อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
แต่เดิมดอยอินทนนท์มีชื่อว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา
ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่าดอยอ่างกานั้น
มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากดอยอินทนนท์ ไปทางทิศตะวันตก ๓๐๐
เมตร มีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่ง ลักษณะเหมือนอ่างน้ำ แต่ก่อนนี้มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย
จึงเรียกว่า อ่างกา ต่อมาจึงรวมเรียกว่า ดอยอ่างกา
ดอยอินทนนท์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล
ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้
ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุด ในประเทศด้วยความสูง
๒,๕๖๕ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศ
และสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ
และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมี
หมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน และบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง
สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูด ให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย
การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมือง ขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์
ประมาณ ๑๐๖ กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามทางหลวง
หมายเลข ๑๐๘ เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๕๗
ก่อนถึง ฮ.จอมทอง ๑ กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวง หมายเลข
๑๐๐๙ สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง ๔๘ กิโลเมตร ถึงยอดดอยอินทนนท์
เป็นถนนลาดยางอย่างดี แต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี
ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถนั่งรถสองแถวสาย เชียงใหม่-จอมทอง
บริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถว ที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
หรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทาง ไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯ
ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่างๆ
ต้องเหมาไปคันละประมาณ ๘๐๐ บาท
ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๙ ของเส้นทางหมายเลข ๑๐๐๙
มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ และมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ
สัตว์ป่า และอื่นๆ
บริเวณที่ทำการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สำรองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย
๑ อาทิตย์ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ
เว็บไซต์ www.dnp.go.th อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร.
๐ ๕๓๓๕ ๕๗๒๘, ๐ ๕๓๓๑ ๑๖๐๘ เว็บไซต์ www.doiinthanon.com
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ คนไทย ผู้ใหญ่
๔๐ บาท เด็ก ๒๐ บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ ๔๐๐ บาท เด็ก ๒๐๐
บาท
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
น้ำตกแม่ยะ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และสวยงามมากแห่งหนึ่ง
เพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจาก หน้าผาที่สูงชัน ๒๘๐ เมตร ลงมากระทบโขดหินเป็นชั้นๆ
เหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำใสเย็นเหมาะ
สำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบ
และมีศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว ตั้งอยู่ด้วย
บริเวณน้ำตกสะอาด และจัดการพื้นที่ได้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม
การเดินทาง จากทางแยกเข้าทางหลวง ๑๐๐๙ ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร
เลี้ยวซ้ายเข้าไป ๑๔ กิโลเมตร และต้องเดินเท้าเข้าไปอีก
๒๐๐ เมตร
น้ำตกแม่กลาง
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ชั้นเดียว สูงประมาณ ๑๐๐ เมตร ต้นน้ำอยู่บนดอยอินทนนท์
