาะสำหรับเยาวชนผู้สนใจศึกษาพรรณไม้ต่าง ๆ เช่น ต้นก๋ง กวาวเครือ หรือ ยางปาย ศึกษาระบบนิเวศน์ เช่น วงจรชีวิตหนอนรถด่วน และสภาพภูมิศาสตร์โดยรอบลานน้ำพุร้อน เช่น อะไรทำให้เกิดบ่อน้ำพุร้อน ทำไมน้ำพุร้อนทำให้ไข่แดงสุกแต่ไข่ขาวเหลว หรือจั๊กจั่นน้ำแร่ เป็นอย่างไร (จั๊กจั่นน้ำแร่จะมีชุกในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม) แอ่งอาบน้ำอุ่นนี้เกิดจากน้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนมาบรรจบกับน้ำเย็นที่มาจากน้ำตกแจ้ซ้อน สำหรับอุทยานฯ ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเอง จาก โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งจะอยู่ในเส้นทางนี้ด้วย สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ๖๐ กิโลวัตต์ ผู้สนใจสามารถขับรถขึ้นไปดูได้ ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร แต่ต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อ หรือรถยนต์ที่สภาพดี เพราะสภาพทางค่อนข้างเละและชัน เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแม่เปียก ระยะทางประมาณ ๓.๗ กิโลเมตร เป็นเส้นทางวงรอบเลียบริมห้วยแม่เปียก ผ่านจุดสื่อความหมาย ๑๖ จุด ใช้เวลาเดินประมาณ ๓ ชั่วโมง ตลอดเส้นทางจะได้รับความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศน์ การนำทรัพยากรจากป่ามาใช้ประโยชน์ เช่น น้ำมันยาง สารพัดประโยชน์ที่นำมาใช้กับเครื่องยนต์จนถึงทำน้ำมันใส่แผล ไผ่ข้าวหลาม ที่มีเปลือกบางเผาง่าย เมี่ยง(ชา) ที่ใบอ่อนจะนำมานึ่งแล้วหมักทำเป็นเมี่ยงนิยมรับประทานเป็นของว่าง ใช้ต้อนรับแขกทางภาคเหนือของไทย ยอดอ่อนนำมาอบแห้งแล้วชงกับน้ำร้อนดื่มเป็นชา ซึ่งเมี่ยง(ชา) จะมีสารคาเฟอีนออกฤทธิ์เช่นเดียวกับกาแฟ แหย่ง ใบใช้ห่ออาหารแทนใบตอง หรือนำลำต้นไปตากให้แห้งแล้วสานเป็นเสื่อ หรือแม้แต่การสร้าง ฝายน้ำล้น ที่นำไปผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเพื่อใช้ภายในอุทยานฯ ระหว่างเส้นทางถ้าโชคดีอาจพบ หมูป่า และเต่าปูลู ที่มีลักษณะไม่เหมือนเต่าทั่วไปและกำลังจะสูญพันธ์ เต่าปูลูมีหางยาวหัวและขาไม่สามารถหดในกระดองเหมือนเต่าทั่วไป มีความสามารถในการปีนป่ายและกินสัตว์จำพวกปูหรือปลาเป็นอาหาร ในเส้นทางจะพบน้ำตกวังไฮ และน้ำตกแม่เปียกซึ่งน้ำตกแม่เปียกอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ๓ กิโลเมตร มีชั้นน้ำตก ๓ ชั้น และชั้นที่ ๓ จะมีความสวยงามที่สุดโดยมีความสูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ด้านล่างบริเวณแอ่งรองรับน้ำจากน้ำตก จะมีกล้วยป่าขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไปทำให้มีความงาม ไปอีกมุมมองหนึ่ง สถานที่พัก อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนนอกจากจะได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Tourism Awards) ปี ๒๕๔๓ ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยอดเยี่ยม ในด้านการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานฯ ได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติแล้ว สภาพแวดล้อมภายในอุทยานฯ ยังตกแต่งได้อย่างสวยงามไม่แพ้รีสอร์ทเอกชน เหมาะสำหรับผู้ที่จะไปเที่ยวแบบครอบครัว สามารถเที่ยวได้ตลอดปี ฤดูหนาวจะมีนักท่องเที่ยวมากที่สุด บ้านพักในอุทยานมีจำนวน ๑๑ หลัง พักได้หลังละ ๓-๑๕ คน ราคา ๙๐๐-๓,๖๐๐ บาท ค่ายพักแรม พักได้ ๔๐ คน ราคา ๔,๐๐๐ บาท อุทยานฯ มีเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวเช่า พักได้ ๒-๕ คน ราคา ๑๕๐-๒๒๕ บาท หรือนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าสถานที่กางเต็นท์ คนละ ๓๐ บาท/คืน ในอุทยานฯ ยังมีร้านอาหารสวัสดิการบริการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐-๒ อุทยานฯ แจ้ซ้อน โทร. ๐๘ ๙๘๕๑ ๓๓๕๕ ๙๘๕๑ หรือ www.dnp.go.th การเดินทาง อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนอยู่ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ ๗๕ กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอด มีให้เลือก ๒ เส้นทางคือ รถยนต์ - จากสนามกีฬาประจำจังหวัดไปตามถนนสายลำปาง-ห้างฉัตร (สายเก่า) เลี้ยวขวาที่สามแยกบ้านน้ำโท้งไปตามถนนสาย ๑๑๕๗ เส้นลำปาง-ห้วยเป้ง-เมืองปาน ไปประมาณ ๕๕ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าถนนสาย ๑๒๘๗ เมืองปาน-แจ้ห่ม ไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย ๑๒๕๒ เส้นข่วงกอม-ปางแฟน อีก ๑๑ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเขาอุทยานฯไปตามถนน รพช. อีก ๓ กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานฯ - จากตัวเมืองลำปางไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๓๕ เส้นลำปาง-แจ้ห่ม ไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ ๕๘ เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๘๗ ซึ่งเป็นทางเข้าไปอำเภอเมืองปาน แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยก ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๕๒ เส้นข่วงกอม-ปางแฟน ประมาณ ๑๑กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ ตามถนน รพช. อีก ๓ กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ - เส้นทางจากจังหวัดเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๖ ผ่านอำเภอสันกำแพง แล้วเข้าสู่ถนนสานถ้วยแก้ว-บ้านแม่กำปอง ผ่านบ้านป่าเหมี้ยง ถึงที่ทำการอุทยานฯ รถโดยสารประจำทาง มีคิวรถโดยสารประจำทางสาย ลำปาง-แจ้ซ้อน ถึงที่ทำการอุทยานฯ อยู่บริเวณถนนตลาดเก่า ราคา ๕๐ บาท ออกจากลำปางเวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. หรือเหมารถประมาณ ๓๕๐ บาท