จังหวัดชัยภูมิตั้งอยู่บนสันขอบที่ราบสูงอีสาน
ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับภาคกลางและภาคเหนือ เป็นดินแดนแห่งทุ่งดอกกระเจียวแสนงาม
และสายน้ำตกชุ่มฉ่ำยามหน้าฝน เป็นจังหวัด ที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน
มีเทือกเขาที่สำคัญได้แก่ ภูพังเหย ภูแลนคา ภูพญาฝ่อ อันเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำชี
ด้านประวัติศาสตร์ ชัยภูมิมีอารยธรรมซ้อนทับกันหลายสมัย
ตั้งแต่สมัยทวารวดี สมัยขอม จนถึงอิทธิพลลาวล้านช้าง มีการค้นพบโบราณสถานโบราณ
วัตถุมากมายในหลายพื้นที่ของจังหวัด ต่อมาปรากฏชื่อเป็นเมืองหน้าด่านในสมัยกรุงศรีอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ภายหลังจึงร้างไป และมาปรากฏชื่ออีกครั้งในสมัยต้นรัตนโกสินทร์
โดยมีชาวเวียงจันทน์เข้ามาสร้างบ้านแปงเมือง มีผู้นำชื่อ
แล ซึ่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้า เมืองคนแรกของชัยภูมิ
ชัยภูมิอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 342 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ
12,778 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 15 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ
คือ อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอบ้านเขว้า อำเภอคอนสวรรค์
อำเภอเกษตรสมบูรณ์ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอจัตุรัส อำเภอภูเขียว
อำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอบ้านแท่น อำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสาร
อำเภอเทพสถิต อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอภักดีชุมพล อำเภอเนินสง่า
และกิ่งอำเภอซับใหญ่
อาณาเขต
ทิศเหนือ จดจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดขอนแก่น
ทิศใต้ จดจังหวัดนครราชสีมา
ทิศตะวันออก จดจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดนครราชสีมา
ทิศตะวันตก จดจังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดลพบุรี
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข
1 (ถนนพหลโยธิน) ถึงสระบุรี แยกขวาไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข
2 (ถนนมิตรภาพ) แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201
ที่อำเภอสีคิ้ว ผ่านอำเภอด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ
รวมระยะทางประมาณ 342 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่ง คือ จากกรุงเทพฯ
เดินทางไปตามถนนพหลโยธิน ผ่านสระบุรี ถึงแยกพุแค แยกเข้าทางหลวงหมายเลข
21 ถึงอำเภอชัยบาดาล จากนั้นเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข
205 ผ่านอำเภอเทพสถิต อำเภอจตุรัส เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ
รถโดยสาร มีบริการเดินรถ กรุงเทพฯ-ชัยภูมิ
ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง ติดต่อขอรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต
2 โทร.0 2936 2852-66 สถานีขนส่งชัยภูมิ โทร. 0 4481 1493
บริษัท แอร์ชัยภูมิ โทร. 0 4481 1556 นครชัยแอร์ โทร.
0 4481 2522 ชัยภูมิจงเจริญ โทร. 0 4481 1780 ชัยภูมิทัวร์
โทร. 0 44 81 6012 www.transport.co.th
รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง)
มีรถด่วน รถเร็ว กรุงเทพฯ-หนองคาย บริการทุกวันโดยลงที่สถานีบัวใหญ่
จากนั้นสามารถต่อรถโดยสารประจำทางไปชัยภูมิอีก 51 กิโลเมตร
สอบถามรายละเอียดได้ที่ แผนกบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย
โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 www.railway.co.th
เครื่องบิน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)
ยังไม่มีบริการเที่ยวบินไปจังหวัดชัยภูมิ หากประสงค์จะเดินทางไปโดยเครื่องบิน
จะต้องลงที่จังหวัดขอนแก่น จากนั้นสามารถต่อรถโดยสารจาก
จังหวัดขอนแก่นย้อนกลับเข้าชัยภูมิ ระยะทางประมาณ 150
กิโลเมตร หรือจะลงที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วต่อรถโดยสารเข้าจังหวัดชัยภูมิ
ประมาณ 119 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียด โทร. 1566, 0 2280
0060, 0 2628 2000 www.thaiairways.com
จากสถานีขนส่งชัยภูมิมีรถโดยสารประจำทางไปกรุงเทพฯ เลย
เชียงใหม่ นครสวรรค์ นครราชสีมา ขอนแก่น เพชรบูรณ์-หล่มสัก
พิษณุโลก ชุมแพ บัวใหญ่ คอนสวรรค์ หนองบัวแดง เกษตรสมบูรณ์
บ้านเขว้า สมอทอด คอนสาร ลำนารายณ์ บ้านไผ่ ติดต่อสอบถามสถานีขนส่งชัยภูมิ
โทร. 0 4481 1493