มีน้ำไหลตลอดปี มีความสวยงามตามธรรมชาติ การเดินทาง
จากทางแยกเข้าทางหลวง ๑๐๐๙ ไปอีก ๘ กิโลเมตร แยกซ้าย
๕๐๐ เมตร เป็นทางลาดยางตลอด
ถ้ำบริจินดา ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๘-๙ ของทางหลวงหมายเลข
๑๐๐๙ ใกล้กับน้ำตกแม่กลาง จะเห็นทางแยกขวามือ มีป้ายบอกทางไปถ้ำบริจินดา
ภายในถ้ำลึกหลายกิโลเมตร เพดานถ้ำมีหินงอกหินย้อย หรือชาวเหนือเรียกว่า
นมผา สวยงามมาก มีพระพุทธรูปประดิษฐาน อยู่ในถ้ำด้วย
นอกจากนั้น ยังมีธารหิน เมื่อมีแสงสว่าง มากระทบจะเกิดประกายระยิบระยับ
ดังกากเพชรงามยิ่งนัก ลักษณะของถ้ำ เป็นถ้ำทะลุสามารถมองเห็นภายในได้ถนัด
เพราะมีอุโมงค์ซึ่งแสงสว่างลอดเข้ามา บริเวณปากถ้ำ จะมีป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่
อธิบายประวัติการค้นพบถ้ำนี้
น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ ตาดฆ้องโยง
น้ำจะดิ่งจากผาด้านบนตกลง สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ในช่วงที่มีน้ำมากละอองน้ำ
จะสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณรู้สึกได้ ถึงความเย็นและชุ่มชื้น
และสะพานไม้ที่ทอดยาว เข้าไปหาหน้าผานั้น จะเปียกลื่นอยู่ตลอดเวลา
แต่หากเดินเข้าไปจนสุด จะได้สัมผัสกับความงามของน้ำตกมากที่สุด
การเดินทาง จากเชิงดอยอินทนนท์ขึ้น ไปถึงกิโลเมตรที่
๒๑ จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตก ลงไป ๕๐๐ เมตร ถนนจะถึงที่ตัวน้ำตก
อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางเดิม อยู่เลยจากทางแยกแรกไปประมาณ
๑ กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามป้าย และเดินจากลานจอดรถลงไปอีก
๓๕๑ เมตร หากใช้เส้นทางนี้จะได้สัมผัสกับความงาม ของธรรมชาติรอบด้านตลอดทางเดิน
น้ำตกสิริภูมิ ไหลมาจากหน้าผาสูงชัน เป็นทางยาวสวยงามมาก
สามารถมองเห็นได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นสายน้ำตกแฝดไหล
ลงมาคู่กันแต่เดิมเรียกว่า เลาลึ ตามชื่อของหัวหน้าหมู่บ้านม้งซึ่งอยู่ใกล้ๆ
น้ำตกสิริภูมิตั้งอยู่ตรงกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข
๑๐๐๙ มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร แต่รถไม่สามารถเข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้
นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าเข้าไป บริเวณด้านล่างของน้ำตก
โครงการหลวงดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ในบริเวณดอยอินทนนท์
ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์
เป็นสถานีวิจัยดอกไม้เมืองหนาวเป็นหลัก พรรณไม้ที่ปลูกมากที่สุดคือเบญจมาศ
เพราะมีสีสันสดใส นอกจากนั้นยังมีโครงการวิจัย สตรอว์เบอรรี
โครงการศึกษาและรวบรวมพันธุ์เฟินชนิดต่างๆ โครงการวิจัยกาแฟ
โครงการวิจัยฝรั่งคั้นน้ำ ไม้ผล เช่น สาลี่ พลับ กีวี
ทิบทิมเมล็ดนิ่ม ฯลฯ ไม้ดอก เช่น แกลดิโอลัส กุหลาบ
เยอบีรา ฯลฯ ผัก เช่น พริกหวาน มะเขือเทศ เซเลอรี ฯลฯ
ยังมีพืชผักสมุนไพร และไม้ผลขนาดเล็ก ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ตรา
"ดอยคำ" รวมทั้งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลาเทร้าต์
สายรุ้ง นอกจากนี้ยังมีประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าสนใจ
ได้แก่ การทำนาข้าวขั้นบันได ของเผ่ากะเหรี่ยง ประเพณีกินวอของ
ชาวเผ่าม้งบ้านขุนกลาง และแหล่งท่องเที่ยวเพื่อชมความงาม
ธรรมชาติรอบๆ พื้นที่ รวมทั้งกิจกรรมดูนกและชมดาว โครงการหลวงฯ
ตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านขุนกลาง ต.ห้วยหลวง เดินทางตามเส้นทางสู่ดอยอินทนนท์
ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ ของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙
มีทางแยกขวามือ เป็นทางลูกรังเข้าสู่โครงการฯ อีกประมาณ
๑ กิโลเมตร โครงการหลวงฯนี้ รับผิดชอบส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม
ให้แก่กะเหรี่ยงและม้งในพื้นที่
พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตรงหลักกิโลเมตรที่
๔๑.๕ ทางด้านซ้ายมือ สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศ ร่วมกับพสกนิกรชาวไทย
โดยพระมหาธาตุนภเมทนีดล สร้างถวายพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ เมื่อพ.ศ.๒๕๓๐
และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ สร้างถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ
เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๕ พระมหาธาตุทั้ง ๒ องค์นี้ มีรูปทรงคล้ายคลึงกัน
คือ ฐานเป็นรูป ๑๒ เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น
๒ ระดับ ยอดปลีขององค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
และพระพุทธรูปบูชา รอบบริเวณสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ของดอยอินทนนท์ได้อย่างสวยงาม
ยอดดอยอินทนนท์ จุดสิ้นสุดของทางหลวงหมายเลข ๑๐๐๙ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย
(๒,๕๖๕ เมตร) มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย
และเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย
ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของป่าไม้ และหวงแหนดอยหลวงเป็นอย่างมาก
ต้องการที่จะอนุรักษ์ไว้จนชั่วลูกชั่วหลาน ท่านผูกพันกับที่นี่มากจึงสั่งว่าหากสิ้นพระชนม์
ไปแล้วให้แบ่งเอาอัฐิส่วนหนึ่งมาไว้ที่นี่
ศูนย์ประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว อยู่บริเวณใกล้กับยอดดอย
แสดงนิทรรศการเรื่องราวของ ดอยอินทนนท์จากอดีตถึงปัจจุบัน
ให้ความรู้ทั้งสภาพทางภูมิศาสตร์ ทางชีววิทยา ป่าไม้
สิ่งมีชีวิต ซึ่งบางชนิดหาดูได้ที่นี่แห่งเดียวในเมืองไทย
ผู้มาเยือนจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมาย
น้ำตกห้วยทรายเหลือง เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปี
และไหลจากหน้าผาลงมาเป็นชั้นๆ เข้าทางเดียวกับน้ำตกแม่ปาน
ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ ๑๖ กิโลเมตร แยกจากทางหลวงหมายเลข
๑๐๐๙ ตรงด่านตรวจกิโลเมตรที่ ๓๘ ไปตามทางหลวงหมายเลข
๑๑๙๒ สายอินทนนท์-แม่แจ่ม ประมาณ ๖ กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตก
เข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นทางดินแดงในช่วงหน้าฝนทางลำบากมาก
ต้องใช้รถขับเคลื่อน ๔ ล้อ
น้ำตกแม่ปาน เข้าทางเดียวกับน้ำตกห้วยทรายเหลือง แต่อยู่เลยไปอีก
๕๐๐ เมตร และจากจุดจอดรถต้องเดินต่อไปอีก ๘๐๐ เมตร ใช้เวลาประมาณ
๑๐ นาที จึงจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุด
ของเชียงใหม่ก็ว่าได้ น้ำจะตกลงมาจากหน้าผาซึ่งสูงกว่า
๑๐๐ เมตร เป็นทางยาว ถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาว
ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูเด่น น้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่างกระทบ
โขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้มีความชุ่มชื้น
เบื้องล่างมีแอ่งน้ำรองรับอยู่ สามารถพักผ่อนลงอาบเล่นได้
เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์ กิ่วแม่ปาน ทางเข้าอยู่กิโลเมตรที่
๔๒ ด้านซ้ายมือ ระยะทางเดิน ๓ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ
๓ ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแท้จริง
ระหว่างทางเดินจะพบป่าดิบเขา (Hill Evergreen) ก่อนผ่านเข้าสู่ทุ่งหญ้าซึ่งเคยเป็นพื้นที่ป่าถูกทำลาย
เพื่อเป็นการศึกษาลักษณะ การเกิดผลกระทบต่อเนื่องบริเวณ
รอยต่อระหว่างพื้นที่ป่าสมบูรณ์ กับพื้นที่ถูกทำลาย
หลังจากนั้นทางเดินจะเลาะริมผา มีไอหมอกปลิวผ่านตลอดเวลา
จะพบดอกกุหลาบพันปี หรือ Rhododendron (ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก
ขึ้นตามป่าในระดับสูง มีพันธุ์ดอกสีขาวและสีแดง เวลาออกดอกช่วงแรก
มีลักษณะเหมือนปลีกล้วย ก่อนที่จะบานเต็มต้นในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
พบมากในแถบเทือกเขาหิมาลัย และเป็นไม้ประจำชาติของเนปาลด้วย)
มองลงไปยังเบื้องล่าง จะพบทัศนียภาพที่งดงามของ อ.แม่แจ่ม
การใช้เส้นทางนี้ต้องลงทะเบียน ขอรับใบอนุญาตให้ใช้เส้นทาง
โดยติดต่อที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์อุทยานฯ และควรจัดกลุ่มละไม่เกิน
๑๕ คน ทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้นำอาหารเข้าไปรับประทาน
ในเส้นทางในช่วงฤดูฝน และจะปิดเส้นทางเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว
ไม่อนุญาติให้เข้าไปท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน
ถึงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ของทุกปี เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานแห่งนี้
ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ครั้งที่ ๔ ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๕ เพราะมีการจัดการที่เน้นความเป็นธรรมชาติ
ระหว่างทางมีป้ายสื่อความหมาย ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว
และประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการนำเที่ยว
อ่างกาหลวง เส้นทางนี้สำรวจวางแนว และออกแบบเส้นทางเดินโดย
คุณไมเคิล แมคมิลแลน วอลซ์ นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดา
ประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ทำงานทุ่มเท
ให้กับอินทนนท์ และได้เสียชีวิตที่นี่ด้วยโรคหัวใจ เส้นทางนี้มีระยะทาง
๑,๘๐๐ เมตร พื้นที่นี้เป็นหนองน้ำซับในหุบเขา จุดเด่นที่น่าสนใจ
คือ ป่าดิบเขาระดับสูง ลักษณะของพรรณไม้เขตอบอุ่น ผสมกับเขตร้อนที่พบเฉพาะในระดับสูง
การสะสมของอินทรียวัตถุในป่าดิบเขา ลักษณะอากาศเฉพาะถิ่น
พืชที่อาศัยเกาะติดต้นไม้ ลักษณะของต้นน้ำลำธาร และลักษณะของต้นไม้บนดอยอ่างกา
เช่นต้นข้าวตอกฤาษีที่ขึ้นตามพื้นดิน (ข้าวตอกฤาษี เป็นพืชที่ต้องการความอุดมสมบูรณ์สูง
จะขึ้นในที่สูงกว่า ๒,๐๐๐ เมตรเท่านั้น และเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ชุ่มชื้น
อากาศเย็น) กุหลาบพันปี เป็นต้น ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
อีกหลายเส้น เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิโลเมตรที่
๓๘ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติ กลุ่มน้ำตกแม่ปาน เป็นต้น
แต่ละเส้นใช้เวลาในการเดิน ต่างกันตั้งแต่ ๒๐ นาที
๗ ชั่วโมง และเหมาะที่จะศึกษาสภาพธรรมชาติ ที่ต่างกันด้วย
ศึกษารายละเอียดเส้นทาง ได้จากที่ทำการอุทยานฯ และจะต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง
จากที่ทำการฯ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ เพื่อป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
และปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
การใช้สถานที่เพื่อการพักค้างแรม หรือจัดกิจกรรมอื่น
ๆ นอกเหนือจากบริเวณที่ทำการอุทยาน แห่งชาติดอยอินทนนท์
ต้องขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
กิจกรรมดูนกบนดอยอินทนนท์ จากการสำรวจพบว่ามีนกอยู่
๓๘๐ ชนิด แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ และหลากหลายทางชีวภาพ
ดังนั้นหากต้องการดูนก นักท่องเที่ยวสามารถชมได้ตั้งแต่
บริเวณด่านตรวจที่ ๑ จนถึงยอดดอย โดยมีจุดเด่นดังนี้
บริเวณกม. ๑๓, กม. ๒๐, บริเวณที่ทำการฯ, บริเวณกม.ที่
๓๔.๕, กม.ที่ ๓๗ หรือจี๊ป แทรค กิ่วแม่ปาน กม. ๔๒, บนยอดดอยอินทนนท์
และศูนย์บริการข้อมูลนกอินทนนท์ที่ร้านลุงแดง ตั้งอยู่กิโลเมตรที่
๓๑ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง ให้บริการด้านข้อมูลนกในดอยอินทนนท์
เช่น สมุดบันทึกการพบนกในดอยอินทนนท์ ภาพวาดลายเส้นของนักดูนก
แผนที่เส้นทางดูนกดอยอินทนนท์ ภาพถ่าย สไลด์เกี่ยวกับนก
ฯลฯ ให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ช่วงที่นักดูนกนิยมมาดูนกกันเป็นฤดูหนาว นอกจากจะได้พบนกประจำถิ่นแล้ว
ยังสามารถพบนกอพยพ เช่น นกปากซ่อมดง นกอุ้มบาตร นกเด้าลมหลังเทา
นกเด้าลมหลังเหลือง นกเด้าลมดง นกเด้าลมหัวเหลือง นกจาบปีกอ่อนเล็ก
นกจาบปีกอ่อนหงอน นกจาบปีกอ่อนสีแดง นกเดินดงสีน้ำตาลแดง
ฯลฯ ทางศูนย์ฯ จะบริการให้คำแนะนำตลอดจน เป็นสถานที่พบปะสนทนาระหว่างนักดูนก
นักศึกษาธรรมชาติและบุคคลทั่วไป เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ดีต่อการอนุรักษ์
และรักษาสภาพธรรมชาติ ทำให้ทราบถึงแหล่งที่อยู่อาศัย
แหล่งอาหารของนกและสัตว์ป่าในดอยอินทนนท์ ให้คงอยู่ถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป |