วัดไชโยวรวิหาร หรือ วัดเกษไชโย ห่างจากอำเภอเมืองอ่างทองประมาณ ๑๘ กิโลเมตร อยู่บนเส้นทางสายอ่างทอง-สิงห์บุรี ด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เดิมเป็นวัดราษฏร์สร้างมาแต่ครั้งใดไม่ปรากฏ มีความสำคัญขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ได้ขึ้นมาสร้างพระพุทธรูป ปางสมาธิองค์ใหญ่ หรือหลวงพ่อโตไว้กลางแจ้ง องค์เป็นปูนขาวไม่ปิดทอง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จฯ มานมัสการและโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดไชโยขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๐ แต่แรงสั่นสะเทือนระหว่าง การลงรากฐานพระวิหาร ทำให้องค์หลวงพ่อโตพังลงมาจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหลวงพ่อโตขึ้นใหม่ ตามแบบหลวงพ่อโต วัดกัลยาณมิตร มีขนาดหน้าตักกว้าง ๘ วา ๖ นิ้ว สูง (สุดยอดรัศมีพระ) ๑๑ วา ๑ ศอก ๗ นิ้ว และพระราชทานนามว่า พระมหาพุทธพิมพ์ มีการจัดงานฉลอง ซึ่งนับเป็นงานใหญ่ที่สุด ของจังหวัดอ่างทองในสมัยนั้น และในวิหาร ที่หันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ประดิษฐานรูปหล่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ เมตร สูง ๗ เมตร สร้างเสร็จเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๓๗ องค์หลวงพ่อโตประดิษฐาน อยู่ในพระวิหารที่มีความสูงใหญ่ สง่างามแปลกตากว่าวิหารแห่งอื่นๆ พุทธศาสนิกชนจากที่ต่างๆ มานมัสการอย่างไม่ขาดสาย ติดกับด้านหน้าพระวิหาร มีพระอุโบสถก่อสร้าง ด้วยสถาปัตยกรรมไทยอันงดงาม หันด้านหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องพุทธประวัติ ฝีมือช่างสมัยรัชกาลที่ ๕ ประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ปัจจุบันวัดไชโยวรวิหารได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ จนมีความงามสมบูรณ์ยิ่ง