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอและกิ่งอำเภอต่างๆ
บ้านเขว้า 13 กิโลเมตร
เนินสง่า 30 กิโลเมตร
หนองบัวระเหว 33 กิโลเมตร
คอนสวรรค์ 38 กิโลเมตร
จัตุรัส 39 กิโลเมตร
แก้งคร้อ 45 กิโลเมตร
หนองบัวแดง 53 กิโลเมตร
บำเหน็จณรงค์ 58 กิโลเมตร
ภูเขียว 77 กิโลเมตร
บ้านแท่น 81 กิโลเมตร
ภักดีชุมพล 85 กิโลเมตร
เกษตรสมบูรณ์ 90 กิโลเมตร
เทพสถิต 105 กิโลเมตร
คอนสาร 125 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยว
อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ตั้งอยู่กลางวงเวียนศูนย์ราชการ
ในตัวเมือง ชาวชัยภูมิได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์
แด่เจ้าเมืองคนแรกของชัยภูมิ ตามประวัติเล่าว่า ในปี 2360
ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 2 นายแล ซึ่งเป็นข้าราชการสำนักเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์
ได้อพยพครอบครัวและบริวาร ข้ามลำน้ำโขงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านน้ำขุ่น
บริเวณอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน ต่อมาจึงได้ย้าย
ชุมชนมาตั้งใหม่ที่โนนน้ำอ้อม บ้านชีลอง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ
6 กิโลเมตร ได้ส่งส่วยต่อเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ ต่อมาจึงย้ายชุมชนมาอยู่ที่บ้านหลวง
ในเขตอำเภอเมืองปัจจุบัน และได้หันมาขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา
ส่งส่วยแก่รัชกาลที่ 3 ไม่ขึ้นแก่เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์อีกต่อไป
จึงโปรดเกล้าฯ ยกบ้านหลวงเป็นเมืองชัยภูมิ และแต่งตั้ง
ขุนภักดีชุมพล (แล) เป็นเจ้าเมืองคนแรกของชัยภูมิ ครั้น
พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ก่อการกบฎ ยกทัพเข้าตีเมืองนครราชสีมา
ขุนภักดีชุมพลพร้อมเจ้าเมืองใกล้เคียงยกทัพไปสมทบกับคุณหญิงโม
ตีกระหนาบทัพเจ้าอนุวงศ์จนแตกพ่าย เจ้าอนุวงศ์เกิดความแค้นจึงย้อนกลับมา
จับขุนภักดีชุมพลประหารชีวิต ที่บริเวณใต้ต้นมะขามริมหนองปลาเฒ่า
ด้วยความดีที่ขุนภักดีชุมพลมีต่อแผ่นดินไทยจึงได้รับ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น
พระยาภักดีชุมพล (แล)
ศาลเจ้าพ่อพระยาแล ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ
ประมาณ 3 กิโลเมตรตามเส้นทางสายชัยภูมิ-บ้านเขว้า (ทางหลวงหมายเลข
225) มีแยกขวาเข้าสู่หนองปลาเฒ่า เป็นที่สถิตดวงวิญญาณของพระยาภักดีชุมพล
(แล) และเป็นศูนย์กลางที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวเมืองชัยภูมิ
ทุกปีมีงานสักการะศาลเจ้าพ่อในช่วงเดือน 6 ก่อนวันวิสาขบูชา
และมีพิธีเซ่นไหว้รำผีฟ้าถวายเจ้าพ่อเป็นประจำ
อุทยานแห่งชาติตาดโตน ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของเทือกเขาภูแลนคา
มีเนื้อที่รวมประมาณ 217 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญ
คือ ลำปะทาว และจะไหลรวมกับแม่น้ำชี มีน้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง
ได้แก่ น้ำตกตาดโตน น้ำตกตาดฟ้า และน้ำตกผาเอียง
น้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่สวยงามใกล้ที่ทำการอุทยานฯ
มีน้ำไหลตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูฝนจะสวยงามเป็นพิเศษ มีความสูงประมาณ
6 เมตร และกว้าง 50 เมตร ด้านบนเป็นธารน้ำไหลผ่านลานหินสอง
ฝั่งธารร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เหมาะที่จะนั่งพักผ่อนชมธรรมชาติและเล่นน้ำ
บริเวณน้ำตกมี ศาลเจ้าพ่อตาดโตน (ศาลปู่ด้วง) มีประวัติว่า
เจ้าพ่อตาดโตนเป็นคนเชื้อสาย เขมรอพยพเข้าเมืองไทย ในเวลาใกล้เคียงกับพ่อพระยาแล
(พระยาภักดีชุมพล) ท่านบำเพ็ญตนเป็นชีปะขาวยึดมั่นในสมถะ
กรรมฐาน ปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด และช่วยรักษาคนไข้
เป็นที่นับถือเลื่อมใสของราษฎรมาก เมื่อถึงแก่กรรมจึงมีการสร้างศาลขึ้น
เพื่อเป็นที่เคารพสักการะไว้หลายแห่ง นอกจากที่น้ำตกตาดโตนแล้วยังมี
ศาลปู่ด้วงที่ช่องสามหมอ และที่วัดชัยภูมิพิทักษ์อีกด้วย
มักมีประเพณีรำผีฟ้า ผีทรงบวงสรวงเจ้าพ่อเป็นประจำ การเดินทาง
จากตัวเมืองทางหลวงหมายเลข 2159 และแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข
2051 ระยะทางจากตัวเมืองถึงที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางประมาณ
21 กิโลเมตร หรืออาจใช้เส้นทางหมายเลข 201 ทางไปอำเภอภูเขียว
จะมีเส้นทางแยกซ้ายอีก 21 กิโลเมตรไปน้ำตกตาดโตนได้เช่นกัน
สำหรับผู้ที่เดินทางโดยรถโดยสาร สามารถใช้บริการรถสองแถวสายชัยภูมิ-ท่าหินงม
ลงที่ด่านเก็บค่าธรรมเนียมแล้วเดินเท้าอีก 1 กิโลเมตร
วัดสระหงษ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาเสียว
ห่างจากตัวเมือง 12 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2051 มีทางแยกเข้าทางเดียวกับไปอ่างเก็บน้ำช่อระกา
บริเวณวัดเป็นลาดหินเนินเขา มีหินก้อนหนึ่งรูปร่างคล้ายหงส์
ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ถัดจากศาลาวัดไปด้านหลังมีสระน้ำ
โบราณกว้างประมาณ 10 เมตร มีน้ำตลอดปี
น้ำตกตาดฟ้า อยู่ในท้องที่ตำบลนาเสียว
ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือตามทางหลวงหมายเลข 201 ประมาณ
13 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปอีก 4 กิโลเมตร ถึงโรงเรียนบ้านนาวัง
แยกขวาอีก 4 กิโลเมตร เมื่อถึงลานจอดรถต้องเดินเท้าอีก
300 เมตร เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่เชิงเขาภูอีเฒ่า ในเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตนด้านตะวันออก
ลักษณะเป็นลานหินกว้างประมาณ 15-20 เมตร ยาวโดยตลอด 80-90
เมตร ลาดชันประมาณ 30 องศา ลักษณะคล้ายกระดานลื่นธรรมชาติ
มีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง ตอนล่างมีแอ่งน้ำให้เล่นน้ำได้
วัดศิลาอาสน์ ภูพระ ตั้งอยู่ที่บ้านนาไก่เซา
ตำบลนาเสียว ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิไปตามทางหลวงหมายเลข
201 (ชัยภูมิ-ภูเขียว) ประมาณ 13 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายตามทางสายนาเสียว-ห้วยชันประมาณ
5 กิโลเมตร และแยกซ้ายเข้าวัดอีก 1 กิโลเมตร ภายบริเวณวัดมีเพิงผาหินซึ่งมี
ภาพจำหลักกลุ่มพระพุทธรูป อันเป็นที่มาของชื่อ ภูพระ และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านมาช้านาน
ปัจจุบันมีการสร้างหลังคาครอบไว้ ประกอบด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่
ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร หน้าตักกว้าง 5 ฟุต สูง 7 ฟุต
พระหัตถ์ขวาวางอยู่ที่พระเพลา พระหัตถ์ซ้ายพาดอยู่ที่พระชงฆ์
(พระหัตถ์อยู่ในท่าตรงข้ามกับปางมารวิชัย) เรียกกันว่า
พระเจ้าตื้อ มีพระพุทธรูปหินทรายขนาดเล็กสูง 7 นิ้วลักษณะเดียวกันอีก
1 องค์ตั้งวางอยู่ด้านหน้า ใกล้กันมีพระพุทธรูปอีก 7 องค์จำหลักรอบเสาหินทราย
ประทับนั่งเรียงแถว ปางสมาธิ 5 องค์ ปางเดียวกับพระเจ้าตื้อ
2 องค์ พระพุทธรูปเหล่านี้มีพุทธลักษณะ เป็นแบบพระพุทธรูปอู่ทอง
มีอายุอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 ร่วมสมัยอยุธยาตอนต้น
ทุกปีมีงานนมัสการพระพุทธรูปที่ภูพระในกลางเดือน 5 เริ่มต้นวันขึ้น
14 ค่ำ รวม 3 วัน
ปรางค์กู่ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองบัว ตำบลในเมือง
จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 202 (ชัยภูมิ-บัวใหญ่) ประมาณ
1 กิโลเมตร มีทางแยกขวาเข้าปรางค์กู่ตามทางหลวง 2158 เป็นระยะทางอีก
2 กิโลเมตร ปรางค์กู่เป็นปราสาทหินสมัย ขอมที่มีแผนผังและลักษณะ
เช่นเดียวกับปราสาทอื่นที่เป็น อโรคยาศาล หรือสถานพยาบาลที่
สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 นั่นคือ มีปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง
1 องค์ วิหารหรือบรรณาลัยด้านหน้า 1 หลัง ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง
นอกกำแพงตรงมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีสระน้ำ 1 สระ ปรางค์ประธานมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด
5 เมตร ย่อมุมไม้สิบสอง ด้านหน้ามีประตูเข้าออกทำเป็นมุขยื่นออกมา
ผนังปรางค์อีก 3 ด้านเป็นประตูหลอก เหนือประตูหลอกด้านทิศเหนือยังคงมีทับหลังติดอยู่
จำหลักภาพตรงกลางเป็นพระพุทธรูป ประทับนั่งปางสมาธิเหนือหน้ากาล
ซึ่งจับท่อนพวงมาลัยไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ด้านหน้ามีทับหลังเช่นกันแต่ลบเลือนไปมาก
ที่ช่องประตูหลอกด้านทิศเหนือมีพระพุทธรูปศิลาปางสมาธิ
ศิลปะแบบทวารวดี สูง 1.75 เมตร ประดิษฐานอยู่ โดยเคลื่อนย้ายมาจากที่อื่น
ชาวชัยภูมิให้การเคารพสักการะ มีการจัดงานประจำปีในช่วงกลางเดือน
5 ของทุกปี
ใบเสมาบ้านกุดโง้ง เก็บรักษาอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนวัดกุดโง้ง
ตำบลกุดตุ้ม จากตัวเมืองชัยภูมิไปตามทางหลวงหมายเลข 202
ประมาณ 12 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปอีก 3 กิโลเมตรถึงบ้านกุดตุ้ม
แล้วแยกขวาเข้าเส้นทางสายกุดตุ้ม-บุ่งคล้าอีก 4 กิโลเมตร
ใบเสมาหินทรายศิลปทวารวดีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-15 ที่พบเป็นจำนวนมากในบริเวณรอบ
ๆ หมู่บ้านได้ถูกนำมารวบรวมไว้ในอาคารอย่างเป็นระเบียบ
ส่วนมากมีลักษณะเป็นแผ่นใหญ่ ด้านหน้าจำหลักลายและบางแ
ผ่นมีจารึกอยู่ที่ด้านหลังด้วย ลวดลายที่ปรากฏเป็นเรื่องราวทางพุทธ
ศาสนาเล่าเรื่องชาดกตอนต่าง ๆ หรือเป็นภาพรูปเคารพ เช่น
ภาพพระโพธิสัตว์ประทับยืนบนดอกบัว ภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์
นับเป็นกลุ่มเสมาที่สวยงามแห่งหนึ่งในอีสาน
น้ำตกผาเอียง ตั้งอยู่ที่บ้านชีลอง
ในเขตอุทยานแห่งชาติตาดโตนด้านตะวันตก ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวง
2159 (ชัยภูมิ-หนองบัวแดง) ประมาณ 27 กิโลเมตร แยกขวาอีก
2 กิโลเมตรถึงลานจอดรถ และเดินเท้าต่ออีก 800 เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง
เกิดจากลำห้วยชีลอง มีลักษณะเป็นหน้าผาเอียงตัดลำห้วย
และทำให้เกิดเป็นน้ำตกไหลเอียงไปด้านหนึ่ง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบแล้ง
และยังมีไม้ขนาดใหญ่อยู่มาก ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีกสองแห่งในบริเวณนี้คือ น้ำตกผานิต
อยู่ก่อนถึงน้ำตกผาเอียง 500 เมตร และน้ำตกผาสองชั้น ซึ่งต้องเดินเท้า
1,200 เมตร น้ำตกเหล่านี้มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง
อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์
177 ตารางกิโลเมตร ในเขต 4 อำเภอ คือ อำเภอเมือง บ้านเขว้า
หนองบัวแดง และเกษตรสมบูรณ์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน
สภาพป่ามีทั้งป่าทึบและป่าโปร่ง เป็นต้นน้ำลำธารของลำห้วยที่ไหลลงสู่แม่น้ำชี
มีจุดเด่นทางธรรมชาติหลากหลายทั้งหน้าผาสันเขา ลานหินและก้อนหินรูปร่างแปลก
ๆ รวมทั้งพืชพันธุ์ที่น่าสนใจ เหมาะมาเที่ยวชมในระหว่างเดือนพฤษภาคม-ธันวาคม
ทางอุทยานได้จัดทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่าง
ๆ ของอุทยานได้แก่
ทุ่งดอกกระเจียว เป็นพื้นที่ป่าเต็งรังที่มีต้นกระเจียว
ขึ้นอยู่ตามซอกหินสลับกับต้นไม้นานาชนิด มีทั้งดอกสีชมพูและดอกสีขาว
เหมาะมาเที่ยวชมในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม
ลานหินแตก เป็นลานหินที่แตกเป็นร่องลึกตามธรรมชาติ ทอดตัวยาวตามแนวหน้าผาสันเขา
สามารถชมทัศนียภาพพื้นที่อำเภอหนองบัวแดงและเกษตรสมบูรณ์
ใกล้กันเป็นผากล้วยไม้ ในช่วงปลายฝนต้นหนาวมีกล้วยไม้ที่เกาะ
ตามก้อนหินและคาคบไม้ออก ดอกสวยงามมาก
ประตูโขลง เป็นก้อนหินขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายประตูหิน
บริเวณโดยรอบยังมีก้อนหินลักษณะ แปลกพิศดารจำนวนมากสลับกับป่าเต็งรัง
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ซึ่งมีก้อนหินแปลก ๆ อีกหลายแห่ง
ได้แก่ ป่าหินงามปราสาท ป่าหินงามหงส์ฟ้า ป่าหินงามจันทน์แดงและแนว
หน้าผาซึ่งเป็นจุดชมวิวสวยงาม อุทยานมีบ้านพักรับรอง และสถานที่สำหรับให้นักท่องเที่ยวตั้งเต็นท์พักแรม
ติดต่อ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูแลนคา ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมือง
จังหวัดชัยภูมิ การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปตามทางหลวง
2051 ประมาณ 6 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวง 2159 ทางไปหนองบัวแดงอีก
20 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯซึ่งตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ
มีรถสองแถวสายสายชัยภูมิ-หนองบัวแดง วิ่งผ่านหน้าที่ทำการอุทยานฯ
ผาเกิ้ง เป็นส่วนหนึ่งของภูแลนคา หากเดินทางมาตามเส้นทางชัยภูมิ-หนองบัวแดง
จะเห็นหน้าผาสูงริมทางคล้ายพระจันทร์เสี้ยวยื่นออกมา ชาวบ้านจึงเรียกว่า
ผาเกิ้ง ซึ่งหมายถึงพระจันทร์ในภาษาอีสาน บนเขามีวัดผาเกิ้งหรือวัดชัยภูมิพิทักษ์ตั้งอยู่
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปชัยภูมิพิทักษ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่สูง
14 เมตร ด้านหน้าองค์พระเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมองเห็นทัศนียภาพของทุ่งนาได้กว้างไกล
ผาเกิ้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 36 กิโลเมตรบนหลวงหมายเลข
2159 (ชัยภูมิ-หนองบัวแดง)
บ้านเขว้า เป็นแหล่งทอผ้าไหมที่มีชื่อเสียงของชัยภูมิ
โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ในหมู่ผู้ที่นิยมใช้ผ้าพื้นเมืองของไทย
มีทั้งลวดลายดั้งเดิมและลายที่คิดขึ้นใหม่ มีจำหน่ายทั้งผ้าผืนและตัดเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป
ผู้สนใจเลือกซื้อหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหล่านี้สามารถติดต่อ
ร้านจำหน่ายผ้าไหมในตัวอำเภอ บ้านเขว้าซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายร้าน
อำเภอบ้านเขว้าอยู่ห่างจากอำเภอเมืองชัยภูมิ ไปตามทางหลวงหมายเลข
225ประมาณ 13 กิโลเมตร
กู่แดง ตั้งอยู่ในวัดกุดยาง ตำบลตลาดแร้ง
จากตัวเมืองชัยภูมิ ใช้ทางหลวงหมายเลข 225 ผ่านอำเภอบ้านเขว้าจนถึงบ้านหลุมโพธิ์ประมาณ
30 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปบ้านกุดยางอีก 8 กิโลเมตร
เป็นโบราณสถานสมัยขอม ปัจจุบันคงเหลือเพียงฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม
ก่อสูงด้วยศิลาแลง มีร่องรอยบันไดทางขึ้นทั้ง 4 ด้าน ผนังก่ออิฐแต่หักพังหมด
คงเหลือเสากรอบประตูทั้ง 4 ด้าน พบทับหลังสลักเป็นภาพพระกฤษณะประลองกำลังกับช้าง
ส่วนทางด้านเหนือถูกดัดแปลงโดยทางวัดได้สร้างพระพุทธรูป
ประทับนั่งพร้อมบันไดทางขึ้นครอบอาคารเดิม โบราณสถานแห่งนี้ประมาณอายุจากลวดลายทับหลังอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่
16 ตรงกับศิลปเขมรแบบบาปวน
อุทยานแห่งชาติไทรทอง ครอบคลุมพื้นที่ป่าบนเทือกเขาพังเหย
ในอำเภอหนองบัวระเหว เทพสถิต ภักดีชุมพล และหนองบัวแดง
มีเนื้อที่ 319 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายสาย
ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำชี สภาพป่าเป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง
ผสมกับป่าเบญจพรรณ มีต้นไผ่รวกขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม
ภายในอุทยานฯ มีสถานที่น่าสนใจคือ
น้ำตกไทรทอง ห่างจากที่ทำการ 1 กิโลเมตรไปตามทางรถยนต์และเดินเท้าอีก
400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ สูงเพียง 5 เมตรแต่มีความกว้างประมาณ
80 เมตร ด้านหน้าเป็นแอ่งน้ำใหญ่ สามารถลงเล่นน้ำได้ เหนือน้ำตกมีวังน้ำขนาดใหญ่เรียกว่า
วังเงือก สายน้ำไหลไปตามแก่งหินที่ลาดต่ำลงที่ละน้อย มีความยาวไม่ต่ำกว่า
100 เมตร
น้ำตกชวนชม อยู่เหนือน้ำตกไทรทอง ไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
2 กิโลเมตร น้ำตกมีความสูง 20 เมตร รอบบริเวณมีต้นไม้ร่มรื่น
ทุ่งบัวสวรรค์ หรือทุ่งดอกกระเจียว อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ
10 กิโลเมตร ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม
ต้นกระเจียวจะออกดอกสวยงามเต็มทุ่ง มีทั้งดอกสีชมพูและสีขาว
ผาพ่อเมือง เป็นแนวหน้าผาตามสันเขาพังเหยด้านตะวันตก
ตามเส้นทางขึ้นสู่ทุ่งบัวสวรรค์ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ
700-900 เมตร มองลงไปเป็นตัวอำเภอภักดีชุมพล และเทือกเขาพญาฝ่อ
ที่กั้นระหว่างชัยภูมิกับเพชรบูรณ์
อุทยานมีบ้านพักรับรองและสถานที่กางเต็นท์พักแรม ติดต่ออุทยานแห่งชาติไทรทอง
ตู้ปณ 1 อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ 36230 หรือสำนักงานป่าไม้ชัยภูมิ
โทร. 0 4481 1478 การเดินทาง จากตัวเมืองชัยภูมิใช้ทางหลวงหมายเลข
225 (ชัยภูมิ-นครสวรรค์) ประมาณ 65 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางแยกขวาไปที่ทำการอุทยานฯอีก
7 กิโลเมตร
ถ้ำแก้ว จากอำเภอภักดีชุมพลไปทางทิศเหนือ
9 กิโลเมตร ตามทางหลวง 2359 ถึงบ้านซับเจริญมีทางแยกซ้ายไปอีก
5 กิโลเมตร ถ้ำแห่งนี้อยู่ภายในบริเวณวัดถ้ำแก้ว ลักษณะของถ้ำคล้ายห้องโถงลึกลงไปในภูเขา
บรรยากาศเย็นและชื้นตลอดเวลา มีไฟฟ้าให้แสงสว่างภายในถ้ำ
จากปากถ้ำมีทางเดินลงลึกไปถึงด้านล่าง ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่
และมีหินย้อย อยู่ตามผนังถ้ำ เมื่อต้องแสงเกิดเป็นประกายแวววาวสวยงาม
จุดชมวิวเทือกเขาพังเหย ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข
225 ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 75 กิโลเมตร เป็นที่แวะพักผ่อนระหว่างเดินทาง
มีร้านอาหารของชาวบ้านและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
บึงแวง เป็นบึงน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอคอนสวรรค์
มีเนื้อที่ประมาณ 104 ไร่ มีถนนตัดรอบบึง เป็นพื้นที่ซึ่งประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
เนื่องจากในช่วงฤดูหนาวระหว่าง เดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน
จะมีนกเป็ดน้ำอพยพจากที่อื่นมา อาศัยอยู่เป็นจำนวนนับหมื่นตัว
ยามเย็นเวลาโพล้เพล้นกเป็ดน้ำ จะโผบินขึ้นเป็นฝูงๆ เต็มท้องฟ้า
ตัดกับแสงอาทิตย์อัสดงสวยงามมาก บริเวณรอบบึงมีการสร้างหอสูง
สำหรับดูนกอยู่เป็นระยะ เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 202 (ชัยภูมิ-บัวใหญ่) ถึงบ้านลาดใหญ่
แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2054 ไปอำเภอคอนสวรรค์ รวมระยะทางจากตัวเมือง
38 กิโลเมตร หรือเดินทางไปตามทางหลวง 201 (ชัยภูมิ-แก้งคร้อ)
ราว 30 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปอำเภอคอนสวรรค์อีก 14 กิโลเมตร
พระพุทธรูปใหญ่สมัยทวารวดี อยู่ที่วัดคอนสวรรค์
ห่างจากตัวอำเภอคอนสวรรค์ ไปทางทิศตะวันออก 5 กิโลเมตร
เป็นพระพุทธรูปหินแกะสลักองค์ใหญ่ศิลปทวารวดี สูงประมาณ
3 เมตร ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อใหญ่" ประดิษฐานในวิหารหลังเล็ก
ๆ ให้ผู้คนได้สักการะ มีใบเสมาหินทรายขนาดใหญ่จำหลัก ภาพชาดกเก็บรักษาอยู่ด้วยหลายชิ้น
รวมทั้งจารึกอักษรมอญ ศตวรรษที่ 14 ด้านนอกยังมีเสมาทั้งที่มีและไม่มีลวดลายวาง
เรียงรายอยู่อีกจำนวนมาก
ศูนย์รวมไม้ดัดบ้านแข้ อยู่บนทางหลวงหมายเลข
201 ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 76 กิโลเมตร หรือก่อนถึงอำเภอภูเขียวประมาณ
1 กิโลเมตร สองข้างทางจะเป็นแหล่งจำหน่ายไม้ดัด รูปร่างลักษณะต่าง
ๆ มากมายหลายขนาด เหมาะที่จะนำไปปลูกตกแต่งสวน การทำไม้ดัดเป็นอาชีพของชาวบ้านแข้โดยเฉพาะ
โดยนำไม้ประเภทข่อย มะสัง ตะโกที่มีอยู่มากในบริเวณนี้มาดัด
และตัดแต่งให้เป็นรูปทรงที่สวยงาม และจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา
พระธาตุหนองสามหมื่น เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญและน่าสนใจมากแห่งหนึ่งของชัยภูมิ
ตั้งอยู่ที่บ้านแก้ง จากตัวเมืองชัยภูมิเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข
201 ผ่านอำเภอภูเขียวไปจนถึงบ้านหนองสองห้องระยะทางประมาณ
80 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2055 อีก 9
กิโลเมตรถึงบ้านแก้งและแยกซ้ายไปวัด พระธาตุหนองสามหมื่นอีกประมาณ
5 กิโลเมตร พระธาตุหนองสามหมื่น เรียกชื่อตามหนองน้ำ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันต
กเฉียงเหนือของวัด เป็นพระธาตุที่มีลักษณะสวยงาม และสมบูรณ์ที่สุดองค์หนึ่ง
ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่จากลักษณะทางด้านสถาปัตยกรรม
และศิลปกรรมที่ปรากฏเกิดจากการ ผสมผสานกันระหว่างศิลปล้านนา
ล้านช้าง และอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่
21-22 ในสมัยพระไชยเชษฐาธิราชแห่งราชอาณาจักรลาว พระธาตุหนองสามหมื่นมีลักษณะ
เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ตั้งอยู่บนฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
มีความสูงประมาณ 45 เมตร มีบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน เหนือฐานเขียงเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงาย
รองรับองค์พระธาตุ ซึ่งมีซุ้มทั้งสี่ทิศ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางรำพึง
และปางลีลา ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า
รูปแบบดังกล่าวอาจเปรียบเทียบได้กับพระธาตุอื่นๆ ทั้งในนครเวียงจันทน์และในเขตไทย
เช่น พระธาตุวัดเทพพล เมืองเวียงคุก จังหวัดหนองคาย พระธาตุศรีเมือง
นครเวียงจันทน์ เป็นต้น จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าบริเวณ
นี้เคยเป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่สมัยทวารวดี อายุราวพุทธศตวรรษที่
12-16 ปรากฏร่องรอยของคูน้ำ คันดิน และโคกเนินโบราณสถานหลายแห่ง
โบราณวัตถุสำคัญที่พบทั้งในแ ละนอกเขตคูเมืองหลายชิ้นได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่วัด
เช่น กลุ่มใบเสมาหินทราย บางแผ่นก็มีจารึกอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต
อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-14 และมีแผ่นหนึ่งนำไปตั้งเป็นหลักเมืองประจำอำเภอภูเขียวด้วย
นอกจากนี้ยังมีประติมากรรมรูปเคารพอีก 2 ชิ้น สภาพชำรุดชิ้นหนึ่งคล้ายเศียร
พระพุทธรูปนาคปรกในศิลปะขอมแบบบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่
18
แหล่งทอผ้าขิตบ้านโนนเสลา ตั้งอยู่หมู่ที่
6 ตำบลหนองตูม เป็นแหล่งทอผ้าขิตแหล่งใหญ่ที่สุดของชัยภูมิ
จากอำเภอภูเขียวใช้ทางหลวงหมายเลข 2037 ทางไปเกษตรสมบูรณ์
ประมาณ 8 กิโลเมตร มีทางแยกขวาอีก 3 กิโลเมตร ชาวบ้านโนนเสลาสืบทอดการ
ทอผ้าขิตมาแต่ครั้งปู่ย่าตายาย โดยทอผ้าใช้เองแทบทุกครัวเรือน
มีการตั้งกลุ่มแม่บ้านขึ้นเมื่อปี 2521 และได้พัฒนาลวดลาย
สีสัน ผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีจำหน่ายทั้งผ้าฝ้ายมัดหมี่
ผ้าขิตไหม ผ้าคลุมไหล่ ผ้าปูโต๊ะ กระเป๋าผ้า และหมอนขิต
เขื่อนจุฬาภรณ์ (เขื่อนน้ำพรม) ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งพระ
อำเภอคอนสาร สร้างปิดกั้นลำน้ำพรมบนเทือกเขาขุนพาย ลักษณะเขื่อนเป็นเขื่อนหินทิ้ง
แกนกลางเป็นดินเหนียว ตัวสันเขื่อนยาว 700 เมตร ความสูงจากฐานราก
70 เมตร เป็นลักษณะเขื่อนเอนกประสงค์ ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) โดยใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงาน ไฟฟ้าและยังอำนวยประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม
นอกจากนี้ในอ่างเก็บน้ำของ เขื่อนยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดอีกด้วย
บริเวณเขื่อนมีทิวทัศน์ที่งดงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี
จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสน ใจแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิ
ภายในบริเวณเขื่อนมีบ้านพัก ร้านอาหารไว้รับรองนักท่องเที่ยว
เรือสำหรับให้ล่องชมอ่างเก็บน้ำ มีจุดชมวิวทิวทัศน์เหนือเขื่อน
ศูนย์ทดลองพืชเมืองหนาว และหอดูดาว ติดต่อบ้านพักรับรองของกฟผ.
โทร. 0 2436 3271-2, 0 4486 1669 หรือ 0 4338 4963 ต่อ
2287 บ้านพักสถานีทดลองและฝึกอบรมเขื่อนจุฬาภรณ์ (ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น)
โทร. 0 4324 2423 การเดินทางไปเขื่อนจุฬาภรณ์ จากตัวเมืองชัยภูมิ
ใช้เส้นทางสายชัยภูมิ-ชุมแพ (ทางหลวงหมายเลข 201) ถึงทางแยกหนองสองห้อง
เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2055 รวมระยะทางจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ
120 กิโลเมตร หรือหากเดินทางมาตามเส้นทางสายหล่มสัก-ชุมแพ
(ทางหลวงหมายเลข 12) เมื่อถึงบริเวณอำเภอคอนสารมีทางแยกไปเขื่อนจุฬาภรณ์อีก
39 กิโลเมตร
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว-ทุ่งกะมัง
มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าในเขตอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์
และหนองบัวแดง ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า การเพาะเลี้ยงและการขยายพันธุ์สัตว์ป่า
เช่น ไก่ฟ้าพญาลอ นกยูง เก้ง กวาง และเนื้อทราย เป็นต้น
โดยปล่อยสัตว์ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ สามารถสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ได้เอง
ได้มีการจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สำหรับผู้สนใจศึกษาธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
ทุ่งกระมัง เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ใจกลา งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
แหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์กินพืช มีเนื้อที่ 830 ไร่
เมื่อปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2535โครงการอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริในสมเด็จ พระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นในบริเวณนี้
เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่างๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมัง
เพื่อให้สัตว์มากินดินโป่งและเผาแปลงทุ่งหญ้า เพื่อให้เกิดหญ้าระบัดเป็นอาหารของเก้ง
กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างน้ำ
การเดินทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวใช้เส้นทางเดียวกับเขื่อนจุฬาภรณ์
ก่อนถึงเขื่อน 3 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายจากด่านตรวจ (ปางม่วง)
ไปยังที่ทำการเขตฯ อีก 24 กิโลเมตร การเข้ามาทัศนศึกษาในพื้นที่
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีสองกรณีคือ หากเข้าชมแบบไป-กลับวันเดียว
สามารถขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่บริเวณด่านตรวจปางม่วง กรณีพักค้างแรมต้องได้รับอนุญาต
จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ กรุงเทพฯโดยตรง ทางเขตฯค่อนข้างเคร่งครัดในกฎระเบียบ
เพราะสภาพพื้นที่ที่อุดมไปด้วยป่าไม้และสัตว์ป่า การเดินทางเข้ามาในพื้นที่ก็เสมือน
การเข้ามารบกวนธรรมชาติ ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจ
ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าจริง ๆ และทางเขตฯ ไม่เปิดให้เข้าทัศนศึกษา
ในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน
สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียว
อยู่ก่อนถึงเขื่อนจุฬาภรณ์ 8 กิโลเมตรด้านซ้ายมือ มีสัตว์ป่าให้ชมหลายชนิด
โดยเฉพาะกวางป่า ละอง ละมั่ง เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา
08.00-16.00 น.
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตั้งอยู่บนเทือกเขาพังเหย ภูมิประเทศเป็นเนินเขาสลับซับซ้อน
ระดับความสูงประมาณ 200-800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปกคลุมด้วยป่าเต็งรัง
ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ มีความหลากหลายของ ระบบนิเวศและมีไม้ดอกจำพวกดุสิตา
เอนอ้าและกล้วยไม้ ขึ้นอยู่จำนวนมาก จุดท่องเที่ยวในเขตอุทยานได้แก่
ลานหินงาม เป็นบริเวณที่มีโขดใหญ่รูปร่างแปลกๆ กระจายอยู่เต็มไปหมดในเนื้อที่กว่า
10 ไร่ เกิดจากการกัดเซาะของเนื้อดินและหินเป็นรูปลักษณ์แตกต่างกัน
สามารถจินตนาการเป็นรูปต่าง ๆ เช่น หินรูปตะปู รูปเรด้าร์
รูปแม่ไก่ ฯลฯ
ทุ่งดอกกระเจียว หรือทุ่งบัวสวรรค์ เหมาะมาเที่ยวชมในช่วงฤดู
ฝนประมาณเดือนมิถุนายน-สิงหาคม บนท้องทุ่งหญ้าเพ็กสีเขียวจะมีดอกกระเจียวสีชมพู
อมม่วงขึ้นแซมอยู่ทั่วไป มองดูสวยงามมาก
สุดแผ่นดิน เป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาพังเหย ห่างจากที่ทำการอุทยานราว
2 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 846 เมตร เป็นแนวหน้าผาซึ่งเป็นรอยต่อ
ระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ที่จุดชมวิวสุดแผ่นดินจะมองเห็น
ทิวทัศน์สันเขาสลับซับซ้อน และมีสายลมพัดเย็นสบายตลอดวัน
อุทยานแห่งชาติป่าหินงามมีบ้านพัก และสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว
ในอุทยานฯด้วย ติดต่ออุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตู้ ปณ.
2 ปทจ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ 36230 หรือสำนักงานป่าไม้จังหวัดชัยภูมิ
โทร. 0 4481 1478, 0 4482 2497 การเดินทาง อุทยานแห่งชาติป่าหินงามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ
ประมาณ 270 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สระบุรี-พุแค-ลำนารายณ์-เทพสถิต
ระยะทาง 240 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายที่บ้านวะตะแบก อำเภอเทพสถิตเข้าไปอีก
30 กิโลเมตร หรือหากเดินทางจากตัวเมืองชัยภูมิ ใช้เส้นทางสายจตุรัส-บำเหน็จณรงค์-เทพสถิต
ระยะทางห่างจากชัยภูมิประมาณ 100 กิโลเมตร ถึงบ้านวะตะแบกแยกขวาไปอีก
30 กิโลเมตร นอกจากนี้ จากทางหลวงหมายเลข 225 (ชัยภูมิ-นครสวรรค์)
บริเวณอำเภอหนองบัวระเหวก็มีทางแยก ไปซับใหญ่และต่อไปยังอุทยานฯ
ได้เช่นกัน ผู้ที่เดินทางโดยรถประจำทาง สามารถใช้บริการรถสองแถวซึ่งจอด รับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ที่ปากทางบริเวณ บ้านวะตะแบกเข้าไปยังตลาดใกล้ที่ทำการอุทยาน
ในช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบาน มีบริการรถสองแถว วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่าง
ๆ ภายในบริเวณอุทยานฯด้วย
น้ำตกเทพพนา และน้ำตกเทพประทาน เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทาง
จากบ้านวะตะแบกไปอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โดยมีทางแยกขวาไปน้ำตกเทพพนา
7 กิโลเมตร ส่วนน้ำตกเทพประทานมีทางแยกขวา 1 กิโลเมตร
เหมาะมาเที่ยวในช่วงฤดูฝน ส่วนในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง |